เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2002 ฆ่าผมโดยไม่ลังเล
บทที่ 2002 ฆ่าผมโดยไม่ลังเล
ทุกคน…ตายหมดแล้ว
ฉู่ลั่วกำดาบชิงเจวี๋ย แล้วหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก
เธอเดินไป ไม่หันกลับมามอง จนมาถึงประตูใหญ่ของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันและเปิดประตู ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปทันที
มันคือมณฑลหนาน
มณฑลหนานเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
ตรงหน้าคือหน้าต่างบานใหญ่ของโรงแรม มีมือคู่หนึ่งโอบรอบเอวเธอจากด้านหลัง ปลายคางวางอยู่บนไหล่ จูบติ่งหูเธออย่างสนิทสนม “กำลังมองอะไรอยู่เหรอ?”
ฉู่ลั่วยังคงถือดาบอยู่ในมือ เธอหลับตาลง “ฮั่วเซียวหมิง?”
“อืม”
เสียงของชายที่อยู่ด้านหลังฟังดูเกียจคร้านที่สุด ทำให้ความทรงจำของฉู่ลั่วย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ทั้งสองสนิทสนมกัน
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะกลายเป็นมารในใจของฉัน”
มือที่ถือดาบของเธอสั่นเล็กน้อย
ฮั่วเซียวหมิงหัวเราะเบา ๆ “ผมเป็นมารในใจของคุณเหรอ? ทำไมล่ะ?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ เธอพลันหมุนตัวกลับ ฟันดาบใส่เขาอย่างรวดเร็ว
ดาบชิงเจวี๋ยฟันคอของฮั่วเซียวหมิงอย่างแม่นยำ
ใบหน้างดงามราวกับปีศาจของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อขณะมองเธอ เสี้ยววินาทีที่ล้มลง เลือดสด ๆ กระเซ็นใส่ใบหน้าและร่างกายของเธอ
ฉู่ลั่วไม่แม้แต่จะมอง หมุนตัวกระโดดลงจากตึกโรงแรมทันที
เท้าเพิ่งจะแตะพื้นและยืนได้มั่นคง ก็เห็นฮั่วเซียวหมิงเดินเข้ามาหา ในมือเขาถือแบบแปลน “ลั่วลั่ว นี่คือแบบแปลนที่ออกแบบเสร็จแล้วของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน…”
ฉึก
ดาบฟันลำคอนั้นอีกครั้ง
แบบแปลนร่วงหล่นลงมาที่เท้าของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วก้มลงมอง เห็นภาพร่างสวยงามเหล่านั้น ทั้งหมดเป็นแบบแปลนที่สมบูรณ์ของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เธอกับฮั่วเซียวหมิงเคยพูดคุยกันอย่างละเอียดถึงทุกส่วนของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันที่มณฑลหนาน
“ทำไม?”
ครั้งนี้ฮั่วเซียวหมิงที่ล้มลงกับพื้น มือหนึ่งกุมคอ พลางพูดขณะที่กระอักเลือด
ฉู่ลั่วก้มหน้า “คุณคือมารในใจของฉัน ฉันมาที่นี่เพื่อกำจัดมารในใจ”
ฮั่วเซียวหมิง “เพราะแบบนั้น คุณถึงฆ่าผมโดยไม่ลังเลเลยใช่ไหม?”
มือของฉู่ลั่วที่กำดาบชิงเจวี๋ยแข็งค้าง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง
……
ด้านนอกวิชาค่ายกล
จิ่วฉานขมวดคิ้วมองฉู่ลั่วที่อยู่ในค่ายกล เห็นฉู่ลั่วมีพลังชั่วร้ายพวยพุ่งออกมาจากร่างเป็นเส้น ๆ
แม้แต่ซู่เซี่ยงหยางก็ยังสังเกตเห็น “เกิดอะไรขึ้น? นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?”
จิ่วฉาน “จิตเต๋าวุ่นวายแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางเบิกตากว้าง อดมองไปที่จิ่วฉานไม่ได้ “จิตเต๋าของฉู่ลั่ววุ่นวายเหรอ? มารในใจของเธอร้ายแรงขนาดนั้นเลย? ไม่ใช่ว่ากำจัดมารในใจไปแล้วหรอกเหรอ? ทำไมถึงทำให้จิตแห่งเต๋าวุ่นวายได้”
จิ่วฉานขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผมจะเข้าไปเอง กดข่มมารในใจของเธอไว้”
ซู่เซี่ยงหยางลังเลเล็กน้อย “แต่ฉู่ลั่วบอกว่าช่วงที่เธอกำจัดมารในใจ พวกเราไม่ควรรบกวนเธอดีที่สุด”
จิ่วฉาน “งั้นจะปล่อยให้เป็นแบบนี้เหรอครับ?”
พลังชั่วร้ายบนตัวฉู่ลั่วหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ
ซู่เซี่ยงหยางเดินวนรอบวิชาค่ายกล
จิ่วฉาน “ผมจะเข้าไปแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางจำต้องพยักหน้า
จิ่วฉานสาวเท้าเข้าไปในวิชาค่ายกล แสงสีทองวาววับของวิชาค่ายกลหม่นลงชั่วขณะในวินาทีที่เขาก้าวเข้าไป แสงสลัวสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาใสของเขา เขาตรงไปที่ฉู่ลั่ว ยกมือขึ้นประสานอิน วางมือลงบนกระหม่อมของฉู่ลั่ว อีกมือหนึ่งทำตราอาคมพร้อมกับท่องคาถา
จิ่งเจียเหยียนที่กำลังเฝ้าระวังอยู่นอกค่ายกล จู่ ๆ ก็หันหน้ามองเข้าไปข้างใน ดวงตางูจดจ้อง
เธอเลื่อยมาที่ด้านนอกวิชาค่ายกล แล้วเดินวนรอบ ๆ หลายครั้ง ทันใดนั้นก็ตะโกนเสียงดัง “จิ่วฉาน นายกำลังทำอะไรอยู่!”
เธอพุ่งเข้าไปในวิชาค่ายกลแล้วใช้หางฟาดใส่จิ่วฉาน
จิ่วฉานหลบไปด้านข้าง จิ่งเจียเหยียนพุ่งเข้าไป พลังปีศาจแผ่ซ่านออกมา
“เจียเหยียน เธอทำอะไรน่ะ?”
จิ่งเจียเหยียนตะโกนว่า “จิ่วฉานมีอะไรผิดปกติ”
ทุกคนจึงหันไปมองจิ่วฉานที่โดนจิ่งเจียเหยียนใช้หางฟาด เขายืนทรงตัว ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยใสกระจ่างตอนนี้เหลือเพียงสีดำมืดมิด
“เกิดอะไรขึ้น?”
จี้ไจ่วิ่งเข้ามา “จิ่วฉานเขามีหนี้กรรมติดตัวมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”