เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1951 แผนลับ
บทที่ 1951 แผนลับ
ฉู่ลั่วยิ้มเล็กน้อย “ในมือมีอาหาร หัวใจก็ไม่หวั่นไหว”
ผู้บัญชาการเฒ่าเข้าใจความหมายของฉู่ลั่ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้น “ทุกคนบอกว่าสหายน้อยฉู่เป็นคนที่ใจกว้างและน่าสนใจ ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง ไม่ทราบว่าสหายน้อยฉู่ สนใจจะฟังแผนที่พวกเราวางไว้หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงแผนมากมายแล้วเหรอ?
หยวนเป่ยเป่ยเอ่ย “พวกนั้นเป็นแผนที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ค่ะ ส่วนแผนที่กำลังจะวางอยู่ตอนนี้ มีเพียง…มีเพียงบางคนเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้อง…”
เธอทำท่าทางเป็นวงกลม
ฉู่ลั่วเข้าใจ และเริ่มวางค่ายกลทันที
“ต้องสามารถป้องกัน…” เซียวเมิ่งชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ค่ายกลไม่ใหญ่มาก เพียงแค่ล้อมรอบพวกเขาไว้ทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นวิชาอาคม พลังเทพ หรือแม้แต่วิถีสวรรค์ก็ไม่สามารถตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในค่ายกลนี้ได้
หลายชั่วโมงต่อมา ฉู่ลั่วก็ยกเลิกค่ายกล
“แผนการนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?”
หยวนเป่ยเป่ยถาม
คนอื่น ๆ ก็มองดูฉู่ลั่วด้วยความคาดหวัง
ฉู่ลั่วคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แผนการนี้ดีมากค่ะ”
ดีกว่าแผนการอื่น ๆ ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
“แค่ต้องการคนที่ไว้ใจได้มาทำ”
“ให้คนที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของเทพและกฎสวรรค์…ไปทำ”
ผู้บัญชาการเฒ่ายิ้มเล็กน้อย “พวกเรามีเทพแบบนั้นอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่ลั่วชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็งุนงงเล็กน้อย แล้วยิ้มออกมา “คุณพูดถูก พวกเรามีเทพแบบนั้น”
“แค่ต้องรบกวนปรมาจารย์ฉู่ด้วย”
“ฉันรู้ ฉันจะ…ฉันจะหาโอกาสที่เหมาะสมไปค่ะ”
ฉู่ลั่วออกจากห้องประชุม ซู่เซี่ยงหยางส่งเธอออกไป เห็นคนมากมายรออยู่ข้างนอกอาคารประชุม
คนที่อยู่หน้าสุดคือหยางเสียนที่สวมชุดนักพรต หลังหยางเสียนเห็นฉู่ลั่วออกมา เขาก็รีบเข้าไปต้อนรับทันที “เจ้านิกาย!”
นักพรตเต๋าทั้งหมดล้อมวงเข้ามา
“เจ้านิกาย ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
หยางเสียนมีสีหน้าเคร่งขรึม
ฉู่ลั่วพยักหน้าเบา ๆ
หยางเสียนมีตำแหน่งในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย เขาพาฉู่ลั่วมาที่ห้องทำงานของตัวเอง
ฉู่ลั่วมองห้องทำงานที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยกับศาสตร์พยากรณ์ บนผนังยังแขวนรูปถ่ายของหยางเสียนกับนักเรียนอีกมากมาย ซึ่งในนั้นมีกระทั่งปีศาจด้วย
หยางเสียนมองตามสายตาของฉู่ลั่วแล้วยิ้มเบา ๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะโรงเรียนนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพในการเป็นครูได้ด้วย”
เขารินชาให้ฉู่ลั่วหนึ่งถ้วย
“เจ้านิกาย ผมจะไม่อ้อมค้อม ผมหวังว่าเจ้านิกายจะยินยอมให้ย้ายนักเรียนบางส่วนไปยังโลกอื่น”
ฉู่ลั่ว “…อะไรนะคะ?”
“สงครามระหว่างสามเผ่ากำลังจะเกิดขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องเป็นการสูญเสียอย่างมหาศาล”
“เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์เอาไว้ จึงจำเป็นต้องย้ายนักเรียนบางส่วนไปยังโลกอื่น”
“โลกอื่นไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของโลกนี้”
หยางเสียนจ้องมองฉู่ลั่ว “เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เจ้านิกายผ่านการทดสอบจากสายฟ้าในโลกนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์เท่านั้น แสดงว่าตอนนั้นเจ้านิกายอยู่ภายใต้กฎของสวรรค์”
“แต่ตอนนี้ ประตูระหว่างสองโลกเปิดแล้ว ด้วยการบำเพ็ญและบุญกุศลของเจ้านิกาย จะต้องขึ้นสวรรค์ไปนานแล้ว บางทีอาจกลายเป็นเทพโดยที่ไม่ต้องการได้รับการแต่งตั้งจากแดนเทพด้วยซ้ำ”
“แต่เจ้านิกายก็ไม่ได้ขึ้นไป”
“เจ้านิกายไม่เพียงไม่ได้ขึ้นสวรรค์ไป แต่หลังจากฆ่าเทพแล้ว กลับไม่ต้องรับทัณฑ์สวรรค์อีก”
น้ำเสียงของเขาร้อนรนมากขึ้นเรื่อยๆ สายตาของเขามองเธอด้วยความร้อนใจ “เจ้านิกาย คุณไม่ได้รับผลกระทบจากกฎของสวรรค์ในโลกนี้แล้วใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วถือถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ ไม่ได้ตอบเขา
หยางเสียนรีบถาม “ในเมื่อเจ้านิกายไม่ได้รับผลกระทบจากกฎสวรรค์ ทำไมไม่เปิดประตูแล้วย้ายนักเรียนบางส่วนไปยังโลกอื่น”
ฉู่ลั่ว “ย้ายใครคะ?”
“พวกนักเรียนไงครับ!”
ฉู่ลั่วถือถ้วยชา มองผ่านไอร้อนที่ลอยฟุ้งไปหาหยางเสียน
“แล้วคนธรรมดาล่ะคะ จะทำยังไง?”
หยางเสียน “การย้ายคนจำนวนมากไป จะดึงดูดความสนใจของสวรรค์และแดนเทพเท่านั้น”
ฉู่ลั่ว “ดังนั้น คุณจะปล่อยให้คนธรรมดาตายเหรอคะ?”
หยางเสียนขมวดคิ้วแน่น “เจ้านิกาย นี่ไม่ใช่เวลาจะมาดื้อรั้น ถ้าต้องการต่อต้านเผ่าเทพ ก็มีเพียงพวกผู้บำเพ็ญเท่านั้นที่ทำได้”