หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1143 ให้กำเนิดบุตรสักสิบคน
ตอนที่ 1143 ให้กำเนิดบุตรสักสิบคน
หลินหร่วนอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก ขณะมองร่างที่เริ่มหดเล็กลงบนท้องนภา นางก็ได้หันไปถอนหายใจกับเซียวจิ่งเฉิน
“ในที่สุดพวกเขาก็จากไปสักที หากสองคนนี้ยังคงยื้อกันต่อไป ข้าคงได้อกแตกตายเป็นแน่”
เซียวจิ่งเฉินยื่นมือไปรับบุตรชายมาอุ้ม แล้วใช้อีกมือจูงนางลงมาจากภูเขา
“เจ้ารนหาที่เองต่างหาก เจ้าไม่ควรไปยุ่งเรื่องของพวกเขาทั้งสองคนตั้งแต่แรกแล้ว ให้พวกเขาทรมานกันเองดีจะตายไป ตอนนั้นเจ้าไม่ควรพาตงเมี่ยวซินไปยังหมู่บ้านชาวประมงนั่น และไม่ควรผนึกความทรงจำของนางด้วย เพียงแค่โยนนางไปยังสถานที่อันหนาวเหน็บ ให้นางได้รู้ว่าสิ่งใดคือความทุกข์ รู้ว่ามีสักกี่คนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่านางจะยังโหยหาความตายอยู่หรือไม่ ! ”
ในความคิดของเขา ตงเมี่ยวซินว่างจนเอาแต่คิดไร้สาระ !
หลินหร่วนโมโหยิ่งกว่าอันใดดี นางรีบเอื้อมมือไปบีบคอเขาทันที “เจ้ามีปัญหากับวิธีจัดการของข้าหรือ ? ! ”
เซียวจิ่งเฉินอ้าปากสูดหายใจด้วยความเจ็บปวด จากนั้นก็รีบยอมรับผิดทันที “ไม่ ๆ ๆ ข้าแค่คิดว่าวิธีของเจ้าดูมีชั้นเชิงจนเกินไป ทำให้ฮูหยินต้องลำบากแล้ว”
หลินหร่วนกลอกตาใส่เขาหนึ่งครา หลังจากปล่อยมือออก นางก็เอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าจะไปเข้าใจอันใด ! ”
เหตุใดนางต้องทุ่มเทถึงเพียงนั้น ? นั่นก็เพราะว่าอาการของตงเมี่ยวซินไม่ได้เกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุ นางทุกข์ทรมานและโศกเศร้ามากจริง ๆ
แถมยังเข้าขั้นร้ายแรงจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากหลินหร่วนไม่สนใจจริง ๆ ปล่อยให้นางจมอยู่กับความทุกข์ทรมานเหล่านั้น ตงเมี่ยวซินคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามวันเป็นแน่
หรืออาจจะตายในวันนั้นเลยก็เป็นได้
นางคิดมาโดยตลอดว่าอาการป่วยของตงเมี่ยวซินเกี่ยวข้องกับนาง และนางกับตงเมี่ยวซินก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด นอกจากนี้ตงเมี่ยวซินยังเคยช่วยดูแลบุตรสาวให้นางอีกด้วย ไม่ว่าจะมองจากมุมใด นางไม่อาจยืนมองอยู่เฉย ๆ ได้จริง ๆ
แม้จะบอกว่าสองคนนี้ลีลามาก แต่นางก็ไม่เคยเสียใจที่ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้
“ตอนนี้เมี่ยวซินก็ได้อยู่กับเฮ่อเหลียนแล้ว ข้าไม่มีอันใดต้องเป็นห่วงอีก เมื่อมีเฮ่อเหลียนจวิ้นอยู่ ต่อไปเมี่ยวซินจะต้องมีความสุขมากเป็นแน่”
เซียวจิ่งเฉินลอบมุ่ยปาก เขาไม่ชอบคู่นั้นเอาเสียเลย
ตงเมี่ยวซินไม่ใช่คนเลว แต่หากให้เอ่ยตามจริง นางไม่ได้มีอันใดโดดเด่น จากบทเรียนก่อนหน้านี้ของตงเมี่ยวซิน แม้แต่นายหญิงของจวนขุนนางเล็ก ๆ ยังยากสำหรับนาง นับประสาอันใดกับจักรพรรดินี นี่เป็นเรื่องเพ้อฝันชัด ๆ !
