เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1893 เทพลงมาเยือนโลกมนุษย์
บทที่ 1893 เทพลงมาเยือนโลกมนุษย์
“ถังถังบอกว่าเธอรู้สึกไม่สบาย”
ไจ๋โหรวมองปิ่งจ้าวถังแวบหนึ่ง “เมี่ยวเมี่ยว เธอพาถังถังไปอยู่ในห้องที่ยวนยวนเคยอยู่สักพัก จำไว้นะ พวกเธอห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด”
พูดจบ ไจ๋โหรวก็พานักพรตกลุ่มหนึ่งวิ่งออกไปจากโรงแรม
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพาปิ่งจ้าวถังมาอยู่ในห้องจนถึงตอนกลางคืน
ตอนกลางคืน ขณะกำลังเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างเบื่อหน่าย ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมาจากข้างนอก
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวค่อย ๆ เปิดประตูห้อง เห็นฮั่วเซียวหมิง ไจ๋โหรว ซู่เซี่ยงหยาง หูเสี่ยวหลีและคนอื่น ๆ กำลังรวมตัวกันอยู่ในห้องนั่งเล่นทั้งหมด
สีหน้าของจี้ไจ่ดูแย่มาก “ประตูเชื่อมระหว่างสองโลกเปิดออกแล้ว พลังวิญญาณไหลบ่าลงมา แค่เวลาสั้น ๆ เพียงวันเดียว ก็มีคนเปิดจิตธรรมญาณได้แล้ว”
ไจ๋โหรว “ในมณฑลหนานมีเทวรูปโบราณบางรูปถึงกับมีพลังวิญญาณแล้ว วัดเต๋ากับวัดพุทธก็มีมากขึ้น”
เธอเดินไปที่หน้าต่าง มองท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิท มีเพียงช่องโหว่ขนาดใหญ่นั้นที่เปล่งแสงสีขาวอ่อน ๆ ปล่อยพลังวิญญาณหลั่งไหลลงมา
“หรือว่า…เหล่าเทพจะลงมาจริง ๆ ?”
แม้จะเป็นผู้บำเพ็ญ แต่เมื่อพูดถึงการลงมาของเหล่าเทพ ไจ๋โหรวก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
หยวนเส้าหยินถือดาบไว้ในมือ “ตอนนี้มีเพียงมณฑลหนานเท่านั้นที่มีสัญญาณการลงมาของเหล่าเทพ ข้างนอกยังไม่มี ทางการประกาศว่า…เป็นโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แบบใหม่ สามารถปิดข่าวได้ระยะหนึ่ง แต่เป็นอย่างนี้ต่อไป คงจะปิดไม่อยู่แล้วครับ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอียงคอ “เทพ?”
เธอแอบวิ่งไปที่หน้าต่างอีกครั้ง มองช่องโหว่บนท้องฟ้าด้านนอก “เทพอยู่ที่ไหน?”
“เมี่ยวเมี่ยว เธอกำลังมองอะไรอยู่?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูซ่งเมี่ยวเมี่ยวกะทันหัน
แต่เธอไม่ได้กลัวเลยแม้แต่น้อย จับมือปิ่งจ้าวถังชี้ไปที่ท้องฟ้าด้านนอก “มีเทพอยู่ตรงนั้น!”
“เทพ? จะเก่งเหมือนพี่ลั่วลั่วหรือเปล่า?”
“แน่นอนว่าไม่เก่งเท่าพี่ลั่วลั่วหรอก!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวยืนยันหนักแน่น เสียงโต้เถียงจากภายนอกยังดังไม่หยุด
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หูเสี่ยวหลีก็เดินเข้ามาตรวจสอบปิ่งจ้าวถัง “พลังหยินของเธอแรงมาก พลังวิญญาณบริสุทธิ์ข้างนอกมีผลกระทบต่อหยินมากเกินไป ช่วงนี้พวกเธอสองคนอย่าออกไปจากโรงแรมนะ”
“ห้องนี้เคยขังเฉิงยวนมาก่อน พลังหยินที่เหลืออยู่ของเธอสามารถปกป้องพวกเธอได้สักระยะ”
“พวกเธอสองคนต้องเชื่อฟังนะ เข้าใจไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับปิ่งจ้าวถังต่างก็เชื่อฟังอย่างว่าง่าย
ผ่านไปอีกสองวัน
หร่วนย่วนย่วนก็พาเหล่าก้อนกลมมาบอกลาพวกเธอทั้งสอง “ถังถัง เมี่ยวเมี่ยว ฉันจะพาพวกเขาไปส่งที่ปรโลกแล้ว”
เหล่าก้อนกลมวนเวียนรอบตัวพวกเธอทั้งคู่
ถังถังกับเมี่ยวเมี่ยวต่างก็อาลัยอาวรณ์ “ทำไมล่ะคะป้าย่วนย่วน?”
หร่วนย่วนย่วนมองออกไปนอกหน้าต่าง “เทพลงมาเยือนโลกมนุษย์ ไม่อนุญาตให้มีสิ่งชั่วร้ายบนโลก ได้แต่ส่งพวกเขาไปปรโลกเท่านั้น โชคดีที่พวกเขาใกล้จะเปลี่ยนร่างแล้ว อีกทั้งยังมียันต์ที่ปรมาจารย์ฉู่ทิ้งไว้ แค่ส่งพวกเขาไปปรโลกก็เพียงพอแล้ว”
เธอลูบผมของซ่งเมี่ยวเมี่ยว “แล้วเธอล่ะ? อยากไปปรโลกไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอียงคอ “ถังถังจะไปด้วยไหมคะ? ซูเยียนจะไปด้วยไหม? จิ่วฉานล่ะ?”
เธอถามทีละคน เกือบจะถามทุกคนในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันแล้ว จากนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างผิดหวัง “หนูอยากรอพี่ยวนยวนกับพี่ลั่วลั่วกลับมา”
หร่วนย่วนย่วน “ถังถังไปไม่ได้ เธอยังมีความยึดติด ซูเยียนกับจิ่วฉานก็ไม่ไปเหมือนกัน เมี่ยวเมี่ยว ตอนนี้โลกมนุษย์อันตราย…”
“งั้นหนูก็ไม่ไปเหมือนกัน หนูจะอยู่เป็นเพื่อนถังถัง!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกอดปิ่งจ้าวถังไว้แน่น “หนูจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนถังถัง ไม่ปล่อยให้ถังถังอยู่คนเดียว”
หร่วนย่วนย่วนเงียบไปครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นพวกเธออาจจะต้องออกจากมณฑลหนาน กลับไปคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันที่ตี้จิง”
“ทำไมล่ะคะ?”
“ต่อจากนี้มณฑลหนานจะเป็นอันตรายสำหรับวิญญาณหยินมาก ฝ่ายองค์กรจะจัดการได้ลำบากขึ้น”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้าเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย “พวกเราจะไปอยู่ที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันค่ะ”