หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1141 เป็นกังวล
ตอนที่ 1141 เป็นกังวล
เมื่อเห็นท่าทางหดหู่ของเขา ยายอู๋ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เรื่องนี้ต้องโทษตัวเจ้าเอง ก่อนหน้านี้แสร้งทำตัวน่าสงสารถึงเพียงนั้น ทว่าอยู่ ๆ ก็กลายเป็นองค์จักรพรรดิ ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นลูบจมูกด้วยความกระอักกระอ่วน ตัวเขาก็จนปัญญาแล้วเช่นกัน
หลังจากหัวเราะเสร็จแล้ว ยายอู๋ก็กลับมาทำสีหน้าจริงจังอีกครา “ฐานะของเจ้ายิ่งใหญ่เพียงนี้ อาซินคง…ไม่คู่ควรกับเจ้าแล้ว”
หญิงสาวที่จะอภิเษกกับองค์จักรพรรดิได้ ไม่จำเป็นต้องมีฐานะสูงส่ง แต่ร่างกายจะต้องบริสุทธิ์
อาซินเคยแต่งงาน ทั้งยังเคยตั้งครรภ์มาก่อน ในจุดนี้เกรงว่าจะผ่านการตรวจร่างกายขั้นแรกไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
เฮ่อเหลียนจวิ้นเอ่ยออกมาอย่างไม่แยแสว่า “มีอันใดไม่คู่ควรกันเล่าขอรับ ขอเพียงข้ากับนางต้องการ ก็อยู่ด้วยกันได้ขอรับ”
เขารู้ว่ายายอู๋หมายถึงอันใด แต่เขาไม่สนใจในเรื่องนี้จริง ๆ และไม่มีอันใดให้ต้องคิดมากด้วย
เอ่ยตามตรง หลังจากทะลุมิติมายังโลกใบนี้ เขาก็ไม่ใช่คนบริสุทธิ์อันใด แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีมากนัก แต่ข้างกายก็ไม่ได้ขาดสตรี
ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนรักนวลสงวนตัวอันใด แล้วเหตุใดต้องคาดหวังให้ตงเมี่ยวซินมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยเล่า ?
ยายอู๋รู้สึกดีใจมากยิ่งนัก หากเฮ่อเหลียนจวิ้นไม่สนใจจริง ๆ เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหาอันใดแล้ว
“ประเดี๋ยวข้าจะช่วยเกลี้ยกล่อมอาซินให้เอง”
เจ้าเด็กนั่นได้รับพรคราใหญ่แล้วจริง ๆ องค์จักรพรรดิผู้สูงส่งรักนางถึงเพียงนี้ จะบอกให้รีบพยักหน้ารับปากเลยก็ไม่ได้ แต่จะให้เล่นตัวจนเกินไปก็ไม่ดี
สตรีเล่นตัวหน่อยถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม แบบนี้เรียกว่ารู้จักใช้มารยาควบคุมบุรุษ แต่หากเล่นตัวจนเกินเหตุเรียกว่าโง่เขลา
โดยเฉพาะสถานการณ์ในตอนนี้ หากอาซินเล่นตัวจนเกินงาม แล้วเฮ่อเหลียนจวิ้นหนีไปจริง ๆ ท้ายที่สุดคนที่ต้องร้องไห้เสียใจก็คืออาซิน
จักรพรรดิผู้หนึ่งจะไม่สามารถหาสตรีข้างกายได้เลยหรือ ? เขาจะหาสตรีมาอยู่ข้างกายกี่คนก็ได้ เหตุใดต้องนำเอามิตรไมตรีมาแลกกับความเย็นชาด้วยเล่า ?
