เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1928 ทำไมคุณไม่มาเร็วกว่านี้
บทที่ 1928 ทำไมคุณไม่มาเร็วกว่านี้
หมี่สวิ้นมองไปที่ฉู่ลั่ว “ผมมันอ่อนแอ คิดจะยอมแพ้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ผมไม่กล้า ผมไม่กล้าพูดว่ายอมแพ้ ผมกลัวที่จะถูกตราหน้า”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปใกล้หมี่สวิ้น “คุณไม่ได้อ่อนแอ คุณแข็งแกร่งมากแล้ว”
เสียงของหมี่สวิ้นสั่นเครือ “สถานการณ์แบบนี้จะเปลี่ยนแปลงได้ไหมครับ?”
“มันจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เทพกำลังจะลงมา เหมือนกับที่คุณเปลี่ยนแปลงพวกผู้ชายได้ไหม?”
ฉู่ลั่วคิดสักครู่ “ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่”
หมี่สวิ้นก้มหน้าลง ยิ้มเบา ๆ
“ตอนนี้ผมเริ่มอ่อนแออีกแล้ว ผมควรจะพิจารณาคุณให้ดีกว่านี้”
“ผมควรจะสังเกตคุณอย่างถี่ถ้วนมากกว่านี้”
“แต่คุณนำความหวังมาให้ผม คุณแบกรับความรับผิดชอบที่ผมไม่กล้าแบกรับ”
หมี่สวิ้นเงียบไปสองสามวินาที จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เสียงของเขาเย็นชาลง ประสานมือคำนับฉู่ลั่วแล้วกล่าวว่า “หมี่สวิ้น รักษาการหัวหน้าขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ ขอส่งมอบเครื่องรางสำหรับเปิดค่ายกลชั้นในให้แก่หัวหน้าองค์กรรุ่นแรก”
เขาไม่ลังเล ยื่นมือออกไป
เครื่องรางสีทองรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเท่าฝ่ามือ ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของหมี่สวิ้น
“ขอให้หัวหน้าองค์กรช่วยเหลือมณฑลหนาน”
“ช่วยเหลือมวลมนุษย์ด้วย!”
ฉู่ลั่วเคยจินตนาการถึงสภาพภายในค่ายกลชั้นในของมณฑลหนานมานับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ว่าจะเป็นภาพที่น่าสยดสยองแค่ไหน เธอก็เตรียมใจไว้แล้ว
แต่เมื่อเธอเข้ามาในค่ายกลจริง ๆ และเห็นภาพตรงหน้า เธอก็ยังคงตกตะลึง
สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเชือกอาคมสีแดงขนาดมหึมายี่สิบสี่เส้นที่ห้อยลงมาจากท้องฟ้า
จากนั้นก็ตามมาด้วยพลังวิญญาณและพลังหยินที่พัดกระหน่ำเข้ามา
พลังชีวิตทั้งหมดในค่ยกลชั้นในถูกกดทับด้วยพลังวิญญาณและพลังหยินที่ผสมปนเปกันจนไม่รู้สึกถึงอะไรเลย
ส่วนอาคารโดยรอบก็เงียบสงัดไร้ชีวิต
“มนุษย์!”
“มนุษย์ที่ยังมีชีวิต!”
“แถมยังเป็นผู้บำเพ็ญด้วย”
เสียงแกรก ๆ ดังมาจากอาคารเก่าทรุดโทรมข้าง ๆ ฉู่ลั่วเหลียวไปมอง เห็นวิญญาณร้ายหลายตนที่มีพลังและความโหดเหี้ยมกำลังเดินโซเซเข้ามา
วิญญาณร้ายเหล่านี้มีรูปร่างน่าสะพรึง ท่าทางดุร้าย มองมาทางฉู่ลั่วด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโลภ
แต่เสื้อผ้าของพวกมันล้วนเป็นเสื้อผ้าของมนุษย์ บางตัวยังสวมชุดนักเรียนที่มองเห็นชื่อโรงเรียนได้อย่างเลือนราง
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก
บนท้องฟ้ามีแสงสีทองจางๆ พลังวิญญาณพลุ่งพล่าน แต่ถูกขวางกั้นด้วยเชือกอาคมยี่สิบสี่เส้น
เธอเรียกดาบชิงเจวี๋ยออกมา ชี้วิญญาณร้ายที่กำลังวิ่งเข้ามา “หลบไป!”
วิญญาณร้ายทั้งหมดหยุดชะงัก
ฉู่ลั่วค่อย ๆ หันไปมอง
วิญญาณร้ายนักเรียนชะงักไปครู่หนึ่ง ความแปลกประหลาดในดวงตาจางหายไป ริมฝีปากที่แตกออกขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัวสองสามครั้ง “คุณคือฉู่ลั่วเหรอ?”
“ฉันเคยเห็นคุณในรายการโปรดของพ่อกับแม่”
“พ่อกับแม่ของฉันรอให้คุณมาช่วยพวกเรา!”
“พวกเขารอไม่ไหวแล้ว พวกเขารอไม่ไหวแล้ว!”
วิญญาณร้ายที่เดิมยังสงบ ปล่อยพลังอาฆาตออกมาอย่างรุนแรง “ทำไมคุณไม่มาเร็วกว่านี้? พ่อกับแม่ของฉันรอคุณอยู่ตลอด”
พลังอาฆาตยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบจะปกคลุมวิญญาณร้ายทั้งหมด
ยันต์แผ่นหนึ่งลอยมา ติดอยู่บนหน้าหน้าผากของนักเรียน ทำให้นักเรียนหยุดนิ่งอยู่กับที่
วิญญาณร้ายอีกสองตนเห็นดังนั้นก็จะวิ่งหนี วิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกยันต์ตรึงไว้เช่นกัน
ฉู่ลั่วกระโดดขึ้นไปบนอากาศ มุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่เชือกอาคมยี่สิบสี่เส้นผูกมัดไว้
ยังไม่ทันลงพื้น ก็ถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งขวางไว้กลางอากาศ
“ใคร!”
ฉู่ลั่วมองไป เธอจึงเห็นใบหน้าคุ้นเคย
คนที่อยู่ตรงข้ามก็มองเห็นใบหน้าของเธอชัดเจน
ทันทีที่มองเห็น ทุกคนต่างก็หยิบอาวุธเวทออกมา “ยังกล้ามาอีกเหรอ”
“หยวนเส้าหยิน ฉันคือตัวจริง”
คนที่นำหน้าคือหยวนเส้าหยินนั่นเอง
หยวนเส้าหยินหัวเราะเยาะ “จริงหรือปลอม ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะมาพูดได้”
พลังวิญญาณอันทรงพลังพุ่งออกมาจากอาวุธเวทของเขา พุ่งตรงใส่ฉู่ลั่ว ส่วนคนที่เหลือก็รีบกระจายตัวล้อมรอบอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นวงเวท
ทันทีที่วงเวทก่อตัวขึ้น จิตสังหารที่รุนแรงก็พุ่งเข้าใส่ฉู่ลั่วซึ่งอยู่ตรงกลาง
ฉู่ลั่วใช้ดาบฟันออกไป ดาบของหยวนเส้าหยินก็แทงลงมาจากด้านบน
แต่ถูกฉู่ลั่วปัดป้องออก