เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1946 คุณยังจำพวกเราได้ไหมคะ
บทที่ 1946 คุณยังจำพวกเราได้ไหมคะ
เขาชี้ไปที่หน้าจอไลฟ์สด “แต่ฉู่ลั่วฆ่าเทพที่เพิ่งฝ่าด่านเคราะห์ต่อหน้าคนและปีศาจมากมายขนาดนี้ แต่ทัณฑ์สวรรค์กลับไม่ลงโทษเธอ!”
“ทำไมเธอถึงอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของสวรรค์!”
ระบบ [ไม่รู้]
ซีไป๋ “เรื่องนี้นายก็ไม่รู้ แล้วนายรู้อะไรบ้าง?”
ระบบ […]
ซีไป๋หายใจลึก ๆ หลายครั้ง “ฉันฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จแล้ว แดนเทพจะให้ตำแหน่งเทพฉันเมื่อไหร่?”
ระบบ [การฝ่าด่านเคราะห์ครั้งนี้มีเทพมากมาย ต้องรอให้แดนเทพแต่งตั้งเทพก่อน และตำแหน่งเทพก็ไม่ได้แต่งตั้งกันง่าย ๆ]
ซีไป๋ “ฉันไม่เหมือนคนอื่นที่ฝ่าด่านเคราะห์ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เหล่าเทพจะลงมาได้หรือไง? ทั้งความดีความชอบ ทั้งความสามารถ ฉันต้องไปรับการแต่งตั้งพร้อมกับคนไร้ค่าพวกนั้นเหรอ?”
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า [ถ้านายไม่พอใจ ก็ไปถามแดนเทพเองสิ]
ได้ยินดังนั้น ซีไป๋ก็แค่นเสียงเย็นชา “นายคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ”
ระบบ […]
ฉู่ลั่วฆ่าเทพ!
สวรรค์ไม่ได้ลงโทษฉู่ลั่ว!
สองหัวข้อนี้ติดอันดับค้นหาทันที ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือนักพรตจากลัทธิเต๋า ต่างก็กำลังพูดคุยถึงเรื่องนี้
ส่วนคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันในมณฑลหนานก็มีกลุ่มคนมาที่นี่เช่นกัน
วิญญาณของซู่เซี่ยงหยางทะลุผ่านค่ายกลโดยมีหัวหว่านนำทางเข้าไปข้างใน
เขามองคนที่เข้าแถวรออยู่นอกค่ายกล แล้วถามว่า “คนมากมายขนาดนี้มาเพื่อพบฉู่ลั่วกันทั้งหมดเลยเหรอ?”
หัวหว่านพยักหน้า “หลังจากการไลฟ์ครั้งที่แล้ว ก็มีคนมาพบคุณหนูเพิ่มขึ้นไม่น้อยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นพวกปีศาจและผีที่หลบหนีการไล่ล่าขององค์กร และอีกส่วนหนึ่งเป็นผู้บำเพ็ญ”
ซู่เซี่ยงหยางยิ้มเล็กน้อย “พลังในการรวมใจคนของเธอแข็งแกร่งเสมอ”
การไลฟ์สดครั้งสุดท้ายได้บันทึกภาพของปีศาจ ผี และนักพรตไว้อย่างชัดเจน
ทำให้คนที่กำลังหวาดกลัวรู้สึกเหมือนมีที่พึ่งพิง
และคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ที่พวกเขาทุกคนใฝ่ฝันจะมา
ขอแค่ได้มาที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน ขอแค่ได้เจอฉู่ลั่ว เท่านั้นก็พอแล้ว
……
ฉู่ลั่วนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ ฟู่ปู้เสวี่ยนกำลังนำปีศาจตนหนึ่งออกไป
ปีศาจตนนั้นมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี จับมือของฟู่ปู้เสวี่ยนถามซ้ำแล้วซ้ำอีก “จริงๆ เหรอ? ตอนนี้ฉันสามารถอยู่ได้แล้ว? จะไม่มีใครตามล่าฉันอีก? จะไม่มีใครไล่ฉันไปอีกใช่ไหม?”
ฟู่ปู้เสวี่ยน “ไม่หรอก ตราบใดที่คุณไม่ทำชั่ว คุณสามารถอยู่ที่นี่ได้แน่นอน”
ปีศาจยิ่งดีใจมากขึ้น เปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิมทันที เป็นไก่ฟ้าที่สวยงามมาก “ในที่สุดฉันก็สามารถเปลี่ยนเป็นร่างเดิมได้อย่างอิสระแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางมองอยู่ ผู้หญิงสองคนที่ตามหลังเขามาก็จ้องมองเบิกตากว้าง “ปรมาจารย์ฉู่ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ”
“แน่นอนสิ นั่นคือปรมาจารย์ฉู่เชียวนะ”
เมื่อมาถึงห้องโถง ซู่เซี่ยงหยางก็พูดขึ้นทันที “คุณเนี่ยถ้าไม่ลงมือก็แล้วไป แต่พอลงมือกลับสั่นสะเทือนฟ้าดินได้เลยนะครับ!”
ฉู่ลั่ว “ถ้าฉันไม่ลงมือ ตอนนี้ด้านนอกคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันของฉันคงไม่ได้เป็นที่ที่ผู้คนมาขอเข้าร่วม แต่เป็นที่ที่พวกเขามาท้าทายฉันแทน”
ซู่เซี่ยงหยางยิ้ม ไม่ได้เอ่ยโต้แย้ง
เขาหันตัวหลบไปด้านข้าง เผยให้เห็นผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านหลัง “วันนี้ผมเป็นแค่คนนำทางเท่านั้น คนที่ต้องการพบคุณคือพวกเธอสองคน”
ผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านหลังเขาอายุราว ๆ สี่สิบปี ทั้งคู่ตัดผมสั้น พอเห็นฉู่ลั่วก็กระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที “ปรมาจารย์ฉู่ คุณยังจำพวกเราได้ไหมคะ?”
ผู้หญิงทั้งสองวิ่งเข้ามาหน้าฉู่ลั่ว มองเธอด้วยสายตาคาดหวัง
ฉู่ลั่ว “ชะตาเด็กหยวนเป่ยเป่ย ลูกหลานสำนักส่องนภาเซียวเมิ่ง”
หยวนเป่ยเป่ยกับเซียวเมิ่งกรีดร้องออกมาพร้อมกัน “ปรมาจารย์ยังจำพวกเราได้ ปรมาจารย์ไม่ลืมพวกเรา”
ฉู่ลั่ว “พวกคุณสองคน…”
เซียวเมิ่งพูดอย่างดีใจ “ปรมาจารย์ยังจำได้ไหมคะ? ตอนนั้นปรมาจารย์ส่งพวกเราสองคนไปสมัครงานที่องค์กร หลังจากพวกเราเรียนจบก็ไปทำงานที่นั่น”
ฉู่ลั่ว “…”
หยวนเป่ยเป่ยรีบพูด “จะพูดว่าเป็นองค์กรจริง ๆ ก็ไม่ใช่นะ ไม่ใช่องค์กรที่ยุ่งเหยิงอยู่ข้างนอกตอนนี้ มันเป็น…เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำขึ้นมาในภายหลัง ฉันกับเมิ่งเมิ่งทำงานอยู่ที่นั่นค่ะ”