เฮ่อเหลียนจวิ้นคิดง่ายจนเกินไป เขาคิดว่าหากตนเองคอยหนุนหลังให้ตงเมี่ยวซิน จะทำให้นางมีชีวิตที่ไร้ซึ่งกังวลภายใต้ปีกของตนเอง
ทว่าเขาไร้เดียงสาจนเกินไป
หากตงเมี่ยวซินอยากมีชีวิตที่อิสระ มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น หนึ่งคือเฮ่อเหลียนจวิ้นต้องยอมสละบัลลังก์ แล้วกลับไปใช้ชีวิตธรรมดา ๆ กับตงเมี่ยวซิน เหมือนนกกระเรียนป่าคู่หนึ่ง ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปชั่วชีวิต ดีกว่าเดียวดายอย่างเซียน สองคือตงเมี่ยวซินต้องลุกขึ้นสู้ เรียนรู้ที่จะเป็นจักรพรรดินี แต่ดูจากตอนนี้ บอกได้เลยว่ายาก ไม่ว่าจะทางใดก็ยาก !
เฮ่อเหลียนจวิ้นไม่ใช่องค์ชายไร้ความสามารถเหมือนแต่ก่อนแล้ว ตอนนี้เขาอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ ถึงตอนแรกเขาจะถูกบังคับ แต่หากจะให้สละบัลลังก์ในตอนนี้ ไม่มีทางเด็ดขาด มีบุรุษไม่กี่คนที่ทำเช่นนี้ได้ แม้ว่าเขาจะรักเมี่ยวซิน แต่เขาก็ไม่ได้ชอบภูเขาลำเนาไพรและความลำบาก
ใบหน้าของเฮ่อเหลียนจวิ้นเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าอยากเอาชนะ เขาไม่มีทางยอมสละบัลลังก์ และแน่นอนว่าจะไม่ยอมแพ้เรื่องตงเมี่ยวซินด้วย
ส่วนตงเมี่ยวซินไม่ได้นึกถึงความเป็นจริง จนกระทั่งตอนนี้นางยังไม่เข้าใจความเป็นจริงเลย
ดังนั้นหากในอนาคตจะมีเรื่องวุ่นวายตามมา ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
เพื่อไม่ให้ภรรยาของตนเองปวดเศียรเวียนเกล้า เซียวจิ่งเฉินจึงไม่เอ่ยเรื่องนี้ออกไป เพียงหันหน้าไปปรึกษากับหลินหร่วน “อาหร่วน ตอนนี้เจียวเจียวก็อายุสามขวบแล้ว นางคลุกคลีอยู่กับต้าหู่ทุกวัน คาดว่าคงไม่อาจแยกออกจากกันได้แล้ว พวกเราไปปรึกษากับต้าหู่ดีหรือไม่ ให้มันตามขบวนพวกเราไปด้วย ? ”
ในตอนนั้นเขาคิดว่ารอให้เจียวเจียวโตขึ้นหน่อย แล้วค่อยแยกนางออกจากต้าหู่ แต่ผู้ใดจะไปคิดว่าคนกับเสือจะสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ ถึงขั้นตัวติดกันจนไม่อาจแยกจากกันได้แล้ว
หากยังรออีกต่อไป แผนเดินทางท่องเที่ยวของพวกเขาจะได้ทำเมื่อใด ?
เดิมทีหลงคิดว่าหลินหร่วนจะขานรับอย่างว่าง่าย แต่นางกลับกลอกตาใส่เขา แล้วเอ่ยออกมาว่า “จะรีบร้อนไปเพื่ออันใด ? ตอนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้าหู่ว่าจะยอมไปด้วยหรือไม่ ทว่าขึ้นอยู่กับเด็กในท้องของข้าต่างหาก ! ”
เมื่อเซียวจิ่งเฉินได้ยินดังนั้น เขาก็ตกตะลึงขึ้นมาทันใด จากนั้นก็ก้มมองหน้าท้องน้อย ๆ ของนางอย่างเหลือเชื่อ “จะ…เจ้า…มีอีกแล้วหรือ ? ”
หลินหร่วนหน้าแดงเรื่อ “เจ้าเป็นคนปลูกนานี้เอง ไม่ใช่ว่าเจ้าควรรู้อยู่แก่ใจหรอกหรือ ? ”
มีเสียงหึ่ง ๆ เกิดขึ้นในหัวของเซียวจิ่งเฉิน เขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือปวดใจดี
เขาคิดว่าตอนนี้เขามีลูกมากพอแล้ว บุตรชายหนึ่งคน บุตรสาวหนึ่งคน ได้บุตรชายบุตรสาวเป็นคู่ดีจะตายไป หากมีเพิ่มอีก อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายของภรรยา
ตอนคลอด นางเจ็บปวดอย่างมาก เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องทุกข์ทรมานอีก
แต่ในเมื่อนางตั้งครรภ์แล้ว เขาจะทำอันใดได้เล่า ?
