เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1894 เป็นเด็กดี
บทที่ 1894 เป็นเด็กดี
วันต่อมา ไจ๋โหรวก็พาพวกซ่งเมี่ยวเมี่ยวกลับไปที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันในตี้จิง
เถาซูเยียนกับจิ่วฉานก็กลับมาด้วยกันทั้งหมด
ไจ๋โหรวมองเด็กน้อยทั้งสี่คน รวมถึงกระถางดอกไห่ถังที่ซ่งเมี่ยวเมี่ยวอุ้มอยู่ “พวกเธอรู้ไหมว่าต้องเป็นเด็กดีรออยู่ที่นี่?”
เด็กน้อยทั้งสี่พยักหน้า
จิ่วฉานแสดงสีหน้ากังวล “ไม่จำเป็นต้องให้อาตมาไปด้วยจริง ๆ หรือ?”
“เณรเป็นแค่เด็ก นี่ไม่ใช่เรื่องที่เณรต้องกังวล เณรกับซูเยียนไปเรียนตามปกติเถอะ ถ้าเจอเหตุการณ์ผิดปกติ ก็ให้รีบกลับมาที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันทันที อย่าออกไปข้างนอกเด็ดขาด”
เถาซูเยียนและจิ่วฉานพยักหน้า
จิ่วฉาน “จิ่งเจียเหยียน…”
“เหยียนเหยียนไม่เป็นอะไร ฉันติดต่อไปแล้ว เธอเป็นปีศาจงูที่บำเพ็ญตามวิถีพุทธ พลังวิญญาณนี้เหมาะกับการบำเพ็ญของเธอ และตอนนี้เธอก็ทำสัญญากับมนุษย์แล้ว ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของมนุษย์ พลังวิญญาณนี้ยิ่งทำร้ายเธอไม่ได้”
จิ่วฉานส่งเสียงรับรู้
ไจ๋โหรวมองคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันที่ใหญ่โต “พวกเธอ…เป็นดีอยู่ที่นี่ รอให้พวกเรามารับ”
สี่เด็กน้อยพยักหน้า
จากนั้นไจ๋โหรวก็ออกไป
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือน ซ่งเมี่ยวเมี่ยวมักได้ยินเสียงค่ายกลถูกโจมตีอยู่เสมอ ทั้งจากนักพรต ปีศาจ และแม้แต่มนุษย์ก็มาโจมตีค่ายกลด้วย
ตอนแรกซ่งเมี่ยวเมี่ยวยังรู้สึกสงสัย มองคนพวกนั้นโจมตีใส่ค่ายกล แต่ต่อมาก็รู้สึกเบื่อ
กระทั่งอีกไม่กี่วันต่อมา จิ่วฉานกับเถาซูเยียนก็อุ้มดอกไห่ถังมาปรึกษาพวกเธอสองคน
“ไม่เอา พวกคุณจะไปกันหมด จะทิ้งฉันกับถังถังไว้ที่นี่ ไม่เอา!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพองแก้มโมโห “แถมยังจะเอาดอกไห่ถังไปด้วย”
ปิ่งจ้าวถังก็โกรธเหมือนกัน เธอยกมือขึ้นเท้าเอว “ฉันก็ไม่เอา!”
จิ่วฉานกำลังจะปลอบพวกเธอ แต่ถูกเถาซูเยียนห้ามไว้
เถาซูเยียนพูดกับเด็กสองคนอย่างจริงจัง “มณฑลหนานเกิดเรื่อง พวกปีศาจก่อเรื่องวุ่นวาย ทำร้ายผู้คนไปมากมายแล้ว ตอนนี้มีเพียงราชาปีศาจไห่ถังตนนี้เท่านั้นที่ไปได้ บางทีอาจจะสามารถข่มขวัญไม่ให้พวกปีศาจก่อเรื่องวุ่นวาย”
“ป้าย่วนย่วน พี่เสี่ยวหลี พี่อาหมิง รวมถึงพี่ชายพี่สาวจากองค์กรทุกคนกำลังปราบปรามเผ่าปีศาจที่มณฑลหนาน และต่อสู้กับพวกเทพอยู่ เมี่ยวเมี่ยว ถังถัง ฉันกับจิ่วฉานจะไปช่วยไห่ถังรักษาสถานการณ์ พวกเธอสองคนอยู่ที่นี่ เป็นเด็กดีรอพวกเรานะ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับปิ่งจ้าวถังกำลังจะร้องไห้ออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมร้อง
เถาซูเยียน “เป็นเด็กดีนะ! รอพวกเรากลับมา แล้วจะซื้อของอร่อย ๆ มาฝาก”
“งั้นพวกเธอต้องรีบกลับมาเร็ว ๆ นะ!”
“อื้ม”
เด็กน้อยสองคนยืนอยู่ที่ประตูคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน มองจิ่วฉานและเถาซูเยียนจากไป
ร่างเล็ก ๆ สองร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ดูโดดเดี่ยวและเศร้าสร้อยเป็นพิเศษ
“ฉันกับถังถังจะเป็นเด็กดีและเชื่อฟัง พวกเธอต้องรีบกลับมานะ! ต้องรีบมารับฉันกับถังถังนะ!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยายามกลั้นเสียงร้องไห้
ปิ่งจ้าวถัง “เชื่อฟัง!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยว “อย่าทิ้งเมี่ยวเมี่ยวกับถังถังไว้ที่นี่นะ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็ซบไหล่ของฉู่ลั่วและร้องไห้ออกมา “พวกเราไม่มีประโยชน์ใช่ไหมคะ หนูกับถังถังถึงไม่ได้ไปด้วย”
“ใครบอกกัน เธอกับถังถังมีประโยชน์มากเลย แค่ยังเด็กเกินไปเท่านั้นเอง” ฉู่ลั่วตบหลังซ่งเมี่ยวเมี่ยวอย่างเห็นใจ
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวสะอื้น “พวกคนไม่ดี…บอกว่าพวกคุณไม่ต้องการหนูกับถังถังแล้ว รำคาญที่หนูกับถังถังเป็นภาระ”
ดวงตาของฉู่ลั่วหม่นลงเล็กน้อย “เธอบอกว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี แล้วจะเชื่อคำพูดของคนไม่ดีได้ยังไง หรือว่าคำพูดของคนไม่ดีพวกนั้นน่าเชื่อถือกว่าคำพูดของฉัน?”
“ไม่ใช่นะคะ!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวรีบส่ายหน้า “หนูเชื่อพี่ลั่วลั่ว”
เธอเงยหน้าขึ้น “หลังจากนั้น หนูก็ได้รับข่าวว่าหลานชายหายตัวไป…แล้วก็…”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวทั้งเศร้าทั้งกังวล “หนูกับถังถังออกมานานขนาดนี้ ถ้าซูเยียนกับจิ่วฉาน กลับมาแล้วไม่เห็นพวกเรา จะคิดว่าหนูกับถังถังเป็นเด็กไม่ดีหรือเปล่า!”
“จะคิดว่าหนูกับถังถังไม่เชื่อฟังไหม”