เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2006 จิ่วฉานเป็นสายลับ
บทที่ 2006 จิ่วฉานเป็นสายลับ
“เป็นไปไม่ได้ ต้องเป็นเขาแน่ ๆ พอฉันเห็นเขาปุ๊บ ก็รู้สึกเกลียดขี้หน้าทันทีเลย”
“แค่ก ๆ ตลอดหลายปีมานี้ คนที่ทำให้ฉันเกลียดได้ขนาดนี้ นอกจากเขาก็ไม่มีใครอีกแล้ว”
เธอขยับตัวมาอยู่ในท่านอนหงายและจ้องมองด้วยดวงตางู “ฉันมั่นใจ ต้องเป็นเขาแน่ ๆ”
“เหอะ! ฉันก็รู้อยู่แล้ว”
“เขาจะปล่อยคนดี ๆ อย่างลั่วลั่วไปได้ยังไง”
“เขาจะไปหาคนดี ๆ อย่างลั่วลั่วได้จากที่ไหนอีก?”
“หึ เขาก็แค่แกล้งทำเป็น”
เธอบ่นเสียงอ่อน แล้วค่อย ๆ ขยับร่างกายของตัวเองไปทางจิ่วฉาน
หูเสี่ยวหลี “เธอจะทำอะไรอีกล่ะ? บาดเจ็บแบบนี้แล้วจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรือไง?”
จิ่งเจียเหยียนพูดพลางขยับตัว “ฉันจะไปดูจิ่วฉาน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะถูกตีตายไปแล้วก็ได้!”
“ฉันขอขอบใจเธอแทนจิ่วฉานนะ! เธอเป็นห่วงเขา แต่ก็ต้องดูเรื่องซุบซิบให้จบก่อนถึงจะเป็นห่วง”
“อยู่เฉย ๆ อย่าขยับ ฉันจะไปลากเขามาเอง”
หูเสี่ยวหลีกระโดดข้ามเธอไปทันที พอมาถึงตรงหน้าจิ่วฉานและตรวจสอบดูแล้ว ก็ตะโกนบอกจิ่งเจียเหยียนว่า “โชคดีที่เขาไม่ตาย”
“แต่โชคร้ายที่โดนตีจนเกือบตาย”
เธออุ้มจิ่วฉานแล้วกระโดดกลับมาในไม่กี่ก้าว วางเขาลงข้าง ๆ จิ่งเจียเหยียน “เธอดูสิ!”
จิ่งเจียเหยียนจ้องจิ่วฉานแล้วจู่ ๆ ก็แค่นเสียง ใช้หัวงูชนเขาเบา ๆ “นายเก่งนักนะ! เก่งจริง ๆ เลย! ไม่นึกเลยว่าหนอนบ่อนไส้จะเป็นนาย”
หูเสี่ยวหลีที่กำลังจะก้าวไปดูเรื่องวุ่นวายชะงักฝีเท้า “อะไรนะ?”
จิ่งเจียเหยียนนอนคว่ำอยู่บนพื้น สีหน้าเต็มไปด้วยความท้อแท้ “จิ่วฉานเป็นสายลับของแดนเทพ เขาซ่อนตัวมานานขนาดนี้”
“แน่นอนว่านี่ต้องเป็นแผนการของแดนเทพอยู่แล้ว ตอนอยู่ที่วัดพวกเขาตั้งใจให้จิ่วฉานดูแลฉัน ตั้งใจให้ฉันรู้สึกขอบคุณเขา ก็เพื่อที่จะฆ่าลั่วลั่วหลังจากผ่านไปหลายร้อยปี”
ดวงตาคล้ายงูของเธอเอ่อล้นน้ำตา
หูเสี่ยวหลีก้าวเข้าไปใช้เท้าสะกิดร่างงูของเธอ “อย่าสร้างเรื่องให้ตัวเอง ที่เขาทำให้เธอรู้สึกขอบคุณ ก็เพราะเขามีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับแดนเทพเลยสักนิด”
“แล้วก็อย่าไปยกย่องเขาด้วย เขาก็แค่มีความคิดเป็นของตัวเองเท่านั้นแหละ”
จิ่งเจียเหยียนน้ำตาคลอ “จริงเหรอ? เขาไม่ใช่สายลับ? ไม่ได้ทรยศพวกเราเหรอ?”
“ไม่ใช่”
“แล้วทำไมเขาถึงทำร้ายลั่วลั่วล่ะ?”
หูเสี่ยวหลีตรวจสอบจิ่วฉาน “ตอนนั้นเขาไปช่วยวิญญาณที่ปรโลกย่อยแล้วดึงหนี้เลือดมากมายเข้าสู่ตัวเอง แต่เดิมก็เป็นการบำเพ็ญที่เพียงความคิดเดียวก็อาจทำให้กลายเป็นมารหรือพระได้”
“ตอนนี้…”
เธอมองด้วยสายตาหม่นแสงลง “แม้ว่าจะถูกล่อลวงด้วยมารในใจของฉู่ลั่ว แต่การที่เขาหมายตาเฉพาะฉู่ลั่ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับแดนเทพ”
จิ่งเจียเหยียนไม่สนใจน้ำตาที่ไหลออกมา “แล้วเขาไม่ได้ทำด้วยความสมัครใจหรอกเหรอ?”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ดีแล้ว!” จิ่งเจียเหยียนพูดด้วยความเศร้าสร้อย “ถ้าเขาเป็นสายลับ ฉันกลัวว่าพอลั่วลั่วตื่นขึ้นมา จะฆ่าเขา ฉันไม่รู้เลยว่า…จะช่วยเขายังไงดี?”
หูเสี่ยวหลีตบหัวงูของเธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยน แล้วมองไปทางของฉู่ลั่ว “ฮั่วเซียวหมิงเข้าไปแล้ว งั้นมารในใจก็คงไม่มีปัญหาแล้วสินะ!”
……
ฉู่ลั่วสังหารมารในใจไปทีละตัว
เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองฆ่าฮั่วเซียวหมิงไปแล้วกี่คน และสังหารเฉิงยวนกับคนอื่น ๆ ไปอีกกี่คน
เธอรู้แค่ว่า ทั้ง ๆ ที่ตัวเองได้กำจัดมารในใจไปหมดแล้ว
เธอสังหารพวกมันโดยไม่ลังเล ไม่ปรานี แต่มารในใจกลับยังไม่ถูกกำจัด
อีกครั้งที่เธอฆ่าฮั่วเซียวหมิง
ฉู่ลั่วเดินไปข้างหน้า ไม่หันหลังกลับมามอง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้งอย่างที่คาดไว้
ครั้งนี้แตกต่างจากหลายร้อยครั้งก่อนหน้านี้ ร่างกายของเธอโปร่งใสขึ้นมาทันที ทุกคนรอบข้างมองเห็นเธอไม่ได้อีกต่อไป
ทุกที่เต็มไปด้วยผู้คนที่วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง
ปีศาจไล่ล่าอย่างไม่ลดละ
บนท้องฟ้ามีลำแสงสีทองนับไม่ถ้วน เงาร่างของเทพปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง
ฉู่ลั่วมองไปรอบ ๆ และเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น