เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1960 ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง
บทที่ 1960 ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง
ตอนนั้นเธอออกไปข้างนอก แล้วถูกคนกลุ่มหนึ่งหมายหัว ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่จิงมาช่วยทัน ตอนนี้เธอ…
ไม่นาน มีคนมากมายมาติดต่อฉู่ลั่ว
คนแรกที่ติดต่อมาคือไจ๋ฉาง น้ำเสียงของเขาทั้งโกรธและร้อนรน “ไจ๋โหรวถูกองค์กรพาตัวไปแล้ว พวกเขาบอกว่าเธอมีหนี้เลือด บอกว่าเธอต้องถูกควบคุมตัว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ซีไป๋คนนั้นทำอะไรตามใจชอบเกินไปแล้ว!”
“ไจ๋โหรวมีหนี้เลือดติดตัวก็เพราะตอนที่เธอปราบปีศาจกำจัดวิญญาณร้าย”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขามีสิทธิ์ตัดสินความดีความชั่วแบบนี้!?”
“ฉู่ลั่ว คุณจะจัดการอะไรบ้าง!”
ฉู่ลั่ว “ซู่เซี่ยงหยางก็ถูกจับไปด้วย”
ไจ๋ฉางที่กำลังโกรธอยู่ถึงกับเงียบไปทันที “ซู่เซี่ยงหยาง…ถูกจับไปด้วยเหรอ? เขากล้าดียังไง? เขา…เขา…”
ไจ๋โหรวเป็นคนของลัทธิเต๋า เป็นแค่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในองค์กร
แต่ซู่เซี่ยงหยางนั้นต่างออกไป
ตอนที่องค์กรก่อตั้งขึ้น ฉู่ลั่วรับผิดชอบแค่การรักษาความสงบ ส่วนเรื่องอื่นทั้งหมดเป็นหน้าที่ของซู่เซี่ยงหยาง
พูดถึงอำนาจที่แท้จริงแล้ว แน่นอนว่าซู่เซี่ยงหยางมีมากกว่า
ฉู่ลั่วได้รับการยอมรับจากทุกคนด้วยความแข็งแกร่ง ส่วนซูเซี่ยงหยางได้รับการยอมรับจากความสามารถในการบริหารและบุคลิกของตัวเขาเอง
แม้แต่คนในลัทธิเต๋าก็ยังชื่นชมซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางเป็นคนที่มีบารมีมาก
แต่ซีไป๋กลับกล้าจับตัวซู่เซี่ยงหยางไป
“ไม่มีใครจัดการเขาได้เลยเหรอ?”
เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากฉู่ลั่ว ไจ๋ฉางพูดด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนมากขึ้น “ไม่มีใครจัดการเขาได้จริง ๆ เหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ตอนนี้ลัทธิเต๋าเป็นยังไงบ้างคะ?”
“จะเป็นยังไงได้ คนที่สามารถขึ้นสวรรค์ได้ก็ฝ่าด่านเคราะห์ไปแล้ว รอเทพมาแต่งตั้งตำแหน่ง”
“ส่วนคนที่ยังขึ้นสวรรค์ไม่ได้ก็ยิ่งขยันบำเพ็ญมากขึ้น รอจะขึ้นสวรรค์และฝ่าด่านเคราะห์”
ในขณะที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะเป็นเทพ ผู้บำเพ็ญก็ก้าวไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
โทรศัพท์ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งหมดเป็นการแจ้งให้ฉู่ลั่วรู้ว่า เจ้าหน้าที่ผีจำนวนมากถูกจับกุมทั้งหมด
หนึ่งวันต่อมา
ฉู่ลั่วได้รับโทรศัพท์จากเซียวเมิ่ง “เพื่อนร่วมชั้นเผ่าปีศาจคนหนึ่งในโรงเรียนของเราถูกจับไปค่ะ เป็นการจับกุมขององค์กร พวกเขาบอกว่าเธอเป็นปีศาจ จำเป็นต้องได้รับการควบคุมดูแล”
ฉู่ลั่ว “เหตุผลล่ะ?”
“บอกว่าเธอแปลงร่างในโลกมนุษย์ ทำให้มนุษย์ตกใจ เป็นการจงใจข่มขู่มนุษย์”
“และตามกฎระเบียบก่อนหน้านี้ เผ่าปีศาจไม่สามารถเข้าเมืองได้ อยู่ได้แค่ในเขตชานเมืองเท่านั้น”
ฉู่ลั่วนั่งลงที่โต๊ะ “เขาต้องการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง”
ความขัดแย้งระหว่างทางการกับองค์กร
เพื่อต้องการให้คนทั่วไปได้เห็นว่าทางการปกป้องผี ปกป้องปีศาจ
เมื่อประกาศออกไป ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของทางการอย่างรุนแรง
“ผลลัพธ์ที่พวกเราจะได้ก็เป็นแบบนี้ เขาต้องการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง ก่อนที่เขาจะได้ตำแหน่งเทพ”
“ทำให้ทุกคนไม่ไว้ใจทางการ”
“นี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของพวกเขา”
“ต่อไปซีไป๋ต้องมีแผนอื่นอีกแน่นอน”
ฉู่ลั่วยังไม่ทันได้พูดอะไร ไห่ถังก็วิ่งเข้ามา “พี่ลั่วลั่ว แย่แล้ว! มีคนไม่ดีมาจับปีศาจที่เป็นเพื่อนฉันไป พวกเขาบอกว่าถ้าพวกเรากล้าออกไปจากค่ายกลนี้ พวกเขาจะจับพวกเราไปด้วย”
ไห่ถังเช็ดน้ำตา “มีคนไม่ดีมาเต็มเลย!”
ฉู่ลั่วตามหลังไห่ถังไปที่ขอบของค่ายกล เห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบจำนวนมาก
คนที่นำหน้าคือเหยียนอัน
ปีศาจกระต่ายขาวที่ถูกพวกเขาจับตัวได้ มัดด้วยเชือก นอนอยู่บนพื้น
หมิงคุนโมโหจนตาโต แต่จิ่วฉานก็ขวางเอาไว้
“พวกเขามาพร้อมกับอุปกรณ์ถ่ายทอดสด ตั้งใจที่จะยั่วยุให้พวกคุณลงมือ ตั้งใจที่จะยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับปีศาจ”
หมิงคุน “ความขัดแย้งนี้ยังไม่รุนแรงพอหรือไง? ทำไมต้องให้พวกเราเผ่าปีศาจถอยตลอดด้วย ลงมือสู้กันไปเลยดีกว่า!”
จิ่วฉาน “…”
ฉู่ลั่วเดินเข้ามา หมิงคุนมองเธอด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าจะจัดการไหม?”
“ถ้าเจ้าไม่จัดการ พวกเราก็จะเริ่มสู้”
“พวกเราเผ่าปีศาจไม่ใช่พวกที่ใครจะมารังแกง่าย ๆ”
“มนุษย์พวกนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้บำเพ็ญกันทุกคนหรอก!”
ฉู่ลั่วจ้องมองหมิงคุน “ถ้าคุณสู้ มนุษย์ก็จะบูชาเทพ เทพก็จะมาพร้อมกับการลงทัณฑ์จากสวรรค์ คุณอาจจะชนะมนุษย์ได้ แต่คุณจะชนะเทพได้เหรอคะ?”
หมิงคุน “…”