เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1977 ลองสำรวจฉันอีกครั้งสิ
บทที่ 1977 ลองสำรวจฉันอีกครั้งสิ
ฉู่ลั่วได้ยินหูเสี่ยวหลีวิจารณ์มนุษย์ จึงพูดขึ้น “ก่อนหน้านี้คุณชอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์มากนะ”
“นั่นเป็นเพราะฉันไม่เคยอยู่กับสัตว์มาก่อนต่างหาก” เธอแสดงสีหน้ารังเกียจ “พวกมนุษย์โหดร้ายมาก แค่อยากกินหูฉลามก็ไปจับฉลามกันใหญ่ แม้ตามธรรมชาติจะเป็นการกินกันตามลำดับห่วงโซ่อาหาร แต่ก็ไม่ได้ให้พวกคุณจับสัตว์ไปจนพวกมันสูญพันธุ์นะ!”
“แถมยังเทขยะกับน้ำเสียทั้งหมดลงทะเลอีก นั่นมันบ้านของพวกเขานะ!”
“พวกคุณมนุษย์นี่จริง ๆ เลย…”
เธอส่ายหัว “พูดแต่เรื่องคุณธรรมจริยธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่กลับทำแค่เรื่องที่ทำให้สิ่งมีชีวิตจะสูญพันธุ์”
หูเสี่ยวหลีบ่นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ “ฉันไปละ! ตอนนี้มหาสมุทรมีมลพิษรุนแรง ยังมีสัตว์อีกมากมายที่ไม่ยอมย้ายถิ่น ฉันต้องไปพูดโน้มน้าวพวกมันอีก”
เธอเดินไปสองสามก้าว แล้วหันกลับมามองฉู่ลั่ว “มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหัว
หูเสี่ยวหลียิ้มเย้ายวน “ไม่ต้องการจริง ๆ เหรอ? บรรพบุรุษของฉันก็มีความเกี่ยวข้องกับแดนเทพอยู่บ้างนะ”
ฉู่ลั่วเดินไปหาหูเสี่ยวหลี “ไปทำในสิ่งที่เธออยากทำเถอะ! ถ้าวันหนึ่งฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ ฉันจะบอกเธอเอง”
หูเสี่ยวหลีจึงเดินส่ายสะโพกจากไป
ซู่เซี่ยงหยางพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “หลายปีมานี้วุ่นวายมาก เธอเป็นคนเดียวที่ทำให้พวกสัตว์สงบลง ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่า…”
มนุษย์วุ่นวาย
เทพก็วุ่นวาย
มีเพียงพวกสัตว์เท่านั้นที่ถูกหูเสี่ยวหลีปลอบโยน ทำให้สงบลง ไม่ได้ก่อความวุ่นวายใด ๆ
ไม่นาฉินเหว่ยก็จับตัวคนคนนั้นกลับมาได้
เขาเป็นชายวัยสี่สิบกว่าปี ชื่อเกิ่งโม่
เกิ่งโม่ถูกฉินเหว่ยโยนเข้าไปในห้องสอบสวน กดเขาลงบนเก้าอี้ เขาเบิกตากว้าง จ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัดแล้วหันหลังออกไป
ฉินเหว่ยพูดกับฉู่ลั่วและซู่เซี่ยงหยางที่อยู่ด้านนอกว่า “ไม่พูด ถามอะไรก็ไม่พูดครับ”
“ได้แต่ปล่อยให้พวกคุณจัดการแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางมองเกิ่งโม่ที่นั่งอยู่ข้างในผ่านกระจก นึกถึงกระต่ายที่ถูกตีตาย เด็กทารกที่ถูกกัดนิ้วจนขาด ดวงตาผีของเขาหรี่ลงเล็กน้อย “ให้ไจ๋โหรวมา”
ไจ๋โหรวถูกเรียกตัวมา
ซู่เซี่ยงหยางกระซิบบอกเธอสองสามประโยค
ไจ๋โหรวพยักหน้า “หัวหน้าซู่วางใจได้เลยค่ะ!”
เธอเดินผ่านประตูห้องสอบสวนและลอยเข้าไป
เกิ่งโม่เงยหน้ามองเธอทันที
ไจ๋โหรวยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องกลัว ๆ ฉันแค่มาดูว่าใครอยู่เบื้องหลังนายเท่านั้น”
เธอเดินตรงเข้าไปวางมือข้างหนึ่งลงบนศีรษะของเกิ่งโม่ ส่งผ่านพลังวิญญาณ อีกมือปิดตาตัวเอง
ซู่เซี่ยงหยางเอียงหน้า พูดกับฉู่ลั่วว่า “หลังจากตายไปแล้ว วิชาอาคมของไจ๋โหรวยิ่งแข็งแกร่งขึ้นครับ”
ฉู่ลั่วกลับหรี่ตามองภายในห้องสอบสวน
ซู่เซี่ยงหยางสังเกตเห็นความผิดปกติในสายตาของเธอ จึงมองไปด้วย
เห็นวิญญาณของไจ๋โหรวที่อยู่ในห้องสอบสวนเริ่มสั่นไหว พลังหยินแผ่ออกมาจากตัวเธอเป็นชั้น ๆ
“นี่มัน…”
ก่อนที่เขาจะถามจบ ฉู่ลั่วก็พุ่งเข้าไปในห้องสอบสวนแล้ว เธอดึงไจ๋โหรวออกมาทันที ใช้พลังวิญญาณปกคลุมวิญญาณของไจ๋โหรวอย่างรวดเร็ว ซ่อมแซมวิญญาณที่กำลังจะแตกสลายของเธอ
ตอนนั้นเกิงโม่ที่ก้มหน้ามาตลอดก็เงยหน้าขึ้น จ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาสงบนิ่ง
มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์
หัวใจของฉู่ลั่วเต้นแรงขึ้นทันที รู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านตามแผ่นหลัง
เพียงแค่สบตากันไม่กี่วินาที เกิ่งโม่ก็ค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นมาอีกที ความเย็นชาในดวงตาเขาก็หายไปหมด
เขามองฉู่ลั่วอย่างท้าทาย โดยเฉพาะตอนมองไจ๋โหรวที่วิญญาณกำลังสับสน “เธอลองสำรวจฉันอีกครั้งสิ!”
“เหอะ! ฮ่า ๆ ๆ !”
เขาพิงเก้าอี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหยุดหัวเราะกะทันหัน สีหน้าเต็มไปด้วยการดูถูก “ถ้ามีฝีมือ ก็ลองอีกทีสิ!”
ฉู่ลั่วจ้องมองเขาครู่หนึ่ง แล้วพาไจ๋โหรวออกไป
นอกประตู ซู่เซี่ยงหยางกับจี้ไจ่มองด้วยความกังวล
จี้ไจ่ก้าวเข้ามาพยุงไจ๋โหรว ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”