เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1949 ทำลายภาพลวงตาของคนธรรมดาที่มีต่อเทพ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1949 ทำลายภาพลวงตาของคนธรรมดาที่มีต่อเทพ
บทที่ 1949 ทำลายภาพลวงตาของคนธรรมดาที่มีต่อเทพ
“ผมปล่อยให้เขาที่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง แบกรับความรับผิดชอบที่เขาไม่ควรต้องแบกรับเอาไว้”
“ฉู่ลั่ว ถ้าคุณไม่เต็มใจ ก็ไม่มีใครบังคับคุณได้หรอก”
ฉู่ลั่วมองซู่เซี่ยงหยางที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เขาเสียชีวิตในตอนนั้นจึงยังคงมีรูปร่างหน้าตาที่ดูหนุ่มแน่น ไม่ต่างจากตอนที่เธอจากมาเท่าไหร่
“คุณพูดถูก โลกใบนี้ไม่ควรมีแค่พวกเราที่ต้องรับผิดชอบ”
“แต่พวกเราก็ไม่ควรไม่แบกรับความรับผิดชอบ”
ซู่เซี่ยงหยางจ้องมองฉู่ลั่ว เห็นสีหน้ามุ่งมั่นของเธอ เหมือนกับตอนที่เธอต้องการก่อตั้งองค์กรเมื่อหลายปีก่อน แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่เธอก็ใช้กำลังของคนคนเดียวในการประสานความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและลัทธิเต๋า กดดันทั้งสองฝ่ายให้อยู่อย่างสงบเรียบร้อย
“อีกอย่าง ถ้าฉันไม่เต็มใจ ใครจะมาบังคับฉันได้คะ”
ฉู่ลั่วมองซู่เซี่ยงหยางพร้อมรอยยิ้ม “คุณคิดว่าใครจะบังคับฉันได้?”
พอได้ยินเช่นนั้นซู่เซี่ยงหยางก็อดยิ้มไม่ได้ ยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเอง “ผมลืมไปเลย! คุณคือฉู่ลั่วนี่นา ไม่มีใครบังคับคุณได้หรอกครับ”
ที่หน้าประตูอาคารประชุม หยวนเป่ยเป่ยและเซียวเมิ่งต่างมองฉู่ลั่วกับซู่เซี่ยงหยางที่กำลังสนทนากันด้วยความกังวล
“ถ้าเทพธิดาน้อยไม่ต้องการล่ะ?”
“ถ้าเทพธิดาน้อยไม่ต้องการ เธอต้องมีเหตุผลของตัวเองแน่ ๆ พวกเราก็ไม่สามารถบังคับเธอได้หรอก”
“แต่แผนการของพวกเรา…”
“แผนการที่ยังไม่ได้ดำเนินการก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
ทั้งคู่มองหน้ากัน เห็นความแน่วแน่ในดวงตาของกันและกัน
หลังจากผ่านไปสักครู่ ฉู่ลั่วก็เดินเข้ามา ทั้งสองคนมองมาด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง
ฉู่ลั่วผงกศีรษะ “ไปกันเถอะ!”
ทั้งสองคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
พวกเธอพาฉู่ลั่วไปที่ห้องประชุม เซียวเมิ่งเปิดประตู ฉู่ลั่วจึงเห็นคนกว่ายี่สิบคนกำลังนั่งอยู่ข้างใน
พอประตูเปิด พวกเขาทั้งหมดก็ลุกขึ้น
ในนั้นมีศาสตราจารย์หมิงและศาสตราจารย์เว่ยที่ฉู่ลั่วรู้จัก รวมถึงฉินเหว่ยที่สวมชุดเครื่องแบบ
เซียวเมิ่งพาฉู่ลั่วไปนั่ง ข้าง ๆ กันคือฉินเหว่ย
ฉินเหว่ยเอียงหัว “คุณสังหารซีไคคนนั้นได้ เท่มากเลยจริง ๆ ครับ!”
ฉู่ลั่วยิ้ม “ฉันฆ่าคนนะคะ!”
ฉินเหว่ยหัวเราะเยาะ “อย่างที่คุณพูดครับ เขาเลื่อนขั้นไปแล้ว ยกตัวเองเป็นเทพ กฎหมายของมนุษย์จะไปควบคุมเทพได้ยังไง?”
พูดจบ เขาก็เน้นย้ำอีกประโยค “ฆ่าได้ดี ซีไคคนนั้นเคยทำเรื่องเลวร้ายมามากมาย นักเรียนโรงเรียนเราก็มีหลายคนที่ตายด้วยน้ำมือเขา น่าเสียดาย…เขาเจ้าเล่ห์มาก”
ฉู่ลั่ว “คุณไม่ได้อยู่เฝ้าปิ่งอินหวาที่บ้านผีสิงตลอดเหรอคะ?”
“นั่นเป็นแค่งานส่วนหนึ่งของผมครับ”
บนเวที เซียวเมิ่งเริ่มบรรยายถึงนักเรียนที่โรงเรียนได้ฝึกฝนมาหลายปีแล้ว
“หลังเหล่าเทพลงมา ตอนนี้ข้างนอกมีคนธรรมดาที่นับถือเทพมีมากขึ้นเรื่อย ๆ นักพรตหลายคนยังเลื่อนขั้นเป็นเทพ ทำให้การบูชาเทพของคนธรรมดาถึงจุดสูงสุดค่ะ” เซียวเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หยวนเป่ยเป่ยยืนอยู่ข้างเธอ “สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือทำลายภาพลวงตาของคนธรรมดาที่มีต่อเทพ”
“เหมือนกับที่ฉู่ลั่ว ปรมาจารย์ฉู่สังหารซีไค ทำให้คนธรรมดาเกิดความสงสัยต่อพวกเทพค่ะ”
“ถ้าเราสามารถทำให้คนธรรมดาหมดศรัทธาในเทพเจ้าได้อย่างสิ้นเชิง พวกเราก็จะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแน่นอนค่ะ”
ฉู่ลั่วฟังแผนการของเซียวเมิ่งและหยวนเป่ยเป่ย “ช้าเกินไปค่ะ”
ฉินเหว่ย “คุณพูดว่าอะไรนะครับ?”
“แต่ใช้เวลานานในการดำเนินการ มนุษย์บูชาเทพมาหลายพันปีแล้ว แม้ว่าเราจะไม่ได้บูชาเทพเป็นเวลาเกือบร้อยปีมานี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเทพไม่มีที่ยืนในใจของมนุษย์”
เหมือนกับคนในปัจจุบัน แม้จะไม่เชื่อในเทพ แต่ก็ไม่กล้าที่จะไม่ให้ความเคารพเทพ
มนุษย์ยังคงมีความเคารพยำเกรงต่อเทพเสมอ
ความเคารพยำเกรงนี้ หลังจากที่เหล่าเทพลงมาปรากฏตัวก็ได้กลายเป็นการเลื่อมใสบูชา
ตอนนี้เหล่าเทพยังไม่ปรากฏตัว แต่เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาก็จะปรากฏ เกรงว่าถึงตอนนั้นแล้วทุกคนจะตกอยู่ในความบ้าคลั่งต่อเทพเจ้า
ฉินเหว่ย “ตอนนี้นอกจากวิธีนี้แล้วก็ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วครับ”