เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1927 คุณ...อยากจะเข้าไป?
บทที่ 1927 คุณ…อยากจะเข้าไป?
“องค์กรต้องสร้างความไว้วางใจกับคนธรรมดา ต้องทำให้คนธรรมดาเชื่อใจองค์กรมากกว่าเชื่อใจรูปเคารพ”
ฉู่ลั่วส่งไม้พลองในมือให้หมี่สวิ้น “ถ้าจำเป็น ฉันจะไลฟ์สตรีมก็ได้ค่ะ”
หมี่สวิ้นจับไม้พลองในมือแล้วมองฉู่ลั่ว
เขาส่ายหัว “ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะต้องให้คุณมาทำเอง องค์กรของเราก็ไม่ได้กินเงินเดือนฟรี ๆ เรื่องแค่นี้พวกเราจัดการได้ครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นฉู่ลั่วจึงพยักหน้า “ถ้ามีอะไรที่ต้องการให้ฉันช่วย บอกมาได้เลยค่ะ”
เธอหมุนตัวเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อน!”
หมี่สวิ้นเรียกฉู่ลั่วไว้
ฉู่ลั่วหันกลับมา
เขาลังเลอยู่พักใหญ่ “คุณ…อยากจะเข้าไปในค่ายกลชั้นในใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วชะงัก สีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ จากนั้นก็พยักหน้า “อยากเข้าไป อยากเข้าไปมาก”
หมี่สวิ้น “แต่ว่าค่ายกลชั้นในเชื่อมต่อกับประธานฮั่ว ถ้าประธานฮั่วไม่ยินยอม การบุกรุกเข้าไปตามอำเภอใจจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับเขา”
ฉู่ลั่วขยับนิ้วมือเล็กน้อย “ฉันรู้ ฉันไม่ได้คิดจะบุกเข้าไป”
“พวกคุณ… น่าจะมีวิธีเข้าไป อย่างน้อยก็น่าจะมีวิธีที่สร้างความเสียหายต่อเขาน้อยที่สุด”
“สิ่งที่ฉันทำทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้พวกคุณไว้ใจ ให้พวกคุณบอกวิธีนั้นกับฉัน”
นับตั้งแต่ได้พบกับฉู่ลั่ว หมี่สวิ้นแทบไม่เคยเห็นเธอมีอารมณ์แปรปรวนมากขนาดนี้ แม้แต่คำพูดก็มากขึ้น
เขาเห็นความคาดหวังที่ซ่อนอยู่ในแววตาที่มักจะเฉยเมยและสงบนิ่งของฉู่ลั่ว
หมี่สวิ้นกลืนน้ำลายลงคอ หลบสายตาของฉู่ลั่ว “ผมขอคิดดูอีกที ขอคิดอีกหน่อย”
ประกายความหวังในดวงตาของฉู่ลั่วดับลง กลับสู่สีหน้าเย็นชาเหมือนเดิม “อืม คุณคิดให้ดี”
เธอหันหลังเดินจากไป
แม้ว่าเงาด้านหลังจะเหมือนเดิม แต่หมี่สวิ้นกับหนงฉานก็ยังสัมผัสได้ถึงความอ้างว้าง
หนงฉานหันหน้าหนีไปมองทางอื่น เสียงของเธอดูสั่นเครือ “หัวหน้าหมี่…”
หมี่สวิ้นยกมือขึ้นห้ามหนงฉานไม่ให้พูดต่อ “ฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไร แต่ฉันต้องคิดดูก่อน”
ค่ำคืนมาเยือน
ฉู่ลั่วยืนอยู่ที่ขอบของค่ายกลชั้นใน มองผ่านม่านค่ายกลพร่ามัว เห็นวัตถุที่เลือนรางอยู่ภายใน
เธอก้าวเข้าไปใกล้แทบจะแนบชิดกับค่ายกล พลังวิญญาณบนมือของเธอรวมตัวกันแล้วสลายไป สลายไปแล้วรวมตัวกันใหม่
หลังจากทำซ้ำแบบนี้หลายครั้ง เธอจึงถอนหายใจเบา ๆ ปล่อยให้พลังวิญญาณบนฝ่ามือสลายไปอย่างสมบูรณ์ จากนั้นจึงหันหลังเดินจากไป
เมื่อเธอหันหลังกลับ ก็สบตากับหมี่สวิ้นพอดี
หมี่สวิ้นเดินเข้ามาหา “ทางองค์กรได้ทำตามที่คุณบอกแล้ว ผลตอบรับในหมู่คนธรรมดานั้นดีมาก พวกเขารู้ว่าเครื่องมือของตัวเองสามารถโจมตีวิญญาณร้ายได้ ก็ไม่รู้สึกกลัวมากเท่าเดิมแล้ว”
“ตอนกลางคืนมีคนกล้าออกมาข้างนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ”
“ถึงแม้จะเจอวิญญาณร้าย ก็ไม่ได้หวาดกลัวมากเหมือนก่อน”
ฉู่ลั่ว “เมื่อในมือมีอาวุธป้องกันตัวเอง ก็ย่อมมีกำลังใจ ไม่กลัวเป็นเรื่องธรรมดา”
หมี่สวิ้นเดินมาถึงหน้าค่ายกล “หลายปีมานี้ ในการต่อสู้กับวิญญาณร้าย องค์กรของเราสูญเสียเจ้าหน้าที่ไปมากมาย”
“พวกเราไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้”
“แต่เดิมการเปิดค่ายกลปีละครั้งนั้น ก็เพื่อคัดเลือกนักพรตที่เหมาะสมที่สุดให้มาช่วยเหลือเรา แต่สุดท้าย…ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นการแข่งขันของวงการบันเทิงไปได้”
“นักพรตเหล่านั้นไม่ได้มาช่วยเรา พวกเขามาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน”
“พวกเขาไม่อยากอยู่ต่อ พวกเขาแค่อยากชนะแล้วก็จากไป”
น้ำเสียงของหมี่สวิ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก “จริง ๆ แล้ว… จริง ๆ แล้วเราคิดว่าจะให้เจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันออกจากมณฑลหนานปีละครั้ง”
“แต่น่าเสียดาย จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนออกไปได้เลย”
“หนงฉานยังไม่บรรลุนิติภาวะตอนที่มาอยู่กับผม พ่อแม่ของเธอตายอยู่ในค่ายกลชั้นใน พ่อแม่ของเธอหวังว่าพวกเราจะส่งเธอออกจากมณฑลหนานได้ แต่จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังทำไม่สำเร็จ”
“บางครั้งผมก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว”
“วิญญาณร้ายที่กำจัดไม่หมด รูปเคารพที่เผาไม่หมด เทพเจ้าที่จะลงมาในไม่ช้า…”
“ผมถึงขั้นคิดว่าการถูกเทพควบคุมก็ไม่ได้แย่อะไร! ผู้คนในอดีตก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ?”