เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1995 จะไปดูเขาด้วยกันไหมคะ
บทที่ 1995 จะไปดูเขาด้วยกันไหมคะ
มังกรดำยังคงเงียบกริบ ไร้เสียงตอบเหมือนรูปปั้นหิน
ฉู่ลั่วนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้ามังกรดำ แล้วเล่าสถานการณ์ปัจจุบันของมนุษย์และสามเผ่าให้ฟัง
“ตอนนี้ สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือการตามหาเทพบรรพกาล”
“เทพบรรพกาลไม่สามารถหาได้ง่าย ๆ เราจึงได้แต่มาหาคุณที่เกิดขึ้นพร้อมกับความสับสนวุ่นวายของโลกเหมือนกัน”
“ฉันหวังว่าคุณจะอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเรา”
พูดจบ เธอก็รอคอยเงียบ ๆ
รออยู่นานมาก แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ
เธอถอนหายใจ “งั้นฉันไปแล้ว พรุ่งนี้จะมาอีก”
ฉู่ลั่วหันหลังเดินจากไป พอเดินมาถึงตรงมุม เธอหันกลับมามองมังกรดำอีกครั้ง “พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก หลังจากที่คุณตื่นขึ้นมา คุณยังไม่ได้เห็นลูกเลย พรุ่งนี้ฉันจะไปที่บ้านพ่อแม่ แล้วเอารูปวาดมาให้คุณดู”
“เธอชื่อเทียนเป่า”
“เธอเป็นลูกสาวของพวกเรา…ของฉันกับฮั่วเซียวหมิง”
หลังพูดจบ ฉู่ลั่วก็ออกไป
มังกรดำที่นอนอยู่บนพื้น ผ่านไปสักพักจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ปากขยับ “ฮึ ลูกสาว!”
วันนั้น ฉู่ลั่วไปที่บ้านตระกูลฮั่วในตี้จิง
ฮั่วจิ้นและหยางไต้ได้ยื่นขอเป็นเทพทันทีที่มีโอกาส
ดินแดนของหยางไต้คือบ้านเก่าในตี้จิง ส่วนดินแดนของฮั่วจิ้นคือบ้านอีกหลังในตี้จิงเช่นกัน
หยางไต้เห็นฉู่ลั่วมาถึงก็รีบคว้ามือเธอ “นี่คือห้องเจ้าหญิงที่ฉันจัดให้เทียนเป่า รีบมาดูเร็ว”
“นี่คือเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับที่ฉันเตรียมไว้ให้เทียนเป่า”
“หนูคิดว่าเทียนเป่าจะชอบไหม?”
หยางไต้แนะนำอย่างมีความสุข หลังจากแนะนำเสร็จ น้ำเสียงของเธอก็เศร้าเล็กน้อย แต่หายไปอย่างรวดเร็ว “ลั่วลั่ว หนูไม่ได้ยุ่งมากเหรอช่วงนี้?”
ฉู่ลั่วเล่าเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง แต่ปิดบังเนื้อหาของแผนการเอาไว้ บอกแค่ว่าอยากเอาภาพวาดของเทียนเป่าไปให้ฮั่วเซียวหมิงดู
“เขาตื่นแล้วเหรอ?”
ดวงตาของหยางไต้เป็นประกาย
ฉู่ลั่วเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
หยางไต้อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นฉู่ลั่วก็รีบพูดว่า “งั้นก็ดีสิ! ฉันจะไปเอาภาพวาดมาเดี๋ยวนี้เลย”
“ภาพวาดพวกนี้น่ะ ฉันกับปู่ของเทียนเป่าดูทุกวัน วันละหลาย ๆ รอบ เฮ้อ เทียนเป่าของเรายิ่งดูก็ยิ่งน่ารัก… เด็กทารกทั้งโลกไม่มีใครน่ารักเท่าเทียนเป่าของเราหรอก”
“หนูรีบเอาไปให้อาจิ่วดูเร็ว ๆ สิ”
เธอวิ่งขึ้นไปชั้นบน หยิบภาพวาดลงมา ภาพวาดทั้งหมดถูกเก็บไว้อย่างดีในกล่องใบหนึ่ง แต่ละภาพถูกใส่กรอบรูปอย่างประณีต
ฉู่ลั่วรับกล่องมาแล้วถามหยางไต้ว่า “พรุ่งนี้คุณมีเวลาไหมคะ?”
“มีสิ!”
“ถ้าพรุ่งนี้คุณมีเวลา จะไปดูเขาด้วยกันไหมคะ? แต่ว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีรูปลักษณ์ของมนุษย์แล้ว…”
หยางไต้ไม่รอให้ฉู่ลั่วพูดจบก็กระโจนเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ “ลั่วลั่ว ฉันไปได้จริง ๆ เหรอ? จะไม่เป็นไรใช่ไหม!”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ดวงตาของเธอเปล่งประกายมาก
หลังจากได้รับการแต่งตั้งเทพ พละกำลังและความสดใสร่าเริงของเธอก็ฟื้นคืนมาไม่น้อย
“จะให้ปู่เทียนเป่าไปด้วยได้ไหม”
ฉู่ลั่วพูดด้วยความกังวล “จะทิ้งฮั่วกรุ๊ปไว้ได้เหรอคะ? หนูเห็นข่าวในอินเทอร์เน็ต บอกว่าช่วงนี้ฮั่วกรุ๊ปวุ่นวายมาก”
หลังฮั่วจิ้นกลับมา ภายในฮั่วกรุ๊ปก็เกิดการแย่งชิงอำนาจ ขึ้นเป็นข่าวหน้าหนึ่งหลายครั้งแล้ว
พอได้ยินดังนั้น หยางไต้ก็โบกมือด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรหรอก ๆ ปู่เทียนเป่าจัดการได้แน่นอน ถ้าแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ แล้วเขาจะบริหารดูแลตระกูลฮั่วทั้งหมดได้ยังไงล่ะ”
วันรุ่งขึ้น ฉู่ลั่วก็พาหยางไต้กับฮั่วจิ้นไปที่ถ้ำด้วยกัน
ฮั่วจิ้นถือของกินไว้ในมือ ล้วนเป็นของโปรดที่ฮั่วเซียวหมิงเคยชอบ
ทันทีที่เข้าไปในถ้ำ พวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างรุนแรง
ฉู่ลั่วพูดขึ้นว่า “นี่คืออำนาจของมังกรค่ะ เขาเป็นมังกรดำที่เกิดขึ้นพร้อมกับความสับสนวุ่นวายของโลก พลังกดดันจึงแรงกว่ามังกรที่เกิดภายหลังมากค่ะ”
ฮั่วจิ้นพูดว่า “ไม่แปลกใจเลยที่รู้สึกทรมานมากกว่าตอนอยู่กับหมิงคุน”
ทั้งสามคนเดินลงบันไดไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงที่อยู่ของมังกรดำ
พอหยางไต้เห็นมังกรดำก็รู้สึกใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว “นี่คือ…อาจิ่วหรือ?”