เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2029 สั่นสะเทือนสามภพ
บทที่ 2029 สั่นสะเทือนสามภพ
ฉู่ลั่วหันหน้าไปมองชางฮ่าว
เง็กเซียนเอ่ย “ไม่เป็นไร ข้าปลดโซ่ล่ามวิญญาณบนตัวเขาออกแล้ว”
เขามีสีหน้าสงบนิ่ง กระทั่งชี้ไปที่เบาะรองนั่งสองอันตรงหน้าเขา “วังม่วงเมฆาของข้าแทบไม่มีใครมาเยือน มันเงียบเหงามาก ไม่สู้เอาอย่างนี้ นั่งลงแล้วมาคุยกับคนแก่จากยุคบรรพกาลอย่างข้าดีกว่า”
เมื่อได้ยินคำว่า “คนแก่จากยุคบรรพกาล” ชางฮ่าวก็ขมวดคิ้วแน่น
สองคนนั่งลงตรงข้ามกับเง็กเซียน เง็กเซียนเพียงโบกมือ ถาดใบหนึ่งก็ลอยมา
ถ้วยชามาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วกับชางฮ่าว กาน้ำชาหยกรินโดยอัตโนมัติ
กลิ่นหอมสดชื่นแผ่กระจาย
เง็กเซียนยิ้มพลางกล่าว “ล้วนเป็นของบำรุงวิญญาณและร่างกาย สำหรับพวกเจ้าสองคนแล้วถือว่าค่อนข้างดี”
ฉู่ลั่วยกขึ้นมา เพียงแค่สูดดมก็รู้สึกได้ว่าเส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที
เธอจิบเบา ๆ หนึ่งอึก รู้สึกว่าจิตธรรมญาณราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำ ร่องรอยที่มารในใจทิ้งไว้บนจิตธรรมญาณก่อนหน้านี้ก็ถูกชำระจนสะอาดหมดจดในพริบตา
ชางฮ่าวชายตามองอย่างไม่ใส่ใจ ยกขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวหมด
“เง็กเซียน ท่านก็รู้ว่าพวกเรามาที่นี่เพื่ออะไร จะสู้หรือจะเจรจาก็พูดมาคำเดียว อย่าทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้” เขาบีบถ้วยชาแน่น สีหน้าเย็นชาลง
ฉู่ลั่วก็มองเง็กเซียนเช่นกัน
เง็กเซียนไม่สนใจชางฮ่าว แต่กลับยิ้มมองไปทางฉู่ลั่ว “เป็นยังไงบ้าง?”
ฉู่ลั่ว “ฉันรับรู้รสชาติอะไรไม่ได้เลยค่ะ แค่รู้สึกว่าจิตธรรมญาณฟื้นฟูไปได้มากพอสมควร”
“แต่เดิมก็ไม่มีรสชาติอะไรอยู่แล้ว” เง็กเซียนยิ้มเบา ๆ “เพียงแต่สำหรับผู้บำเพ็ญ มันมีประโยชน์เพิ่มขึ้นมาบ้างเท่านั้นเอง”
ฉู่ลั่วประคองถ้วยชา “ฉันจะไม่ยอมละทิ้งการโค่นล้มสวรรค์หรอกนะคะ”
เง็กเซียนพยักหน้า “ข้าเห็นแล้ว”
ทันใดนั้น ภายในวังม่วงเมฆาก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว “เง็กเซียน ผมพาเธอมาที่นี่ไม่ใช่ให้คุณชมเชยเธอ แต่ให้คุณจัดการเธอต่างหาก”
“หรือว่าคุณอยากเห็นเธอโค่นล้มสวรรค์สำเร็จ?”
“อย่าลืมสิ คุณดำรงอยู่ร่วมกับวิถีสวรรค์ ถ้าเธอโค่นล้มสวรรค์สำเร็จ พลังของคุณจะต้องได้รับความเสียหายแน่นอน”
เง็กเซียนหรี่ตาลง “เมื่อหลายพันปีก่อน ข้าตกลงจะดำรงอยู่ร่วมกับเจ้า ก็เพราะตอนนั้นสวรรค์และโลกเพิ่งก่อกำเนิด ความเป็นระเบียบยังวุ่นวาย จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งที่ใช้บังคับในสวรรค์และโลก”
“ตอนนี้ กฎเกณฑ์นั้นกลายมาเป็นพันธนาการของสิ่งมีชีวิตทั้งสามภพแล้ว ถึงแม้พลังของข้าจะได้รับความเสียหาย แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า”
วิถีสวรรค์ตกตะลึงกับคำพูดของเง็กเซียน
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเง็กเซียนจะเห็นด้วยกับการโค่นล้มสวรรค์
เง็กเซียนเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง สายตาพึงพอใจมองไปที่ฉู่ลั่ว “ข้าตรวจสอบชาติก่อนและชาตินี้ของเจ้าแล้ว เจ้าคือมนุษย์”
เมื่อพูดถึงมนุษย์ ดวงตาของเง็กเซียนเต็มไปด้วยความชื่นชมมากขึ้น “ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ เจ้าล้วนเป็นมนุษย์”
คนที่ทำความดีมามากมาย แต่เดิมชาตินี้ควรจะเป็นมนุษย์ธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีความสุขไปตลอด
ถ้าไม่ใช่เพราะกฎเกณฑ์ของวิถีสวรรค์เกิดข้อผิดพลาด
หากไม่ใช่เพราะพวกเทพแข็งแกร่งเกินไปจนทำให้เกิดหุบเหวเทพมรณะ
ฉู่ลั่วคงจะใช้ชีวิตที่ธรรมดาและมีความสุขไปจนสิ้นอายุขัย แล้วเวียนว่ายตายเกิด เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของฉู่ลั่วก็แทบไม่เปลี่ยน เธอพยักหน้า น้ำเสียงยังคงมั่นคงและแฝงไว้ด้วยความภูมิใจเล็กน้อย “ฉันเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้นค่ะ”
“ความไม่พอใจของมนุษย์สามารถสั่นสะเทือนสามภพ เปลี่ยนฟ้าผันแผ่นดินได้”
เสียงที่แผ่วเบานั้นหายไปพร้อมความขุ่นเคือง เหลือเพียงเสียงหัวเราะเยาะและการเย้ยหยัน “แค่มนุษย์ธรรมดา แค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น”
“พวกเทพที่ไร้ความสามารถ เง็กเซียนที่ไร้ความสามารถ!”
“ไร้ความสามารถที่สุด!”
สีหน้าเง็กเซียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “วิถีสวรรค์ เจ้าดูถูกมนุษย์เกินไป เจ้าเลือกฉู่ลั่วจากเผ่ามนุษย์ คิดว่าควบคุมนางได้ทั้งหมด แต่เจ้ากลับเป็นคนส่งนางไปบำเพ็ญในโลกอื่น ทำให้นางหลุดพ้นจากการควบคุมของเทพ”
“เจ้ายังส่งอาวุธเวทจากโลกอื่นกลับมาให้นาง ช่วยให้ความสามารถของนางก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับ”