เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1948 ทำเพื่อโลกใบนี้มากพอแล้ว
บทที่ 1948 ทำเพื่อโลกใบนี้มากพอแล้ว
ถัดไปคือไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ที่ยิ้มจนตาหยี
เซียวเมิ่งพูดว่า “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์ต้องการเยี่ยมชมโรงเรียนของพวกเราไหมคะ?”
ฉู่ลั่วเก็บความตกใจไว้ พยักหน้าตอบ
เซียวเมิ่งพูดกับนักเรียนที่อยู่บนฟ้าโดยตรง “แยกย้ายได้! งานต้อนรับจบแค่นี้ ต่อไปเป็นเวลาอิสระของปรมาจารย์ฉู่”
ไล่นักเรียนไปได้ แต่ไล่ปรมาจารย์ไม่ได้
ทันทีที่นักเรียนจากไป เซียนพู่กัน เทพอู่ทง และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งเข้ามาหา
“หัวหน้าองค์กร คุณกลับมาแล้ว!”
“หัวหน้าองค์กร ฉันดูไลฟ์ของคุณ คุณเท่มาก ๆ เลย!”
“หัวหน้าองค์กร ดีที่คุณกลับมา พวกเราทนทุกข์มาหลายปีแล้ว!”
“หัวหน้าองค์กร หัวหน้าองค์กร…”
ฉู่ลั่วรู้สึกว่าหูของเธอเต็มไปด้วยเสียงพูดมากมายที่ต่างเรียกเธอว่าหัวหน้าองค์กรพร้อมกัน
ไจ๋โหรวพยายามแทรกตัวเข้าไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “เจ้านิกาย คุณคงไม่คิดใช่ไหมคะ! ในช่วงที่เราไม่อยู่ พวกเขาสร้างโรงเรียนขึ้นมา ไม่เพียงแค่สร้างโรงเรียน แต่ยังฝึกฝนผู้บำเพ็ญมากมายด้วย”
“แถมยังแบ่งเป็นคณะต่าง ๆ ด้วยค่ะ!”
“ไม่เพียงรับแค่ผู้บำเพ็ญ แต่ยังรับปีศาจ ผี และคนธรรมดาด้วย”
ไจ๋โหรวมีสีหน้ายกย่อง เธอมองไปทางเซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ย “เก่งมาก!”
เซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ยตอบด้วยความถ่อมตน “พวกเราสามารถสร้างโรงเรียนนี้ได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากเบื้องบนค่ะ”
แม้คำพูดจะถ่อมตัว แต่สีหน้ากลับแสดงถึงความภาคภูมิใจ และพวกเขามองฉู่ลั่วด้วยความคาดหวังมาก ๆ
ฉู่ลั่วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เยี่ยมมาก!”
แค่สองคำนี้ก็ทำให้เซียวเมิ่งกับหยวนเป่ยเป่ยดีใจจนแทบจะกรีดร้องออกมา
“ลองมองไปรอบ ๆ สิค่ะ!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
หลังจากที่คณาจารย์ของโรงเรียนทักทายฉู่ลั่วอย่างตื่นเต้นแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันไป เหลือเพียงคนที่คุ้นเคยกับฉู่ลั่วเท่านั้นที่ติดตามเธอไปชมโรงเรียน
“ตอนนั้นมันเป็นแค่ข้อเสนอ ไม่คิดว่าพวกคุณจะสร้างโรงเรียนขึ้นมาจริง ๆ”
ซู่เซี่ยงหยางอธิบาย “ตอนที่คุณเสนอความคิด เบื้องบนกำลังพิจารณาที่จะดำเนินการอยู่แล้วครับ”
โรงเรียนมีพื้นที่กว้างขวาง ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่โดดเดี่ยวกลางทะเล
“การสร้างโรงเรียนเหล่านี้โดยไม่ให้คนภายนอกรู้ ต้องขอบคุณยันต์ที่ปรมาจารย์ทิ้งไว้ให้จริง ๆ ค่ะ” เซียวเมิ่งแนะนำโรงเรียนให้ฉู่ลั่วฟัง พลางพูดว่า “และเพราะยันต์ของปรมาจารย์ด้วยค่ะ ที่ทำให้โรงเรียนของเราสร้างได้อย่างราบรื่น”
“ใช่แล้ว! ตอนเริ่มก่อสร้างน่ะมีปัญหามากมาย แถมยังมีปีศาจร้ายที่ไม่ยอมเชื่อฟังอีกต่างหาก ตอนนั้นฉันกับเมิ่งเมิ่งเครียดมาก อยากจะกระโดดน้ำตายไปพร้อมกันซะให้รู้แล้วรู้รอดเลย”
พอพูดถึงความทุกข์ทรมานในอดีต เซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ยก็จับมือและมองหน้ากันน้ำตาคลอเบ้า
“ตอนนั้นฉันกับเมิ่งเมิ่งเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็ถูกเรียกตัวมาทำงาน เงินเดือนสูง สวัสดิการดี บอกว่าเป็นรองอาจารย์ใหญ่” หยวนเป่ยเป่ยพูดด้วยความแค้น “ตอนเป็นนักเรียน ฉันรู้สึกว่าโรงเรียนไร้มนุษยธรรมเกินไป แต่พอเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าโรงเรียนยังคงมีมนุษยธรรมเกินไป”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน
ฉู่ลั่วมองพวกเธอทั้งคู่แล้วพูดอย่างจริงใจ “พวกคุณเก่งมากจริง ๆ ค่ะ!”
เซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ยล้วนเป็นผู้บำเพ็ญที่เก่งกาจ
เซียวเมิ่งยังมีวิชามองทะลุฟ้า ส่วนหยวนเป่ยเป่ยนอกจากจะมีชะตาเด็กแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นอีก แต่พวกเธอก็สามารถทำหน้าที่รองอาจารย์ใหญ่ในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญและปีศาจได้
หลังจากระบายความทุกข์เสร็จ เซียวเมิ่งพาฉู่ลั่วและคนอื่น ๆ เข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่
“ปรมาจารย์คะ พวกเรามีแผนการที่อยากจะคุยกับคุณ”
ยืนอยู่นอกอาคารประชุม เซียวเมิ่งมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดนับตั้งแต่พบกันฉู่ลั่ว
ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ซู่เซี่ยงหยางก็คว้าแขนของฉู่ลั่วไว้ “ผมอยากคุยกับคุณสักหน่อย”
เขาพาฉู่ลั่วไปยังมุมหนึ่ง “การที่พวกเขาส่งคนมาหาคุณ ความจริงแล้วผมไม่เห็นด้วย”
ฉู่ลั่ว “…”
ซู่เซี่ยงหยางหลุบตาลงเล็กน้อย “คุณกับฮั่วเซียวหมิงทำเพื่อโลกใบนี้มากพอแล้ว โลกใบนี้ไม่ใช่โลกของพวกคุณสองคน แต่เป็นโลกของทุกคน ไม่ควรหวังพึ่งให้แค่พวกคุณต้องแบกรับเอาไว้”
“เมื่อก่อน…ผมเคยสัญญากับคุณว่าจะปกป้องฮั่วเซียวหมิงให้ดี แต่ผมก็ทำไม่ได้”