ไม่พูดไม่ได้ว่า…ความคิดของยายอู๋เรียบง่ายและตรงกับความเป็นจริง
ด้วยเหตุนี้ยายอู๋จึงรีบบอกให้เฮ่อเหลียนจวิ้นพานางไปยังบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม
พอมาถึงบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม เฮ่อเหลียนจวิ้นก็พายายอู๋ไปยังเรือนของตงเมี่ยวซินทันที
ตอนนี้ตงเมี่ยวซินกำลังนั่งร้องไห้อยู่ภายในเรือน
เดิมทีนางหลงคิดว่าตนเองจะไม่เสียใจ แต่คาดไม่ถึงว่านางจะทรมานราวกับถูกแทงเข้าที่หัวใจจนเป็นรูโบ๋
ในขณะที่กำลังเศร้าใจอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงยายอู๋เรียกนาง นางหลงคิดว่าตนเองหูฝาดไป
“ข้าอยู่นี่ ! ”
ตงเมี่ยวซินหันหน้าไปมอง นางเห็นยายอู๋ยืนโบกมืออยู่หน้าประตูเรือน
นางทั้งประหลาดใจและดีใจ ดังนั้นนางจึงรีบลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งเข้าไปหายายอู๋ทันที “อาม่า ! ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง เขามองดูฉากนี้ด้วยความปวดใจ
ดูเอาเถิด นางไม่ได้พบยายอู๋แค่ครึ่งเดือน แต่กลับตื่นเต้นถึงเพียงนี้ นางไม่ได้พบเขาเกือบครึ่งปี ทว่าตอนเจอหน้ากันคราแรก นางกลับเอ่ยเรื่องเหล่านั้นจนทำให้เขาโมโห
เจ้าคนใจร้าย !
หลังจากได้พบกับยายอู๋ ตงเมี่ยวซินก็ตาแดงก่ำทันใด นางรีบดึงตัวยายอู๋มามองสำรวจ “อาม่า แผลของท่านหายดีแล้วหรือยังเจ้าคะ ? ตอนนี้รู้สึกไม่สบายตรงที่ใดหรือไม่เจ้าคะ ? ”
ยายอู๋ก็มองสำรวจอาซินด้วยความห่วงใยเช่นเดียวกัน “หลานเป็นอย่างไรบ้าง ? คนพวกนั้นทำร้ายหลานหรือไม่ ? ”
“อาม่า ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ คนเหล่านั้นไม่ได้ทุบตีข้า พวกเขาไม่ได้ทำให้ข้าบาดเจ็บเลยสักนิด พวกเขาแค่ให้ข้ากินยาทุกวัน จะได้ไม่มีแรงหนีก็เท่านั้นเจ้าค่ะ”
ยายอู๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ข้าเองก็ไม่ได้เป็นอันใดมาก หมอที่ฮูหยินเซียวเชิญมาฝีมือดี ไม่ใช่แค่แผลของยายดีขึ้นเท่านั้น แต่เหมือนร่างกายจะดีขึ้นอีกด้วย ฮูหยินเซียวผู้นั้นช่างเป็นคนดีมากจริง ๆ ”
ฮูหยินเซียว ?
ตงเมี่ยวซินพอจะคาดเดาได้ ฮูหยินเซียวคงจะเป็นนายหญิงของบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม สตรีที่เดินมาพร้อมกับเฮ่อเหลียนจวิ้นก่อนหน้านี้
ตงเมี่ยวซินประคองยายอู๋เข้าไปนั่งในเรือน นางอยากถามไถ่เรื่องราวต่าง ๆ ตลอดหลายวันมานี้ แต่ยายอู๋กลับชิงเอ่ยออกมาเสียก่อนว่า
“อาซิน หลานได้พบกับอาหลานแล้วหรือยัง ? ”
แม้ว่านางจะทราบถึงฐานะของเฮ่อเหลียนจวิ้นแล้ว แต่ยายอู๋ยังเปลี่ยนคำเรียกทันทีไม่ได้ ประเด็นหลักคือเฮ่อเหลียนจวิ้นไม่ได้วางมาดต่อหน้านาง ดังนั้นจึงทำให้ยายอู๋ไม่ค่อยตระหนักถึงฐานะจักรพรรดิของเขาสักเท่าใดนัก
เมื่อตงเมี่ยวซินได้ยินยายอู๋เอ่ยถามถึงเรื่องนี้ นางจึงพยักหน้ารับด้วยความโศกเศร้า “ได้พบแล้วเจ้าค่ะ แต่ระหว่างข้ากับเขา อาจจะ…”
พอคิดว่าต่อไปนี้ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาอีก นางก็ปวดใจขึ้นมาทันใด น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินลงมา จากนั้นก็เข้าไปสวมกอดยายอู๋ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “อาม่า ข้าควรทำอย่างไรดี ? ข้าทำให้พี่เยว่โมโห ข้านิสัยแย่มากจริง ๆ ไม่คิดว่าเขาทำอันใดเพื่อข้าบ้าง พอเจอหน้ากันก็ยกเลิกการหมั้นหมายกับเขาทันที เขาจะต้องเกลียดข้าแล้วเป็นแน่เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่านางเสียใจถึงเพียงนั้น ท้ายที่สุดยายอู๋ก็ไม่ได้กล่าวโทษนาง เพียงเอ่ยถามออกมาว่า “ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเจ้าชอบพอเขา แล้วเหตุใดถึงขอยกเลิกหมั้นหมายกับเขาเล่า ? ”
ตงเมี่ยวซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “ข้ารู้สึกว่าเขาโกหกข้า อาม่า…ฐานะที่แท้จริงของพี่เยว่ไม่ได้เป็นดั่งที่เขาบอกพวกเรา เขาไม่ใช่คุณชายตกยาก เขาเป็น…เป็น…”
ตงเมี่ยวซินไม่ได้เอ่ยกับยายอู๋ตรง ๆ เพราะกลัวจะทำให้นางตื่นตกใจ
“เขาเป็นองค์จักรพรรดิแห่งเป่ยตี้ แท้จริงแล้วเขามีนามว่าเฮ่อเหลียนจวิ้น”
ยายอู๋เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ทว่าตงเมี่ยวซินกลับเป็นฝ่ายตื่นตกใจเสียเอง “อาม่า ท่านรู้ได้อย่างไร ? ”
“แน่นอนว่าเขามาบอกยายด้วยตนเอง” ยายอู๋อดไม่ได้ที่จะตีหลังมือของนางเบา ๆ “เหตุใดเจ้าถึงได้เลอะเลือนเพียงนี้ ? ! นั่นองค์จักรพรรดิเชียวนะ การที่เขามาชอบพอเจ้า ถือเป็นบุญวาสนาของเจ้าแล้ว ! เขาต้องเดินทางมาไกลแสนไกล ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หมั้นหมายกับเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยอมให้เขาได้อธิบาย ทั้งยังยกเลิกการหมั้นหมายกับเขาอีก สมองของเจ้าเบาปัญญาเพราะยานั่นหรือ ? ”
ตงเมี่ยวซินบ่นออกมาทันใด “ข้าไม่ได้สนใจฐานะของเขาสักหน่อย ไม่ว่าเขาจะเป็นคุณชายตกอับหรือยากจนกว่านั้น ข้าก็ไม่สน ข้าสนใจตัวเขาต่างหากเล่า”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะยกเลิกสัญญาหมั้นกับเขาเพื่อเหตุใด ! ” ยายอู๋ไม่เข้าใจความคิดของนางจริง ๆ “ไม่ใช่ว่าฐานะยิ่งสูงก็ยิ่งดีหรอกหรือ ? มีหญิงสาวมากมายเท่าใดที่อยากจะเป็นหงส์ ตอนนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่เจ้ากลับผลักไสมันออกไป”
ยายอู๋ไม่ใช่คนนอก ดังนั้นตงเมี่ยวซินจึงไม่คิดจะปิดบัง “อาม่า เพราะฐานะของเขาสูงส่งจนเกินไปอย่างไรเล่า ข้าถึงได้กลัว ข้ากลัวว่าตนเองจะไม่คู่ควรกับเขา กลัวว่าหลังจากเขาหมดรักข้าแล้ว เขาจะค่อย ๆ ตีตัวออกห่าง… เขาเป็นถึงองค์จักรพรรดิ ข้างกายของเขาคงไม่ขาดสตรี พอคิดว่าต้องคอยแย่งเขากับหญิงสาวคนอื่น ๆ รอให้เขามาสงสาร ข้าก็ทนไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ ข้ายอมใช้ชีวิตอย่างยากไร้กับเขาที่หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ไปชั่วชีวิตดีกว่าเจ้าค่ะ”
เรื่องที่เคยง่ายในอดีต ตอนนี้กลับดูไกลเกินเอื้อมเสียแล้ว
จักรพรรดิผู้หนึ่งจะมีนางเป็นภรรยาคนเดียวได้อย่างไร ?
และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใช้ชีวิตเรียบง่ายกับนาง