เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1880 กฎใหม่ของโรงแรม
บทที่ 1880 กฎใหม่ของโรงแรม
ฉู่ลั่ว “จริงอย่างที่คุณว่ามาค่ะ ไม่ว่าจะในโลกความเป็นจริงหรือในเกมนี้ ผีล้วนไม่มีรูปร่าง ดังนั้นการจัดการกับผีจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไป แต่ว่า…”
“เราไม่จำเป็นต้องทำให้ผีปรากฏตัว แค่ทำให้ผีได้รับบาดเจ็บก็พอแล้ว”
“ผีสร้างความเสียหายให้มนุษย์สองอย่าง หนึ่งคือความหวาดกลัวทางจิตใจ และสองคือการทำลายร่างกาย”
“แค่ผีโผล่มาและเราสามารถทำร้ายมันได้ ความกลัวและการทำลายก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไปด้วยค่ะ”
“ฉินเหว่ย!”
ฉินเหว่ยที่อยู่ในกลุ่มคนรีบออกมายืนทันที แม้เขาจะไม่ได้ดูสง่างามเหมือนตอนเป็นหนุ่มแล้ว แต่เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเคยทำงานอะไรมาก่อน
รูปร่างยืดตรง สายตามุ่งมั่น
“คุณพาคนไปเลือกอาวุธในโรงแรม แล้วเอามาให้ฉันที่นี่ ฉันจะวาดยันต์ลงบนอาวุธให้ค่ะ”
ฉินเหว่ยพยักหน้า แล้วรีบพาคนร้อยคนไปสำรวจในอาคารทันที
[หนึ่งร้อยคน ในยามสงคราม นี่เท่ากับกองร้อยหนึ่งกองร้อยเลยนะ]
[จริง ๆ ด้วย ไลฟ์ของฉู่ลั่วแตกต่างจากไลฟ์อื่นมาก ไลฟ์อื่นทำฉันไม่กล้าหลับตานอนตอนกลางคืน ไม่กล้าลืมตาตอนเข้าห้องน้ำ แต่ไลฟ์ของฉู่ลั่วทำให้ฉันเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเกม และถูกเทพธิดาน้อยนำทาง]
[น่าเสียดายที่ฉันช้าไป น่าโมโหที่คนอื่นมีเส้นสายกันหมด ตอนนั้นควรจะเปิดรับการคัดเลือก บางทีอาจเป็นฉันก็ได้ที่ได้ไปนอนใกล้ ๆ กับเทพธิดา]
[ครั้งหน้าที่เข้าไปในโซนเกมสยองขวัญเมืองเจียง เราจะสามารถผ่านด่านตามวิธีของเทพธิดาน้อยได้หรือเปล่านะ!]
[ไม่ใช่แค่เมืองเจียงเท่านั้น ที่อื่นก็ทำได้นะ! หลักการเดียวกันทั้งนั้นแหละ!]
[แค่สามารถต่อสู้กับผีได้ ผีก็ไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก]
สมกับที่ฉินเหว่ยเคยเป็นทหารเก่า เขาพาคนหนึ่งร้อยคนไปเลือกอาวุธของตัวเองจนเสร็จอย่างรวดเร็ว แถมยังสอนเทคนิคการต่อสู้พื้นฐานบางอย่างระหว่างทาง ทำให้ผู้ชมในถ่ายทอดสดอยากจะเข้ามาลองสู้กับผีสักสองสามกระบวนท่า
คนเราก็เป็นแบบนี้ มักจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบข้างและสภาพแวดล้อม
ไลฟ์อื่นของพวกผู้บำเพ็ญกำลังกังวล ส่วนคนธรรมดาก็กลัว ผู้ชมที่ดูจึงพลอยกลัวไปด้วย
แต่ในไลฟ์ของฉู่ลั่ว คนหนึ่งมั่นคง ส่วนคนธรรมดาเชื่อฟัง ผู้ชมจึงรู้สึกว่าถ้าตัวเองไปร่วมด้วยก็คงทำได้
คนธรรมดาที่กลับมาพร้อมอาวุธหลากหลายชนิด ต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้น
“อาวุธในโรงแรมมีน้อยไปหน่อย ถ้าเป็นในโลกจริงคงจะมีให้เลือกมากกว่านี้”
“ถึงยังไงมันก็เป็นเกม ถ้าจะทำให้สมจริงทุกอย่าง พวกผีคงไม่มีทางรอดแน่”
ฉินเหว่ยหยิบไม้กอล์ฟขึ้นมา โยนไปมาในมือสองสามที แล้วส่งให้ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่ววาดอักขระลงบนไม้กอล์ฟ
หลังจากนั้นฉู่ลั่วก็เริ่มวาดอักขระลงบนอาวุธที่เหลือ
ฉินเหว่ยพูดขึ้นข้าง ๆ ฉู่ลั่วว่า “เมื่อกี้ตอนที่พวกเราลงลิฟต์ ผมเห็นกฎใหม่ของโรงแรมนี้ด้วยครับ”
ฉู่ลั่ว “ตอนเข้ามาไม่มีเหรอคะ?”
“ไม่มีครับ!” ฉินเหว่ยหัวเราะเยาะ “พวกเขาคงกลัวว่าพวกเราจะผ่านด่านเร็วเกินไป เลยเปลี่ยนกฎของเกมกะทันหัน!”
“ตามกฎแล้ว คนในทีมเดียวกัน ต้องมีคนอยู่ในห้องสี่ในห้าส่วน ถ้ามีคนออกไปเพ่นพ่านข้างนอกมากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของโรงแรม และอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น”
“พวกเรามีทั้งหมดหนึ่งร้อยคน ดังนั้น ต้องมีคนอย่างน้อยแปดสิบเอ็ดคนอยู่ภายในห้อง”
“มีคนออกมาข้างนอกได้แค่ยี่สิบคนเท่านั้น”
นี่คือความน่ารังเกียจของเกมนี้ ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดา แน่นอนว่าทุกคนต้องการอยู่กับคนที่เก่งกาจ ใครจะยอมอยู่ในห้องคนเดียวและเสี่ยงกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เป็นการยุยงให้เกิดความขัดแย้งภายในชัด ๆ
“ดังนั้นผมจึงจัดการแบบนี้ครับ”
“ผมจะนำคนสิบเจ็ดคนลาดตระเวนตรงทางเดิน แบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มละหกคน ผมจะเป็นผู้บัญชาการ ส่วนปรมาจารย์ฉู่จะเป็นกำลังสำรอง หากมีใครไม่สามารถจัดการกับวิญญาณร้ายในห้องได้ หรือเมื่อพวกเราไปไม่ทัน ก็คงต้องขอให้ปรมาจารย์ฉู่ช่วยจัดการ”
“ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งตำแหน่ง จะเป็นการเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน หากมีใครกลัวและวิ่งออกมา พวกเราก็จะไม่ได้แพ้ทันที”