เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1996 ไม่สนใจลั่วลั่วแล้วหรือ
บทที่ 1996 ไม่สนใจลั่วลั่วแล้วหรือ
ฮั่วจิ้นบีบมือหยางไต้ สองสามีภรรยาเดินตามฉู่ลั่วไป
พอเดินมาถึงตรงหน้าหัวมังกรขนาดใหญ่ หยางไต้ก็อดพูดไม่ได้ว่า “อาจิ่วร่างมังกรนี่ใหญ่จริง ๆ นะ!”
เธอตบฮั่วจิ้นเบา ๆ “ไม่นึกเลยว่าพวกเราสองคนจะให้กำเนิดมังกรได้”
คิดอย่างนี้แล้ว หยางไต้ก็เปิดสมองกด ลากฮั่วจิ้นไปถ่ายรูปกับมังกรดำหลายภาพ
จากนั้นก็ดึงฉู่ลั่ว ผลักฉู่ลั่ว ไปอยู่ข้าง ๆ มังกรดำ “ลั่วลั่ว หนูมายืนตรงนี้สิ ถ่ายรูปกับอาจิ่วสักหน่อย”
ฉู่ลั่วอยากบอกหยางไต้มากว่ามังกรดำตอนนี้คือฮั่วเซียวหมิง แต่เพราะเห็นหยางไต้ดูตื่นเต้นมาก เธอจึงไม่พูดอะไร
ได้แต่ทำตามที่หยางไต้ขอ ถ่ายรูปกับมังกรดำ
หลังถ่ายรูปเสร็จ หยางไต้ก็หยิบอาหารมาวางตรงหน้ามังกรดำ “ถ้ารู้ว่าแกตัวใหญ่ขนาดนี้ แม่น่าจะเตรียมมาเยอะ ๆ อาหารแค่นี้คงไม่พอแม้แต่จะแคะฟันแกหรอก”
หยางไต้พูดพลางถอนหายใจ “ดูสิ เป็นของโปรดของแกทั้งนั้น”
เธอลูกหัวมังกรดำแล้วพูดพึมพำอีกพักใหญ่ ก่อนจะพูดว่า “แกคงไม่รู้ใช่ไหม! ลั่วลั่วน่ะ! ทำให้มนุษย์ทุกคนกลายเป็นเทพแล้ว ร่างกายของแม่กับพ่อแกก็ดีขึ้นมาก คงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อย”
“หวังว่าตอนนั้น ครอบครัวของเราจะได้นั่งกินข้าวด้วยกัน”
“รวมถึงเทียนเป่าด้วย”
เธอรับภาพวาดมาจากมือของฉู่ลั่ว หยิบออกมาทีละใบด้วยความตื่นเต้น “ดูสิ นี่คือตอนที่เทียนเป่าเพิ่งเกิด เธอสวยมากเลยใช่ไหม ดวงตากับจมูกเธอเหมือนแกมาก”
“แต่รูปหน้านี่เหมือนลั่วลั่วจริง ๆ …”
“ทำไมเทียนเป่าถึงน่ารักขนาดนี้นะ!”
“ย่ารักเทียนเป่ามากเลย!”
พูดไปพูดมา หยางไต้ก็เริ่มแผ่ความรักของคุณย่าออกมา
ฮั่วจิ้นก็พูดอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด “ดูสิ นี่คือท่าทางตอนเทียนเป่าหลับ น่ารักมาก…”
“เฮ้อ เทียนเป่ายังเล็ก แต่ไม่มีพ่อกับแม่อยู่ด้วย น่าสงสารจริง ๆ …”
“รีบจัดการเรื่องทางนี้ให้เสร็จเถอะ จะได้พาเทียนเป่ามาอยู่ด้วย หรือไม่ก็ส่งพวกเราไปหาก็ได้!”
