หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1144 สตรีตระกูลหลิน
ตอนที่ 1144 สตรีตระกูลหลิน
อากาศปลอดโปร่ง ท้องทุ่งเหลืองอร่าม
หลินหร่วนประคองท้องอันใหญ่โตของนางยืนอยู่ข้างคันนา นางเฝ้ามองเซียวจิ่งเฉินก้มเกี่ยวข้าวกับชาวนาคนอื่น ๆ ร่างของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ
รวงข้าวสีเหลืองทองที่หนักอึ้งเหล่านั้น ทำให้ชาวนาพากันยิ้มไม่หุบ
พอเซียวจิ่งเฉินเห็นว่านางมาหา เขาจึงรีบหยุดมือลง แล้วดึงชายเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า กล้ามหน้าท้องของเขาทำให้หลินหร่วนอดอมยิ้มออกมาไม่ได้
ตอนนี้เซียวจิ่งเฉินไม่เหลือรูปลักษณ์อ่อนต่อโลกอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร นางก็ชอบทั้งนั้น
แม้ว่าเขาจะทำงานจนตัวเหม็นเหงื่อ นางกลับรู้สึกว่ามันน่าหลงใหลเป็นพิเศษ
ตอนที่เซียวจิ่งเฉินเดินมาถึงตัวนาง เขาเห็นว่านางกำลังจ้องตนเองด้วยดวงตาเป็นประกาย จึงอดไม่ได้ที่จะเกร็งคอและหรี่ตาลง
เขาไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่ากับนางนานมากแล้ว ดังนั้นจึงอดทนต่อแววตาเร่าร้อนของนางไม่ไหว เขาแทบอยากอุ้มนางกลับบ้านเสียตั้งแต่ตอนนี้ แล้วทำเรื่องอย่างว่าให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย
แต่พอเห็นท้องอันใหญ่โตของนางแล้ว เขาจึงทำได้เพียงปล่อยวาง
ในท้องของนางเป็นลูกแฝด ตอนนี้เพิ่งห้าเดือนเท่านั้น ทว่าท้องใหญ่ราวกับคนใกล้คลอดแล้ว เขาไม่อยากจะคิดเลยว่า…หากผ่านไปอีกสองเดือน ท้องของนางจะมีรูปร่างอย่างไร
เซียวจิ่งเฉินปวดใจยิ่งกว่าอะไรดี แต่เขาไม่กล้าบอกนาง เพราะนางอยากมีลูกให้เขา ไม่ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร นางก็ไม่ยอมเชื่อฟัง
เขาคงต้องหาคนมาปรุงยาหน่อย ยาที่ให้นางไม่มีบุตรชั่วคราว และต้องไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตนางด้วย
แต่เมื่อเทียบกับพลังของหลินหร่วนแล้ว ความคิดนี้ดูไร้สาระในทันที
ภรรยาของเขาทรงพลังจนเกินไป ขอแค่นางอยากมี ยาเหล่านั้นคงใช้ไม่ได้ผลกับนาง
ความรู้สึกทำอันใดไม่ได้ ทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาทันใด
ไหนเลยหลินหร่วนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอันใดอยู่ นางยิ้มจนตาปิดพลางจับมือของเขามาวางที่ท้องของตนเอง “เจ้าดูสิ พอรู้ว่าจะหามาเจ้า เด็กสองคนนี้ก็ตื่นเต้นมากเลยล่ะ”
เซียวจิ่งเฉินกลัวลูกจะเตะจนนางเจ็บ ดังนั้นเขาจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา แล้วเดินไปยังบ้านพัก
หลินหร่วนนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมอกของเขา นางไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เพียงชวนเขาสนทนาเรื่องหนึ่งขึ้นมาเบา ๆ
“ทางชิงโจวส่งข่าวมาบอกว่าหลินซิ่วกำลังจะแต่งงาน”
เซียวจิ่งเฉินชะงักฝีเท้าลง “เจ้าอยากไปหรือ ? ”
หลินหร่วนพยักหน้ารับ “แน่นอนอยู่แล้ว เหตุใดจะไม่อยากไปล่ะ ? นางเป็นน้องสาวที่ข้าเลี้ยงมากับมือเชียวนะ งานมงคลของนาง ข้าย่อมต้องไปอยู่แล้ว”
เซียวจิ่งเฉินก้มมองท้องของนาง เขาเป็นห่วงนางมากจริง ๆ “ทว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่…”
“ไม่สน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไป ! หลินซิ่วไม่มีมารดา บิดาของนางเป็นคนอ่อนโยน ไม่รู้ว่าสถานการณ์บ้านสามีเป็นอย่างไรบ้าง ข้าคงต้องไปดูด้วยตนเองสักหน่อย”
หลังจากหลินหร่วนตั้งครรภ์ นางก็ค่อนข้างเอาแต่ใจ จะให้เซียวจิ่งเฉินตามใจนางให้ได้
ไหนเลยเซียวจิ่งเฉินจะกล้าทำให้นางอารมณ์เสีย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ “เช่นนั้นก็ส่งคนไปช่วยเตรียมการก่อน รอใกล้ถึงเวลา พวกเราค่อยออกเดินทางดีหรือไม่ ? ”
ระยะทางจากหลิงหนานไปยังเมืองชิงโจวต้องใช้เวลาแรมเดือน ถึงอย่างไรระหว่างทางก็ต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้บ้าง
หลินหร่วนพยักหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม “เจ้าจัดการเองก็แล้วกัน จริงสิ เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลินซิ่วจะแต่งงานกับผู้ใด ? ”
เซียวจิ่งเฉินส่ายหน้า เขาไม่ได้สนใจข่าวคราวจากเมืองชิงโจวนานแล้ว
หลินหร่วนยักไหล่ แล้วเอ่ยออกมาว่า “เป็นคุณชายจากจวนจือโจว ว่ากันว่าเป็นคนดีมากเลยล่ะ”
เซียวจิ่งเฉินลอบเอ่ยในใจ ‘ในเมื่อเขาเป็นคนดี แล้วเจ้าจะไปเพื่ออันใดกัน ? ’ แต่ในเมื่อภรรยาอยากไป เช่นนั้นคงต้องตามใจนางสักหน่อย ถึงอย่างไรการเดินทางก็สะดวกสบาย นั่งอินทรีทองใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วยามเท่านั้น
หลินหร่วนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าหลินซิ่วจะแต่งงานแล้ว ไม่พบกันสองสามปี ไม่ทราบว่าตอนนี้นางหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง อยากพบนางเร็ว ๆ จัง”
เซียวจิ่งเฉินลอบมุ่ยปาก แท้ที่จริงเขาไม่อยากให้หลินหร่วนไปเมืองชิงโจวสักเท่าใดนัก เพราะที่นั่นมีคนที่เขารังเกียจอยู่
แต่เขารู้ดีว่า…หลินหร่วนยังคงเป็นห่วงหลินซิ่ว ไม่เช่นนั้นตลอดหลายปีมานี้ นางจะลอบส่งคนไปคอยดูแลเด็กนั่นตลอดหรือ
ตามแผนการเดิม พวกเขาจะออกเดินทางในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทว่าหลินหร่วนใจร้อน นางไม่อยากรอแม้แต่วันเดียว จะไปเสียประเดี๋ยวนี้
เซียวจิ่งเฉินหยิบยกข้ออ้างที่ต้องเกี่ยวข้าวออกมา แต่ก็ไม่อาจหยุดความกระตือรือร้นของหลินหร่วนเอาไว้ได้ “ในนามีคนทำงานมากแล้ว ไม่มีเจ้าสักคนก็ไม่เป็นไรหรอกน่า”
เมื่อเห็นว่าห้ามไม่ได้ เซียวจิ่งเฉินจึงทำได้เพียงให้คนรีบเก็บข้าวของ แล้วเดินทางไปยังเมืองชิงโจวเป็นเพื่อนหลินหร่วน
ตอนนี้อินทรีทองบินได้เร็วยิ่งกว่าเดิม จากหลิงหนานถึงชิงโจว ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้น
ทั้งสองมาถึงก่อนกำหนด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดจะดึงดูดความสนใจของราษฎรเมืองชิงโจว ทั้งสองปลอมตัวเป็นพ่อค้า จากนั้นก็ไป ‘เช่า’ บ้านหลังเล็ก ๆ ในตัวเมือง