เซียวจิ่งเฉินรีบผิวปาก ทันใดนั้นก็มีคนทะยานออกมา “นายท่าน มีอันใดหรือขอรับ”
เซียวจิ่งเฉินมองเขา แล้วเอ่ยถามว่า “เหตุใดถึงเป็นเจ้า ? ติ่งรุยเล่า ? ”
เจี่ยฉือซานตอบกลับด้วยความเคารพ “พี่ติ่งมีธุระนิดหน่อย เขาเลยให้ข้าน้อยมาแทนขอรับ”
เซียวจิ่งเฉินขี้เกียจเอ่ยอันใดให้มากความ ดังนั้นจึงยื่นบุตรชายในมือออกไป ส่วนตนเองหันไปอุ้มหลินหร่วน จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานกลับบ้านพัก
“ภรรยาข้า นอนพักก่อนเถิด ข้าจะไปตามหมอมาตรวจประเดี๋ยวนี้”
เมื่อเห็นท่าทางทำอันใดไม่ถูกของเขา หลินหร่วนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นางรู้ว่าเซียวจิ่งเฉินไม่อยากมีบุตรเพิ่มอีก ทว่านางอยากมี นางอยากมีบุตรชายบุตรสาวให้เขามากหน่อย
เขาโดดเดี่ยวจนเกินไป ในใต้หล้านี้นอกจากนางและบุตรทั้งสองแล้ว เขาก็เหลือเครือญาติเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ไท่หวงไทเฮาก็อายุมากแล้ว พร้อมจะจากไปได้ทุกเมื่อ ไท่ซ่างหวงจากไปเมื่อสองวันก่อน เพราะเรื่องขององค์ชายรองในตอนนั้น ไทเฮาจึงเคียดแค้นพวกเขาสองสามีภรรยาอย่างถึงที่สุด
ส่วนฮูหยินเหอที่เป็นอาหญิงของเซียวจิ่งเฉิน นางเองก็มีครอบครัวต้องดูแล
บุตรสองคนน้อยจนเกินไป ยามชรา นางอยากให้เขามีบุตรหลานคอยห้อมล้อม
นอกจากนี้ นางอายุยังน้อย ร่างกายยังแข็งแรง นอกจากนี้นางยังสามารถใช้พลังวิเศษทำให้ร่างกายกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดได้ตลอดเวลา
ถึงจะมีบุตร 40 คน ก็ไม่ใช่ปัญหา
เซียวจิ่งเฉินเข้าใจความคิดของนาง ดังนั้นเขาจึงดึงนางมากอดด้วยความปวดใจและเหนื่อยหน่าย “อาหร่วน ข้ามีแค่เจ้าก็พอแล้ว”
ส่วนบุตรชายกับบุตรสาว เป็นคนที่มาขัดขวางไม่ให้เขาได้พลอดรักกับภรรยาต่างหาก
หลินหร่วนกลอกตาใส่เขาหนึ่งครา “อันใดกัน ไม่ชอบบุตรที่ข้าคลอดหรือ ? ”
เซียวจิ่งเฉินกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันใด “ไม่ใช่ว่าพวกเขาก็เป็นบุตรของข้าเหมือนกันหรอกหรือ ? ”
หลินหร่วนเตือนให้เขาเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้า “เจ้ายอมรับชะตากรรมเสียเถิด หากข้ายังมีบุตรกับเจ้าไม่ถึงสิบคน ข้าไม่มีทางยอมรามือเป็นแน่ ! ”
พอเซียวจิ่งเฉินนึกถึงฉากที่มีเด็กสิบคนเข้ามาห้อมล้อมตัวเขา แล้วพากันเรียกเขาว่าพ่อ และฉากที่เด็กเหล่านั้นแย่งภรรยากับเขา เขาก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันใด