เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2060 ตอนพิเศษ โลกอื่นที่วิถีสวรรค์เคยเปิด
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 2060 ตอนพิเศษ โลกอื่นที่วิถีสวรรค์เคยเปิด
บทที่ 2060 ตอนพิเศษ โลกอื่นที่วิถีสวรรค์เคยเปิด
ฉู่ลั่วที่เข้าใจกระบวนการทั้งหมดแล้วหัวเราะเบา ๆ “ซีไป๋ก็แค่เครื่องบูชายัญที่ถูกเผ่าเทพผลักดันออกมาเท่านั้น”
ซีไป๋มีนิสัยแบบไหน มีความสามารถอะไร เผ่าเทพย่อมรู้ดี แต่พวกเขาก็ยังเลือกซีไป๋ ให้เขาเป็นตัวแทนของเผ่าเทพ
“ชางฮ่าวสังหารเทพแบบนี้คงจะปล่อยผ่านไปไม่ได้แล้ว!”
เทพคนหนึ่งตบโต๊ะหยก
โต๊ะหยกนี้เป็นโต๊ะพิเศษ แต่เดิมใช้โต๊ะไม้โต๊ะหิน
แต่ต่อมา ทุกครั้งที่เจรจาก็จะทำลายโต๊ะไปหนึ่งตัว สุดท้ายทั้งสามเผ่าจึงร่วมแรงร่วมใจสร้างโต๊ะตัวนี้ขึ้นมา มันสามารถดูดซับพลังวิญญาณได้
หยวนเส้าหยินก็ทำสีหน้าเย็นชาเช่นกัน
“ซีไป๋จัดการให้คนแสร้งทำเป็นมนุษย์ไม่พอ ยังกล้าดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ในที่สาธารณะอีก”
เขาชี้ไปทางฉู่ลั่ว “นี่ก็เป็นการจัดการของเผ่าเทพด้วยเหรอ?”
เมื่อเผ่าเทพเห็นฉู่ลั่ว สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เรื่องนี้พวกเราเผ่าเทพไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่ถึงแม้ว่าซีไป๋จะทำผิด ก็ไม่ควรถูกลงโทษตามอำเภอใจ!”
“ไม่ใช่ว่าควรแจ้งให้เผ่าเทพรู้ก่อน แล้วค่อยตัดสินหรอกหรือ?”
“แต่ชางฮ่าวทำอะไรล่ะ? แอบลงโทษเอง ฆ่าเทพไปอย่างโหดร้าย”
“ครั้งนี้เราไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้แน่นอน!”
“จำเป็นต้องลงโทษชางฮ่าว”
ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันอย่างดุเดือด ทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
กระทั่งเง็กเซียนซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าและหลับตาพักผ่อนมาตลอดลืมตาขึ้น ทันใดนั้นบรรยากาศก็เงียบลงทันที ทุกสายตาหันไปมองเขา
ฉู่ลั่วก็จ้องมองเขาด้วยสายตาลึกลับเช่นกัน
เง็กเซียน “การสังหารเทพอย่างโหดเหี้ยม แน่นอนว่าไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้”
ฉู่ลั่วกำมือแน่นบนโต๊ะหยก จ้องเง็กเซียนตรง ๆ
เง็กเซียนพูดต่อ “แม้การกระทำของชางฮ่าวอาจจะเข้าใจได้ แต่ก็ยังเป็นการสังหารเผ่าเทพอย่างโหดร้าย ไม่สามารถให้อภัยได้”
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน สายตาทุกคู่จับจ้องเขา พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมา เหล่าเทพต่างรู้สึกเกรงกลัวและยินดี
ฝ่ายมนุษย์ทุกคนต่างเตรียมพร้อมรับมืออย่างเคร่งเครียด
แม้แต่หยวนเป่ยเป่ยกับเซียวเมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วก็จับอาวุธที่เอวตัวเองไว้ สายตาของพวกเขาเผยแววจิตสังหารออกมา
เง็กเซียนไม่ได้มองพวกเขา แต่กลับจ้องไปยังฉู่ลั่วซึ่งยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ขยับเขยื้อน ด้วยสายตาลึกล้ำ
ฉู่ลั่วรู้ดีถึงความหมายในสายตาของเง็กเซียน
เขากำลังถามเธอ
เห็นแล้วใช่ไหม?
นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีอยู่ของพวกเขา
แต่ก่อนเง็กเซียนไม่ได้เป็นตัวแทนของเผ่าเทพ มนุษย์อาศัยฉู่ลั่วจึงแทบจะกดข่มเผ่าเทพเอาไว้ได้
แต่ตอนนี้เง็กเซียนออกหน้าแล้ว ถึงคราวที่เผ่าเทพจะอยู่เหนือกว่าบ้าง
ฉู่ลั่วคลายกำปั้น เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ
เหล่าเทพที่เดิมยังมีสีหน้าเย่อหยิ่งก็เปลี่ยนเป็นระแวดระวังขึ้นมาทันที
ขณะที่ความกดดันของฝ่ายมนุษย์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
มนุษย์ทั้งหมดมองฉู่ลั่วด้วยสายตาไว้วางใจและความคาดหวัง
เง็กเซียนเอ่ยขึ้นว่า “สำหรับการกระทำของชางฮ่าว สมควรจะถูกผนึกไว้”
ผนึก!
“การกระทำของชางฮ่าวสมควรถูกผนึกตั้งแต่แรก”
“ถึงแม้ซีไป๋จะเป็นเพียงเทพผู้น้อย แต่เขาก็ยังเป็นคนของเผ่าพันธุ์เทพของพวกเรา”
“การผนึกชางฮ่าวไว้ ถือว่าเป็นการประนีประนอมจากเผ่าเทพของพวกเราแล้ว”
เง็กเซียนพูดต่อไป
“เมื่อก่อนชางฮ่าวถูกผนึก แต่เพราะเหตุผลของมนุษย์ทำให้ตราผนึกถูกปลดออก เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์เปิดตราผนึกอีกครั้ง คราวนี้…”
“ต้องเสริมความแข็งแกร่งของตราผนึก”
ฝ่ายเผ่าเทพพยักหน้าติด ๆ กัน
มนุษย์ทั้งหมดมองฉู่ลั่ว เห็นสีหน้าของเธอเย็นชาลงเรื่อย ๆ ความเยือกเย็นในดวงตาของเขาก็ชัดเจนขึ้นเหมือนกัน
พวกเขาทุกคนสามารถรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากร่างของฉู่ลั่ว
เง็กเซียนทำเหมือนไม่เห็นอะไร และพูดว่า “การผนึกชางฮ่าวไว้ในโลกนี้คงเป็นไปไม่ได้ ต้องผนึกชางฮ่าวไว้ที่โลกอื่น”
โลกอื่น?
เผ่าเทพและมนุษย์ต่างตกตะลึง
โลกอื่น โลกอื่นไหนกัน?
สีหน้าของฉู่ลั่วแสดงความงุนงงเล็กน้อย เธอเอ่ยปากโดยไม่รู้ตัว “โลกไหนคะ?”
“ข้าเคยผูกติดกับวิถีสวรรค์ ด้วยพลังของข้า สามารถเปิดโลกอื่นที่วิถีสวรรค์เคยเปิดมาก่อนได้เท่านั้น”
หัวใจของฉู่ลั่วเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมได้