เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1891 ยอมอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต
บทที่ 1891 ยอมอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต
ดวงตาของปิ่งอินฮวาเบิกกว้างขึ้นทันที “ก็เรื่องดีนี่! ถ้าปรมาจารย์ฉู่มีวิธีให้พวกเราออกไปได้ พวกเราก็ไม่ต้องอยู่ในบ้านผีสิงตลอดไปแล้ว…”
พอพูดไปเรื่อย ๆ น้ำเสียงก็ค่อย ๆ เบาลง “มีอะไรไม่ถูกต้องหรือเปล่า?”
“พวกเรา” พี่หมิงเน้นย้ำ “จะไม่มีถังถัง”
สีหน้าของปิ่งอินฮวาเปลี่ยนไปทันที ราวกับเดาอะไรบางอย่างได้ เธอสะบัดมือพี่หมิงออกทันที “คุณหมายความว่ายังไง? คุณอย่าลืมสิ ถังถังเป็นลูกของพวกเรานะ! พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะปฏิบัติกับเธอเหมือนลูกแท้ ๆ”
“ตอนนี้คุณ…เพื่อให้ตัวเองออกไปได้ ก็คิดจะทิ้งเธอเหรอ?”
“ถ้าอยากออกไปก็ออกไปสิ เธอไม่มีพ่อก็ได้”
ปิ่งอินฮวาพูดจบก็รีบวิ่งไปที่ห้องของฉู่ลั่ว
เมื่อเห็นมือของฉู่ลั่ววางอยู่บนตุ๊กตาดินเผา เธอก็ตะโกนเสียงดัง “ปรมาจารย์ฉู่ อย่าทำร้ายถังถังของฉันนะ ฉันยอมอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตก็ได้”
เธอวิ่งเข้าไปกอดตุ๊กตาดินเผาไว้ในอ้อมแขน
“ถังถัง ลูกอยากโดนตีหรือไง? ทำอะไรก็ปรึกษาพ่อแม่…ปรึกษาแม่ก่อนสิ!” เธอหันไปมองฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่ ฉันอยู่ที่นี่กับถังถังไปตลอดชีวิต”
“ฉันชินแล้ว”
“ฉันก็ไม่ได้อยากออกไปข้างนอกขนาดนั้น”
“โกหก!” ถังถังที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอพูดขึ้นมา “พ่อกับแม่อยากออกไปข้างนอกทั้งนั้น”
“ลูกเงียบไปเลย! ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่ ไม่มีส่วนให้เด็กมาแทรกหรอกนะ!”
ตุ๊กตาดินเผาถังถัง “…”
พี่หมิงก็วิ่งเข้ามาด้วย
ปิ่งอินฮวาไม่ปล่อยให้เขาเอ่ยปาก เธอพูดตรง ๆ ว่า “ปรมาจารย์ฉู่ ฉันไม่จำเป็นต้องออกไปจริง ๆ ฉันสามารถอยู่ที่นี่กับถังถังไปตลอดชีวิตได้ ฉันเคยสัญญาไว้แล้ว ว่าถ้าฉันตายไป ฉันก็อยู่ที่นี่กับถังถัง”
“ถ้าถังถังไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ ยังมีหนี้เลือดติดตัว ไม่ได้เป็นผีเด็ก ก็จะปล่อยให้เธอเป็นผีเร่ร่อนสูญเสียสติ รอวันถูกนักพรตสักคนฆ่าเหรอ?”
เธอส่ายหัว “ถังถังเป็นลูกสาวของฉัน เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในฐานะผู้ปกครอง ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนเธอ”
พี่หมิงจ้องมองปิ่งอินฮวา แล้วหันไปมองตุ๊กตาดินเผาที่น่ารัก เขาลอบถอนหายใจเบา ๆ
นี่คือเหตุผลที่เขาไม่อยากมา
แค่เห็นถังถัง ถึงแม้จะเป็นแค่ตุ๊กตาดินเผา เขาก็ใจอ่อนแล้ว!
“ปรมาจารย์ฉู่ ผมก็คิดเหมือนกับแม่ถังถัง”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ฉันเคยบอกเหรอคะว่าถังถังไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้”
ปิ่งอินฮวาและพี่หมิงต่างตกตะลึง
“ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์ฉู่ไม่ได้พูดไว้เหรอครับ? ถ้าความอาฆาตไม่หายไปก็ไม่สามารถ…ไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้!”
ฉู่ลั่วมองปิ่งอินฮวากับพี่หมิง “เรื่องก่อนหน้านี้ก็เป็นเรื่องก่อนหน้านี้ ตอนนี้ถังถังไม่มีความยึดติดแล้ว”
“อะไรนะ!”
พี่หมิงกับปิ่งอินฮวาต่างตกใจ พลางมองตุ๊กตาดินเผาถังถัง
ตุ๊กตาดินเผาถังถังพูดเสียงใส “ใช่แล้วค่ะ! หนูรู้แล้วว่าพ่อแม่รักหนูมาก พ่อแม่รักหนูถึงขนาดยอมสละอิสรภาพ ยอมทิ้งชื่อเสียง ยอมสละทุกอย่าง เพื่ออยู่เป็นเพื่อนหนูในบ้านผีสิง”
“หนูรู้ว่าตอนกลางคืนพ่อจะถูกผีหลอก แม่จะฝันร้ายเพราะพลังหยิน”
“แต่พ่อแม่ไม่เคยโทษหนูเลย ไม่เคยคิดจะทิ้งหนูด้วย”
“พ่อแม่รักหนู เหมือนกับที่หนูรักพ่อแม่”
“พ่อแม่ไม่อยากจากหนู เหมือนกับที่หนูไม่อยากจากพ่อแม่”
เสียงของตุ๊กตาดินเผาถังถังฟังดูนุ่มนวลเป็นพิเศษ ไม่มีความโหดร้ายของผีเด็กหลงเหลืออยู่เลย
เธอพูดจนทำให้ปิ่งอินฮวากอดตุ๊กตาดินเผาและร้องไห้ออกมา
พี่หมิงก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาแดงก่ำ สะอึกเป็นระยะ
“แม่อย่าร้องไห้เลย การที่หนูไม่มีความยึดติดแล้วเป็นเรื่องดีนะ!”
ถังถังปลอบปิ่งอินฮวาราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย
ปิ่งอินฮวายิ่งร้องไห้หนักขึ้น
หลังจากที่ทั้งสามคนร้องไห้จนสงบลง ฉู่ลั่วจึงพูดขึ้นว่า “สำหรับถังถังแล้ว นี่เป็นเรื่องดีจริง ๆ ตอนนี้เธอไม่มีความยึดติดแล้ว สามารถไปเกิดใหม่ในปรโลกได้ แต่การส่งเธอไปเกิดใหม่ในปรโลกโดยตรงนั้นแตกต่างกัน”
“ผีเด็กที่ทำสัญญากับคนเป็น จะใช้โชคชะตาของตัวเองแปลกเปลี่ยน ส่งผลกระทบต่อชาติหน้า”