เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1956 ทำหน้าที่เป็นสายลับ
บทที่ 1956 ทำหน้าที่เป็นสายลับ
หลังจากตกใจเพียงชั่วครู่ ซุนหย่าจิ้งก็ปฏิเสธทันที
ฉู่ลั่วกล่าวต่อ “กลับไปทำหน้าที่เป็นสายลับ”
ฉู่ลั่วเล่าแผนการให้ซุนหย่าจิ้งฟัง
ซุนหย่าจิ้งขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าฉันไม่เต็มใจนะคะ! แค่ว่า…”
เธอถามด้วยความสงสัย “พวกคุณแน่ใจได้ยังไง ว่าฉันจะทำภารกิจสำคัญขนาดนี้สำเร็จ?”
นี่มันเหมือนกับการไปเต้นอยู่ใต้จมูกพวกเทพนะ
“แล้วพวกคุณแน่ใจได้ยังไงว่าฉันจะไม่ทรยศ? มาตรฐานทางศีลธรรมของฉันไม่ได้สูงส่งอะไรนักหรอกนะคะ!”
ฉู่ลั่ว “แต่ตอนนี้คนที่พวกเราไว้ใจได้ มีแค่คุณคนเดียว”
ซุนหย่าจิ้งชะงักไปครู่หนึ่ง “พวกเขาก็หมดประโยชน์แล้วสินะคะ ถึงต้องให้ฉันมาแบกภาระแทนแบบนี้”
“ฉันไม่รับประกันว่าจะทำภารกิจสำเร็จนะคะ! ถ้าเจอสถานการณ์อันตราย ฉันจะต้องเอาตัวรอดก่อนอยู่แล้ว!”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ฉันก็คิดแบบนั้นแหละ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือรักษาชีวิตตัวเองไว้ คุณเป็นคนช่างสังเกต เข้าใจจิตใจคน และรู้จักใช้ประโยชน์จากมัน”
“สิ่งที่พวกเราต้องการคือเทพมนุษย์ที่จะอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเรา”
ซุนหย่าจิ้งถอนหายใจ “ฉันจะพยายามก็แล้วกันค่ะ!”
ฉู่ลั่วมองเถาซูเยียน “เมี่ยวเมี่ยวกับถังถังไปที่ปรโลกแล้ว เธอจะไปดูพวกเขาพร้อมกับฉันไหม? แต่หลังจากนั้นเธอก็อยู่ที่เขาจินหลี่ไม่ได้อีกแล้ว”
เถาซูเยียนพยักหน้า “ฉันรู้ เธอมีตำแหน่งเทพ ต้องไปรับตำแหน่งที่แดนสวรรค์ ฉันไปไม่ได้แน่ ๆ!”
เถาซูเยียนเคยถูกอสนีบาตสวรรค์ฟาดจนตายแล้ว
ถ้าเธอกล้าย่างเท้าเข้าไปในแดนเทพแม้แต่ก้าวเดียว อสนีบาตสวรรค์ก็จะฟาดลงมาทันที
ฉู่ลั่ว “งั้นฉันจะเปิดค่ายกลนะ”
ทั้งสามคนพยักหน้า
ฉู่ลั่วรวบรวมพลังวิญญาณ จากนั้นร่ายร่ายมนตร์เล็กน้อย อักขระสลายไป ค่ายกลที่ปกคลุมเขาจินหลี่ทั้งหมดหายวับไปในพริบตา
เพียงชั่วขณะ บนท้องฟ้าเหนือเขาจินหลี่ก็มีแสงสีม่วงรวมตัวกัน แสงสว่างเจิดจ้าไปทั่ว
คนที่อยู่ห่างไกลก็สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบนเขาจินหลี่ได้อย่างชัดเจน
“มันเกิดอะไรขึ้น?”
“คุณไม่รู้หรอ? ตามตำนานบอกว่าบนเขาจินหลี่มีเทพนะ?”
“เทพ?”
“ใช่! เมื่อก่อนพวกเราสามารถเข้าไปในเขาจินหลี่ได้ แต่หลังจาก…เรื่องนั้น พวกเราก็เข้าไปในเขาจินหลี่ไม่ได้อีกเลย”
ผู้คนจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงต่างรีบมุ่งหน้าไปยังเขาจินหลี่
บางคนมาเพื่อสักการะ บางคนมาเพื่อถ่ายภาพ…
และในขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไปยังเขาจินหลี่ ก็ได้ยินเสียงระฆังทองดังขึ้น
แสงสีทองสายหนึ่งส่องทอลงมา
ร่างสองร่างลอยขึ้นไปพร้อมกับแสงสีทองนั้น
“เทพ! เป็นเทพ!”
“บนเขาจินหลี่มีเทพจริง ๆ !”
เหตุการณ์นี้ถูกถ่ายและโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต
เมื่อข่าวแพร่กระจายไปบนอินเทอร์เน็ต ฉู่ลั่วก็พาเถาซูเยียนไปยังปรโลกแล้ว
เธอให้ยมทูตขาวดำพาเถาซูเยียนไปพบเมี่ยวเมี่ยวกับถังถัง
ยมทูตขาวดำทำหน้าลำบากใจ
“ท่านปรมาจารย์ ปรโลกไม่อนุญาตให้คนเป็นเข้ามานะครับ!”
ฉู่ลั่วมองไปที่ยมทูตขาวดำ “เเดี๋ยวฉันมารับเธอเองค่ะ”
ยมทูตขาวดำเห็นบางอย่างจากสีหน้าของฉู่ลั่ว จึงรีบปิดปากทันที
ฉู่ลั่วนำโลงศพกลับไปยังคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน บอกฮั่วจิ้นและหยางไต้ว่า “การหลอมรวมเป็นไปด้วยดีค่ะ เพียงแต่เขาเข้าสู่ห้วงนิทรา ยังไม่ตื่น”
ฮั่วจิ้นและหยางไต้ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
ลูกชายของพวกเขาถูกเหมือนจะตาย แต่ก็เหมือนยังมีชีวิตอยู่
บอกว่ายังมีชีวิต แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับตาย
ฉู่ลั่ว “นี่คือร่างกายของฮั่วเซียวหมิง หนู…”
เธอหยุดพูดกลางคัน มองร่างกายของฮั่วเซียวหมิงที่ค่อย ๆ สลายไปต่อหน้าต่อตา
ฉู่ลั่ว “…”
ฮั่วจิ้น “…”
หยางไต้ “…”
“ลั่วลั่ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมร่างกายของอาจิ่วถึง…”
ฉู่ลั่วจ้องมองโลงศพที่ว่างเปล่า ก่อนจะยิ้มเยาะตัวเอง “ไม่แปลกหรอกค่ะ เขาไม่ต้องการให้ร่างกายของตัวเองคงอยู่บนโลก ถึงอย่างไรก็เป็นมังกรดำจากบรรพกาล เกิดจากเศษเสี้ยววิญญาณ ร่างกายก็คงถูกเอาไปใช้ประโยชน์”
ฮั่วจิ้นขมวดคิ้ว “เจ้าเด็กคนนี้ ฉลาดมาตั้งแต่เด็ก”
หยางไต้ก็ไม่พอใจเช่นกัน “แต่ก่อนฉันก็รู้สึกว่านิสัยของเขาไม่ค่อยเหมือนเราสองคน เราต่างก็เลี้ยงดูเขามาด้วยความรัก เด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นขนาดนี้ ก็น่าจะเป็นคนร่าเริง ช่างพูดช่างคุย แต่เขากลับไม่ใช่”