หยางไต้ “พาเทียนเป่ามาที่นี่ดีกว่านะ! โลกทางนั้นไม่มีอะไรเลย”
“อาจิ่ว! ลั่วลั่วบอกว่ามีเรื่องอยากขอให้แกช่วย เธอบอกพวกเราหมดแล้ว บอกว่าตอนนี้แกไม่ได้เป็นอาจิ่วของบ้านเราแล้ว อย่างมากก็แค่มีความทรงจำของอาจิ่วเท่านั้น”
“แต่แม่คิดว่า ถึงแม้ว่าจะมีแค่ความทรงจำของอาจิ่ว แต่นั่นก็ถือว่าเป็นอาจิ่วแล้วนะ!”
“แกไม่สนใจลั่วลั่วแล้วหรือ?”
“แกไม่คิดจะดูแลเทียนเป่าแล้วหรือ?”
ฮั่วจิ้นก็เอ่ยปากขึ้นมา “ถึงแม้จะไม่ใช่เพื่อลั่วลั่วกับเทียนเป่า แต่แค่เพื่อสิ่งที่ลั่วลั่วกำลังทำอยู่ตอนนี้ แกก็ควรจะช่วยลั่วลั่วสิ!”
มังกรดำยังคงรักษาท่าทางเหมือนรูปสลัก
หยางไต้พูดอยู่ครึ่งวันก็เห็นว่าเขาไม่ขยับเขยื้อน เธอโกรธจนกลอกตามองบน แล้วเก็บภาพวาดทั้งหมดขึ้นมาทันที “ช่างมันเถอะ ๆ จะไม่สนใจภรรยาตัวเอง จะไม่สนใจลูกสาวตัวเอง ทำตามใจแกเถอะ!”
“อย่าทำเป็นเย็นชาไปหน่อยเลย รอให้ลั่วลั่วเจอคนใหม่ แกเองก็จะร้อนใจจนต้องแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มอีกรอบ”
ฮั่วจิ้นก็พูดเสริม “ถึงตอนนั้น แกก็อย่าโทษฉันกับแม่ของแกว่าไม่เข้าข้างลูกตัวเองนะ ตอนที่ลั่วลั่วลำบากขนาดนี้ แกยังไม่ยอมออกหน้าช่วย รอให้เธอแก้ปัญหาทุกอย่างเสร็จแล้วค่อยปรากฏตัว มันไม่มีความหมายหรอก”
“ก่อนหน้านี้ แกมีร่างกายเป็นมนุษย์ ก็รู้สึกว่าตัวเองกับลั่วลั่วมีระยะห่างต่อกัน รู้สึกว่าตัวเองช่วยอะไรลั่วลั่วไม่ได้”
“ตอนนี้มีร่างมังกรบรรพกาลแล้ว นี่มันก็ดีไม่ใช่หรือ!”
“ถ้าแกไม่เต็มใจจริง ๆ ก็บอกลั่วลั่วให้ชัดเจนสิ”
“แบบนั้นพวกเราก็จะได้วางแผนอื่น แกว่างั้นไหม?”
มังกรหินยังคงไม่มีปฏิกิริยา
หยางไต้เริ่มโมโห คิดจะลากฮั่วจิ้นกับฉู่ลั่วออกไป
ฉู่ลั่วเอ่ย “หนูจะคุยกับเขาสักหน่อย แล้วจะออกไปค่ะ”
“งั้นพวกเธอก็คุยกันไปนะ”
หยางไต้และฮั่วจิ้นออกไปแล้ว
ฉู่ลั่วขอให้หยางไต้ทิ้งภาพวาดไว้
เธอนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ มังกรดำ แล้วเปิดภาพวาดทีละภาพ
“จริง ๆ แล้ว ตามสภาพร่างกายของพวกเรา ไม่มีทางมีลูกได้”
“แต่วันนั้น ฉันให้ยันต์กับคุณ”
“เด็กคนนั้นก็อยู่ในท้องของฉันแล้ว”