เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2013 ฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงวางแผนกับเจ้า
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 2013 ฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงวางแผนกับเจ้า
บทที่ 2013 ฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงวางแผนกับเจ้า
พูดจบ เธอก็ไม่รอช้า หันหลังเตรียมจะเดินออกไป
ทว่าแค่เดินมาถึงทางเลี้ยวของบันไดก็ได้ยินเสียงของมังกรดำจากด้านหลัง “ไม่ใช่ข้าที่เรียกฮั่วเซียวหมิง แต่เป็นฮั่วเซียวหมิงที่เรียกข้า”
ฉู่ลั่วหันมามองทันที
มังกรดำยิ้มอ่อน “เขาไม่อยากเป็นมนุษย์”
“เขาจงใจทิ้งจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อให้เจ้ารู้สึกเจ็บปวด รู้สึกผิด ให้เจ้ายอมนำปราณมังกรออกมาช่วยเขา และรวมเข้ากับร่างมังกรของข้า”
“ฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงวางแผนกับเจ้า”
……
‘ฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงวางแผนกับเจ้า’
ประโยคนี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของฉู่ลั่ว
เธอยืนอยู่ที่ทางเข้าถ้ำ แล้วหันกลับไปมองอีกครั้ง
ปากถ้ำที่เคยเปิดกว้างตอนนี้ค่อยๆ ปิดลง เถาวัลย์รอบๆ เลื้อยขึ้นมาปกคลุมปากถ้ำจนมิดชิด
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ณ เวลานี้ บนเขาจินหลี่มีเมฆดำทะมึนปกคลุม เป็นครั้งคราวที่มีแสงสีทองส่องวาบขึ้นมา
นี่เป็นสัญญาณว่ามีเทพกำลังจับตามองมังกรดำอยู่
ฉู่ลั่วกระทืบเท้าหนึ่งที แล้วก็มาถึงปรโลก
ทันทีที่เธอมาถึง ยมทูตขาวดำก็รีบเข้ามาต้อนรับ ดวงตาเป็นประกาย “ปรมาจารย์ฉู่ ในที่สุดคุณก็มาแล้ว”
บนโลกมนุษย์มีความเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง แต่ฉู่ลั่วกลับไม่ได้ติดต่อกับพวกเขาเลย
“สรุปแล้วมีอะไรที่ต้องการให้พวกเราปรโลกทำบ้างครับ? พวกเราสนับสนุนปรมาจารย์ฉู่อยู่แล้ว”
ฉู่ลั่ว “ฉันอยากพบสิบวังยมราชค่ะ”
“พวกท่านรอคุณอยู่นานแล้วครับ”
ยมทูตขาวดำพาฉู่ลั่วมาที่ห้องโถงหลัก
เธอผลักประตูเข้าไป ประตูทองสัมฤทธิ์ปิดลง กายธรรมที่เคยดูน่าเกรงขามของพญายมราชพลันหดลงเหลือขนาดเท่ามนุษย์ และล้อมรอบฉู่ลั่วทันที “พวกเรารอเจ้ามานานแล้ว”
ฉินก่วงอ๋องพูด “ปรโลกจำเป็นต้องมีกฎระเบียบของปรโลกเอง”
ซ่งตี้อ๋องกล่าวว่า “ปรโลกไม่ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสวรรค์ตั้งแต่แรก”
พวกเขาพูดพร้อมกัน
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันต้องการโค่นล้มสวรรค์ค่ะ”
ห้องโถงใหญ่ซึ่งแต่เดิมเต็มไปด้วยพูดคุย จู่ ๆ ก็เงียบลงทันที
สิบวังยมราชทั้งหมดต่างจ้องมองฉู่ลั่วพร้อมกัน
“เจ้าต้องการทำอะไรนะ?”
“โค่นสวรรค์ค่ะ!”
สายตาของสิบวังยมราชทั้งหมดเย็นชาลง และในอีกพริบตาถัดมาพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นกายธรรมอันเคร่งขรึมน่าเกรงขาม ทอดสายมองลงมาที่ฉู่ลั่วอย่างดูแคลน
“เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของสวรรค์ เจ้าคิดว่าตัวเองทำได้หรือ?”
ฉู่ลั่วเงยหน้า “สรรพชีวิตหมื่นแสนล้วนไม่เท่าเที่ยมกัน ทำไมจะเปลี่ยนไม่ได้คะ?”
“นับตั้งแต่วิถีสวรรค์ถือกำเนิด กฎเกณฑ์ของสวรรค์ก็เติบโตตามกาลเวลา ผ่านมานับพันนับหมื่นปีแล้ว สรรพชีวิตล้วนดำรงอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสวรรค์ ตอนนี้…เจ้าจะเปลี่ยนแปลงมัน?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
สิบวังยมราชพร้อมใจกันนิ่งเงียบ
หลังจากผ่านไปสักพัก ฉินก่วงอ๋องจึงเอ่ย “ถ้าเจ้าแค่ต้องการเจรจากับพวกเทพ ปรโลกจะสนับสนุนเจ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์ ปรโลกคงช่วยเจ้าไม่ได้”
“เช่นนั้นก็กลับไปเถอะ”
ฉู่ลั่วยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เธอเพิ่งมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงของสิบวังยมราชดังมา “เจ้าจะรับผิดชอบผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์ได้หรือ? มนุษย์รับผิดชอบได้หรือ? ฉู่ลั่ว เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนมนุษย์ทั้งหมดหรอกนะ”
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่มีสิทธิ์จริงค่ะ แต่ฉันมองเห็น”
เธอหันหลังให้สิบวังยมราช “ฉันเห็นความทุกข์ทรมานของมนุษย์ ฉันเห็นความไม่ยุติธรรมของกฎสวรรค์ ฉันเห็นความทุกข์ยากของสรรพชีวิตภายใต้ความไม่เป็นธรรมนี้”
“แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์”
“แค่เจรจากับพวกเทพก็พอแล้ว”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ ถ้าพวกเราทุกคนหวาดกลัวและไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ทุกชีวิตก็จะไม่กล้าเหมือนกัน”
ประตูเปิดออก เธอก้าวออกไปอย่างมั่นคง
ประตูใหญ่ที่หนาทึบปิดลงอย่างหนักหน่วงอยู่ด้านหลัง
ยมทูตขาวดำเดินเข้ามาต้อนรับ แต่เพิ่งจะเอ่ยปาก ทั่วทั้งปรโลกก็ดังก้องไปด้วยเสียงของพญายมราช
“นับจากนี้เป็นต้นไป ฉู่ลั่วจะไม่สามารถเข้าออกปรโลกได้ตามอำเภอใจอีก”
“ให้ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่งนี้”
พร้อมกับเสียงจากทางวังยมราช ฉู่ลั่วก็รู้สึกได้ถึงพลังของปรโลกที่ผลักไสเธอ ภายใต้สายตาตกตะลึงของยมทูตขาวดำ เธอถูกเชิญออกจากปรโลก
ปรโลกพาเธอมาที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันในตี้จิง
เธอยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ มีเจ้าหน้าที่องค์กรหลายคนยืนเฝ้าอยู่นอกประตู