โดยบ้านเช่าอยู่ในละแวก ‘โรงหมอซือเอิน’ ของหลินซิ่ว เพียงแค่เปิดประตูบ้านก็สามารถมองเห็นประตูโรงหมอแล้ว
โรงหมอแห่งนี้คือของขวัญที่หลินหร่วนสร้างเอาไว้ให้กับหลินซิ่วในปีนั้น
หลินหร่วนยืนอยู่หน้าประตู ในขณะที่มองดูผู้ป่วยหญิงเดินเข้าออกโรงหมออย่างไม่ขาดสาย นางก็อดชื่นชมไม่ได้ “เจ้าเด็กนั่นฉลาดใช้ได้ ถึงกับเปิดโรงหมอหญิงขึ้นมา”
ในยุคสมัยนี้มีหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคสตรีก็จริง ทว่าส่วนใหญ่เป็นหมอบุรุษ สตรีในสังคมศักดินา โดยเฉพาะสตรีที่มาจากครอบครัวยากไร้ พวกนางมักจะอายเกินกว่าจะให้หมอตรวจ ถึงหมอจะยินดีตรวจ แต่ส่วนมากมักยอมแพ้กลางคันเพราะหมอเป็นบุรุษ
โรงหมอแห่งนี้ของหลินซิ่ว รักษาแค่สตรีเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์ต่อเหล่าสตรีในเมืองชิงโจวและเมืองรอบ ๆ มากยิ่งนัก
จากรายงานในจดหมาย มีสตรีจำนวนไม่น้อยที่พากันมาตรวจอาการกับหลินซิ่ว
หลินซิ่วก็ไม่ได้ทำให้อาจารย์ของนางเสียชื่อ ในช่วงสองสามปีมานี้วิชาแพทย์ของนางพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ นางได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง
หลินหร่วนสุ่มถามสตรีผู้หนึ่งว่าวิชาแพทย์ของหลินซิ่วเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อเห็นท้องอันใหญ่โตของหลินหร่วน สตรีผู้นั้นก็เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ฮูหยินตั้งใจมาตรวจครรภ์กับแม่นางหลินใช่หรือไม่ ? ท่านมาถูกที่แล้ว แม่นางหลินเข้าใจโรคของสตรีมากที่สุด ท่านรีบเข้าไปตรวจเถิด อีกประเดี๋ยวคนจะเยอะกว่าเดิม ท่านท้องใหญ่เพียงนี้ อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนัก”
หลินหร่วนยิ้มพลางกล่าวขอบคุณสตรีผู้นั้น ก่อนจะให้เซียวจิ่งเฉินประคองนางเข้าไปในโรงหมอ
ตอนนี้หลินซิ่วกำลังตรวจอาการให้กับสตรีผู้หนึ่งอยู่ ไม่ได้พบกันแค่สองสามปี ใบหน้าของหลินซิ่วเปลี่ยนไปไม่น้อย นางไม่ค่อยเหมือนคนตระกูลหลินสักเท่าใดนัก ทว่านางเหมือนนางหลิวมารดาของนางมากกว่า
อาจเป็นเพราะวิชาชีพหมอ แววตาของหลินซิ่วจึงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
นางอยู่ในชุดสีเขียว มวยผมไปด้านหลัง ทั้งยังไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับแม้เพียงชิ้นเดียว หน้าก็ไม่ได้แต่งเช่นกัน ตอนนี้นางกำลังถามไถ่อาการคนไข้ด้วยความสุขภาพและใจเย็น หลังจากยืนยันอาการป่วยของคนไข้ได้แล้ว นางจึงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วถึงได้หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนใบสั่งยา จากนั้นก็อธิบายวิธีการต้มและดื่มยาให้คนไข้ผู้นั้นฟัง
หลังจากคนไข้ผู้นั้นลุกขึ้นไปรับยาแล้ว นางถึงได้เงยหน้าขึ้นพลางตะโกนออกมาว่า “คนต่อไป”
หลินหร่วนเดินมาหน้าโต๊ะตรวจ ก่อนจะยื่นมือออกไป