เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1961 ไม่ใช่คำพูดปากเปล่า
บทที่ 1961 ไม่ใช่คำพูดปากเปล่า
หมิงคุนกัดฟัน “แล้วจะทำยังไง!”
ฉู่ลั่วเดินออกจากค่ายกล
เหยียนอันพิงอยู่บนอาวุธเวทของตัวเอง “ทำไม? หลังจากฆ่าเทพแล้ว ตอนนี้คิดจะเริ่มฆ่าคนอีกเหรอ? เพื่อพวกปีศาจพวกนี้เนี่ยนะ!”
ฉู่ลั่วกวาดตามองปีศาจกระต่ายที่ล้มอยู่บนพื้น แล้วมองเหยียนอัน “คุณคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ?”
เหยียนอันหัวเราะเยาะ “ปรมาจารย์ฉู่ผู้ยิ่งใหญ่ มีอะไรที่ไม่กล้าทำกัน ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณทั้งปกป้องปีศาจ ปกป้องวิญญาณร้าย เพื่อพวกเผ่าพันธ์ุอื่นนี้ อย่าว่าแต่ฆ่าคนเลย ต่อให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ เธอก็กล้าทำ”
“แต่การปราบปีศาจกำจัดมาร ต้องมีคนทำ”
“การปราบปีศาจกำจัดมาร เป็นหน้าที่ของทุกคน”
“อาจารย์ฉู่ ถ้าคุณไม่ทำ ก็มีแต่พวกเราที่ต้องทำแล้ว”
“พาตัวไป!”
เขาโบกมือ
ฉู่ลั่วชักดาบออกมา ฟันใส่เจ้าหน้าที่องค์กรที่เดินเข้ามาหลายคน
ทุกคนต่างมองมาที่เธอ
เหยียนอันโกรธจัด “ฉู่ลั่ว คุณกล้าดียังไง! กล้าลงมือจริง ๆ เหรอ!”
ฉู่ลั่วตอบ “ฉันไม่ได้ลงมือ ฉันแค่อยากดูว่าความมุ่งมั่นในการปราบปีศาจของพวกคุณอยู่ตรงไหน?”
เธอเก็บดาบเข้าฝัก “การปราบปีศาจไม่ใช่คำพูดปากเปล่า ไม่ใช่แค่จับปีศาจอ่อนแอไม่กี่ตัวแล้วมาอวดอ้างว่าพวกคุณเก่งกาจ พิสูจน์ได้ว่าพวกคุณสามารถปราบปีศาจได้จริง ๆ”
“หมิงคุน!”
เธอเรียกหมิงคุนก็ออกมาจากค่ายกลทันที
พอเขาก้าวออกมา หมิงคุนก็แปลงร่างเป็นมังกรบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เกล็ดสีดำทั่วร่างเปล่งประกายวับวาวใต้แสงอาทิตย์
เสียงคำรามของมังกรดังก้อง
“ไปสิ! ไปปราบปีศาจ!”
ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนขยับแม้แต่คนเดียว
ดูก็รู้ว่าหมิงคุนเป็นปีศาจที่มีอายุหลายพันปี
ปีศาจชนิดนี้ ใครเข้าสู้ก็ตาย
เหยียนอันมองมังกรดำที่กำลังว่ายวนอยู่บนท้องฟ้า มือของเขากำอาวุธเวทแน่น อยากจะเคลื่อนไหวแต่ก็ไม่กล้า
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารรุนแรงจากมังกรดำตัวนี้
“ไม่มีใครกล้าไปเหรอ?”
“คุณกำลังส่งพวกเราไปตาย! ฉู่ลั่ว คุณเป็นมนุษย์หรือเปล่า? คุณกำลังบังคับให้พวกเราไปตายเหรอ?”
เหยียนอันพูดอย่างชอบธรรม น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“งั้นแสดงว่าไม่กล้าใช่ไหม?”
“เมื่อกี้ยังพูดว่าการปราบปีศาจกำจัดมารเป็นหน้าที่ของทุกคน แต่ตอนนี้พอเผชิญหน้ากับปีศาจจริง ๆ กลับลังเลไม่กล้าขยับ ทำไมล่ะ?”
เธอเดินไปหาปีศาจกระต่าย เจ้าหน้าที่ที่ล้อมปีศาจกระต่ายอยู่ต่างถอยหลัง ก่อนจะยอมให้ฉู่ลั่วย่อตัวแก้มัดให้ปีศาจกระต่าย
ปีศาจกระต่ายแปลงร่างกลับเป็นร่างเดิมอย่างรวดเร็ว ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของฉู่ลั่วด้วยความหวาดกลัว
“มันเพิ่งจะแปลงร่างได้ไม่กี่ปี กินพืชเป็นอาหาร ไม่เคยฆ่าคน ไม่เคยทำร้ายใคร”
“ทำไมพวกคุณถึงกล้าจับมัน แต่ไม่กล้าไปจับมังกร”
“เป็นเพราะกฎหมายของพวกคุณมีไว้สำหรับคนที่อ่อนแอเท่านั้นเหรอ?”
“เป็นเพราะการปราบปีศาจของพวกคุณ ทำได้แค่ตะโกนใส่คนที่อ่อนแอเท่านั้นเหรอ?”
“กฎหมายที่ใช้ได้แค่กับคนอ่อนแอ ไม่เรียกว่าความยุติธรรม แต่เรียกว่าการรังแกคนที่อ่อนแอกว่าต่างหาก”
“นี่คือสิ่งที่พวกคุณเรียกว่า…การปราบปีศาจเหรอ?”
เธออุ้มปีศาจกระต่ายไว้ ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน หันกลับมามองพวกเหยียนอันด้วยสายตาเย็นชา
“ไม่กล้าเหรอ?”
ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะพลางเหลือบมองเหยียนอัน “ถ้าไม่กล้า ก็อย่าแอบอ้างชื่อการปราบปีศาจมารังแกคนที่อ่อนแอกว่าเลย”
เธอวางปีศาจกระต่ายลงในค่ายกล
“ปีศาจอยู่ตรงนั้น จะปราบหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ”
เธอชี้ไปที่หมิงคุน “มังกรดำหมิงคุนเคยได้รับรางวัลสมบัติของชาติอันดับสามในการแข่งขันเมื่อหลายปีก่อน รัฐบาลมอบตำแหน่งสมบัติของชาติให้เขา ถ้าคุณจะจับเขาก็ต้องแสดงหลักฐานการกระทำผิดของเขามา”
“ถ้าไม่มี แล้วจับเขาไปเพียงเพราะเขาเป็นปีศาจ”
“นั่นก็คือการกำจัดทุกอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์”
“คุณจะเป็นตัวแทนของมนุษย์ ประกาศสงครามกับเผ่าปีศาจเหรอ?”
สีหน้าของเหยียนอันเปลี่ยนไปทันที
การจับปีศาจกับการทำสงครามกับเผ่าปีศาจเป็นคนละเรื่องกัน
แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะต้องการยุยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าพันธุ์และก่อให้เกิดสงครามใหญ่จริง ๆ
แต่จุดเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้จะต้องไม่ใช่เพราะเขาเด็ดขาด