เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1929 ร่างของคนผู้หนึ่ง
บทที่ 1929 ร่างของคนผู้หนึ่ง
เมื่อการโจมตีครั้งแรกล้มเหลว หยวนเส้าหยินไม่ลังเลที่จะแทงมาอีกครั้ง คนอื่น ๆ ก็ร่วมมือกับหยวนเส้าหยินด้วย
ทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ฉู่ลั่วกำดาบแน่นขึ้น เธอฟันดาบทำลายวิชาค่ายกล แล้วกระโดดเบา ๆ ออกไปไกล ก่อนจะไปอยู่บนต้นไม้ที่เต็มไปด้วยใบไม้อันแปลกประหลาด
“ฉันคือฉู่ลั่วจริง ๆ นะ!”
หยวนเส้าหยินและคนอื่นตามมาติด ๆ แทงอีกครั้งอย่างไม่ลังเล
ฉู่ลั่วปัดป้องทีละครั้งพลางขมวดคิ้วแน่นขึ้น
เพียงแค่หันไปด้านข้างเล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็เผชิญหน้ากับใบหน้าซีดเผือดที่คุ้นเคย
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันที ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
มันคือใบหน้าที่เหมือนกับเธอทุกประการ
พลังวิญญาณทั่วร่างก็เหมือนกับเธอทุกอย่าง
แต่ตอนนี้ลมหายใจดับสิ้น ไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต
“เธอก็คือฉู่ลั่วตัวจริงเหมือนกัน ในเมื่อเธอก็เป็นตัวจริง งั้นฉันจะส่งพวกเธอไปอยู่เป็นเพื่อนกันเลย!”
เสียงของหยวนเส้าหยินดังขึ้นกะทันหันจากด้านหลัง ดาบคมกริบแทงทะลุร่างของฉู่ลั่วโดยตรง
ร่างของฉู่ลั่วสั่นไหวเล็กน้อย แล้วหายวับไปกับตา
พริบตาเดียว ธอก็ปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร
ฉู่ลั่วมองดูร่างที่แขวนอยู่บนต้นไม้ แล้วหันไปมองหยวนเส้าหยินที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
เมื่อก่อนหยวนเส้าหยินมีบุคลิกที่สง่างามราวกับเทพเซียน
แต่ตอนนี้บนร่างของเขามีเพียงจิตสังหารอันเยือกเย็น ไม่มีสิ่งอื่นใดเหลืออยู่
สีหน้าของฉู่ลั่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอมองไปยังจุดที่เชือกอาคมยี่สิบสี่เส้นรวมตัวกัน หัวใจของเธอเต้นแรง เธอไม่ยั้งมืออีกต่อไป รวบรวมพลังวิญญาณและสร้างเส้นทางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ร่างของเธอเคลื่อนที่เร็วราวกับเงา มุ่งตรงไปยังจุดหมาย
หยวนเส้าหยิน “อยากตายรึไง!”
เขาเคลื่อนที่เร็วมากเช่นกัน แต่ก็ไม่เร็วเท่าฉู่ลั่ว
เมื่อมาถึง วิชาค่ายกลก็ถูกทำลายไปแล้ว
ค่ายกลทั้งหมดถูกทำลายจนหมดสิ้น
สีหน้าของหยวนเส้าหยินเปลี่ยนไปมาก
จบกัน!
ทั้งมณฑลหนานจะจบสิ้นแล้ว!
มนุษยชาติทั้งหมดจะจบสิ้นแล้ว!
ทันทีที่ฉู่ลั่วทำลายค่ายกล เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่ง
นี่มัน…
พลังของยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลา
ที่นี่เคยเป็นอาคารสูง ตำแหน่งที่เธอยืนอยู่คือชั้นบนสุด
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ พลังก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น กลิ่นอายที่คุ้นเคยก็ยิ่งเข้มข้น
ฉู่ลั่วไม่ได้ใช้พลังวิญญาณอีกต่อไป แต่ค่อย ๆ เดินไปทีละก้าว
ประตูห้องทำงานที่หนาหนัก เกิดสนิมขึ้นเนื่องจากไม่ได้รับการซ่อมแซมมานาน
เมื่อผลักออกก็ส่งเสียงดังเอี๊ยด
ฉู่ลั่วออกแรงเล็กน้อย ผลักประตูเปิดออก
ทันใดนั้นเธอก็ยืนนิ่งอยู่กับที่
เชือกอาคมยี่สิบสี่เส้นจากฟากฟ้า ร่วงลงไปในสระโลหิตที่อยู่ใจกลางห้องทำงาน
เชือกอาคมแขวนร่างของคนผู้หนึ่งจากสระโลหิตไว้กลางอากาศ
ชายคนนั้นก้มหน้า ร่างกายและวิญญาณถูกมัดรวมกันไว้ในสระโลหิต
หยวนเส้าหยินวิ่งพรวดมาจากด้านหลัง ชักดาบหมายจะฟันฉู่ลั่ว แต่กลับสบตากับฉู่ลั่วที่ค่อย ๆ หันมา
เขาชะงักฝีเท้า สีหน้าก็นิ่งงันไปชั่วขณะ
ดวงตานั้นเต็มไปด้วยน้ำตา ราวกับว่าจะไหลรินออกมาในวินาทีต่อไป
ฉู่ลั่วชี้ไปที่คนในสระโลหิต ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่กลับเปล่งเสียงไม่ออก
หยวนเส้าหยินไม่กล้าสบตากับเธอ เขาเบือนหน้าหนีด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ฉู่ลั่ววิ่งตรงไปยังสระโลหิตทันที
“ฮั่วเซียวหมิง”
ฉู่ลั่วเรียกเบา ๆ
เสื้อผ้าบนร่างของเธอถูกเลือดสด ๆ จากสระโลหิตซึมเข้าไป เธอค่อยเข้าไปใกล้เขา มือเลื่อนปอยผมสีดำของฮั่วเซียวหมิงออก
เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย
แต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
“ฮั่วเซียวหมิง”
เธอเรียกอีกครั้ง
ในห้องที่ว่างเปล่า เสียงที่แผ่วเบาของเธอดังก้องไปทั่ว
สิ่งที่ตอบสนองเธอมีเพียงวิญญาณที่ถูกเชือกอาคมยี่สิบสี่เส้นดึงรั้ง บิดเบี้ยวและกรีดร้องอย่างเงียบงัน
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นกดวิญญาณที่กำลังจะถูกเชือกอาคมยี่สิบสี่เส้นฉีกออก มืออีกข้างโอบกอดฮั่วเซียวหมิงเบา ๆ เอียงศีรษะเล็กน้อย มองไปที่หยวนเส้าหยินด้วยสายตาเจ็บปวดและตั้งคำถาม
หยวนเส้าหยินสบตากับดวงตาคู่นั้น อ้าปาก แต่พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
Saipannarak
อ้ากกกกพี่ฮั่วววว