เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1957 ยมทูตน้อย
บทที่ 1957 ยมทูตน้อย
ทั้งสองมองโลงศพเปล่าด้วยความไม่พอใจ
อย่างน้อยก็น่าจะทิ้งร่างกายไว้ให้พวกเขาสร้างหลุมศพสักหน่อย!
ตอนนี้แม้แต่หลุมศพก็ยังไม่มี
ต่อไปถ้าอยากระลึกถึงลูกชายตัวเอง พวกเขาก็ไม่มีที่ให้ระลึกถึงแล้ว
ทั้งคู่ชี้ไปที่โลงศพ สุดท้ายก็ปลอบโยนฉู่ลั่ว
“ลั่วลั่ว อย่าเสียใจไปเลยนะ”
“เจ้าเด็กคนนั้นเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว!”
“ต่อไปพวกเราใช้ชีวิตครอบครัวให้มีความสุข อย่าไปสนใจเขาเลย ยังไงซะเขาก็ยังมีชีวิตอยู่”
ฮั่วจิ้นก็แนะนำฉู่ลั่วว่า “พวกเรามีชีวิตอยู่ให้ดี ถ้าเป็นไปได้ก็รับเทียนเป่ามาอยู่ด้วย…”
หยางไต้ก็พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่! แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ ตอนนี้มันวุ่นวายเกินไป”
ฉู่ลั่วมองดูพวกเขาทั้งสองคนที่หายจากความเจ็บปวดของการสูญเสียฮั่วเซียวหมิงอย่างรวดเร็ว ความหดหู่ในใจของเธอเองก็จางหายไปไม่น้อยด้วย “ค่ะ”
ฉู่ลั่วนำโลงศพกลับไปยังปรโลก มอบโลงศพให้กับยมทูตขาวดำแล้วไปหาเถาซูเยียน
ตอนนี้ในปรโลกมีวิญญาณมากมายจนน่าตกใจ
ปรโลกจำเป็นต้องสร้างเมืองผีขึ้นมาอีกหลายแห่งในปรโลก เพื่อรองรับวิญญาณเหล่านี้ที่ไม่ต้องการไปเกิดใหม่
เมี่ยวเมี่ยวกับถังถังอาศัยอยู่ในเมืองผีแห่งหนึ่ง
ตระกูลซ่งและปิ่งอินหวาต่างก็เผากระดาษเงินกระดาษทองเป็นบ้านสวย ๆ ให้พวกเธอทั้งสองคน แต่ว่า…
เมี่ยวเมี่ยวเอามือเท้าคางนั่งอยู่บนขั้นบันได “แต่ว่าต้องจ่ายเงินนะ ถึงแม้ว่าพื้นที่ในปรโลกจะกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ปรโลกก็กำหนดกฎเพื่อป้องกันการแข่งขันและเงินเฟ้อ บ้านทุกหลังคาเรือนต้องจ่ายเงินตามขนาดพื้นที่”
“ต้องจ่ายเงินเยอะมากเลย”
ถังถังก็ยกมือขึ้นประคองหน้า “แล้วก็ต้องไปรับใช้ คือการไปจับผี”
เถาซูเยียนนั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเธอทั้งสองคน เอามือเท้าคางเหมือนกับพวกเธอ “สมัยนี้คนเราตายก็ตายไม่ได้! คนที่ฆ่าตัวตายต่างก็คิดว่าตายแล้วก็พ้นทุกข์ แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากตายแล้ว…ยังต้องดิ้นรนหาเงินอีก”
ทั้งสามคนถอนหายใจพร้อมกัน
ฉู่ลั่วเดินตามยมทูตขาวดำมา ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาทั้งหมดอย่างชัดเจน
เธอหันไปมองยมทูตขาวดำ
ยมทูตขาวดำรีบอธิบาย “ท่านปรมาจารย์ พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนอกครับ ตั้งแต่คุณไลฟ์สดไป มีคนได้รับผลกระทบไม่น้อยเลย”
เขาขมวดคิ้ว “คุณไม่รู้หรอกว่ามีคนฉวยโอกาสมากแค่ไหน”
“พวกเขาสะสมบุญก่อน พอถึงมาตรฐานที่กำหนดก็ฆ่าตัวตาย”
“ก่อนฆ่าตัวตายก็ติดต่อบริษัท ซื้อของที่ตัวเองต้องการ จากนั้นก็ลงมามีความสุขในปรโลก”
“ตอนนี้ในโลกมนุษย์มีบริษัทที่ดูแลเรื่องบุญกุศลและเผากระดาษเงินกระดาษทองผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กำไรมหาศาล”
“ส่วนปรโลกของพวกเรา…”
“ไม่มีทางเลือก พวกเราจึงได้แต่ออกกฎใหม่เท่านั้นครับ”
ในระหว่างที่พูดคุยกัน หนึ่งผู้ใหญ่สองเด็กก็เห็นฉู่ลั่ว พวกเขาจึงวิ่งเข้าไปหาพร้อมกัน
ฉู่ลั่วมองของที่กองสูงเป็นภูเขาอยู่ด้านหลังเด็กสองคน ทั้งหมดยังไม่ได้ตกลงบนพื้นและก่อร่างเป็นรูปทรง สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือบ้านกระดาษสวย ๆ หลายหลัง
เธอมองไปที่ยมทูตขาวดำ
ยมทูตขาวดำพูดอย่างจนปัญญา “ไม่ได้จริง ๆ มีคนจับตามองอยู่มากมาย ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่อ่อนไหว พวกท่านพญายมราชก็ต่างยุ่งอยู่กับการรับมือเบื้องบน”
ฉู่ลั่วมองเด็กน้อยที่ดูน่าสงสาร “ไปกันเถอะ! ฉันจะพาพวกเธอไปจับผี”
เด็กน้อยพยักหน้าอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
เมื่อกลับมาที่มณฑลหนาน คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
ข้าง ๆ ฉู่ลั่วก้มียมทูตชั่วคราวสองคนที่สวมชุดยมทูต ถือกระบองวิญญาณและเชือกล่ามวิญญาณติดตามมาด้วย
ยมทูตสองตนนี้เป็นยมทูตที่ตัวเล็กที่สุดในยมโลก ชุดยมทูต กระบองวิญญาณ และเชือกล่ามวิญญาณ ล้วนทำขึ้นเป็นขนาดเล็กพิเศษ
ทันทีที่ปรากฏตัวก็ดึงดูดความสนใจจากทุกคน
“ปรมาจารย์ฉู่ นี่เป็นการคอสเพลย์หรือเปล่าครับ?”
“ยมทูตพวกนี้อายุน้อยเกินไปแล้ว ปรโลกขาดแคลนแรงงานถึงขนาดนี้เลยหรือ?”
“น่ารักจังเลย! อยากถ่ายรูปด้วยจัง”
“ถ้าตายแล้วมียมทูตน่ารักแบบนี้มาลากวิญญาณ ฉันก็ไม่กลัวตายแล้ว”
ฉู่ลั่วพายมทูตน้อยสองตนนี้เดินอวดโฉมไปทั่ว
เพิ่งจะเดินมาถึงลานบ้าน ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างตื่นเต้นดังมาแต่ไกล