หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1145 บัวขาว
ตอนที่ 1145 บัวขาว
“แม่นางหลิน”
ในขณะที่หลินหร่วนยื่นมือออกไป ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนดังขึ้นมาจากข้างนอก
หลังจากได้ยินเสียงนี้ หลินซิ่วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันใด จากนั้นก็คลายออกด้วยความรวดเร็ว
หลินหร่วนเลิกคิ้วขึ้นพลางหันหน้าไปมองทางประตู
สตรีในชุดขาวสะอาดยืนอยู่ตรงนั้น ด้านหลังของนางมีสาวใช้ที่กำลังถือกล่องอาหารอยู่หนึ่งคน
ตั้งแต่โบราณมีคำกล่าวที่ว่า…บุรุษอยากดูดีให้สวมอาภรณ์ดำ สตรีอยากงดงามให้สวมอาภรณ์ขาว ดวงหน้าของสตรีผู้นั้นมีความงดงามเพียงหกส่วน แต่เมื่ออยู่ในอาภรณ์สีขาว ผนวกกับท่าทางที่ดูอ่อนแอราวกับดูแลตนเองไม่ได้ และรูปร่างที่ผอมบางสามารถปลิวตามลมได้ทุกเมื่อ ทำให้นางดูสง่างามขึ้นถึงสามส่วน
นับเป็นบัวขาวที่งดงามดอกหนึ่ง !
แม่นางบัวขาวหยุดยืนอยู่หน้าโรงหมอ นางดึงดูดสายตาผู้คนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะบุรุษที่เดินผ่านไปผ่านมา พวกเขาพากันจับจ้องมาที่นางตาเป็นมัน
หลินซิ่วลุกขึ้นยืน “แม่นางไป๋ มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ ? ”
บัวขาว ไม่สิ ! ไป๋หยู่โหลวต่างหาก นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแนบริมฝีปาก แล้วเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเอาของมาให้เจ้าแทนท่านพี่ ท่านพี่ไม่กล้ามาด้วยตนเอง เลยไหว้วานให้ข้ามาแทนน่ะ”
หลินซิ่วเขินอายเล็กน้อย พร้อมกันนั้นแก้มของนางยังขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ อีกด้วย “รบกวนเจ้าแล้ว วางของไว้ตรงนั้นเถิด ข้ายังต้องตรวจคนไข้อีกไม่น้อย ต้องขออภัยด้วยที่อยู่เป็นเพื่อนไม่ได้”
ไป๋หยู่โหลวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “แม่นางหลินเกรงใจกันเกินไปแล้ว อีกประเดี๋ยวหลังจากเจ้าตรวจคนไข้เสร็จแล้ว เจ้าอยู่สนทนาเป็นเพื่อนข้าหน่อยได้หรือไม่ ? ที่เมืองชิงโจวแห่งนี้ ข้าไม่มีสหายเลยสักคน ข้ารู้สึกเหงามากยิ่งนัก ทำได้เพียงมาอยู่รบกวนเจ้า”
หลินซิ่วไม่กล้าปฏิเสธ ดังนั้นนางจึงตอบรับไปว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าคงต้องรอนานหน่อย”
ไป๋หยู่โหลวรีบเอ่ยออกมาว่า “ไม่เป็นไร เจ้าทำงานต่อเถิด ข้าจะรออยู่เงียบ ๆ ”
หลังจากเอ่ยจบ ไป๋หยู่โหลวก็ไปหามุมนั่งรอ วางมาดราวกับว่าศึกนี้จะไม่จบง่าย ๆ
หลินหร่วนหันหน้ากลับมามองหลินซิ่ว พบว่านางกำลังสะกดกลั้นความเหนื่อยหน่าย
ทว่าความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตรวจรักษาของหลินซิ่ว เพียงไม่นานนางก็โยนเรื่องไม่สำคัญเหล่านั้นทิ้ง แล้วหันมาเอ่ยกับหลินหร่วนว่า “ฮูหยินท่านนี้ ทำให้ท่านรอนานแล้ว”
หลินหร่วนยื่นมือออกไปอีกครา
หลินซิ่วตรวจชีพจรให้นางอย่างละเอียด จากนั้นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ครรภ์ของฮูหยินแข็งแรงดี สถานการณ์ของเด็กในครรภ์ก็ดี แม้ว่าจะเป็นท้องแฝด แต่ดูจากชีพจรแล้ว แข็งแรงไม่แพ้ท้องเดี่ยวเลย ทว่าท่านต้องควบคุมอาหารและเดินให้มาก ๆ หน่อย สิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีตอนคลอด”
หลินหร่วนดึงมือกลับ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ได้เลย ขอบคุณแม่นางหลินยิ่งนัก ข้าจะจดจำเรื่องนี้เอาไว้”
เมื่อหลินซิ่วได้ยินเสียง นางจึงรีบเงยหน้าขึ้นมองหลินหร่วนด้วยความตกตะลึง
หลินหร่วนสบตานางพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “แม่นางหลิน มีอันใดหรือเจ้าคะ ? ”
หลินซิ่วคว้ามือของนางไปจับอีกคราด้วยความตื่นเต้น “ทะ…ท่าน…”
นางตื่นเต้นจนลิ้นพันกันไปหมด
หลินหร่วนบีบมือของนางเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “แม่นางหลินทำงานต่อเถิด บ้านของข้าอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงหมอนี่เอง หากแม่นางหลินมีเวลาว่าง ก็สามารถไปเป็นแขกได้ทุกเมื่อ”
หลังจากเอ่ยจบ หลินหร่วนก็ปล่อยมือออกจากนาง แล้วลุกขึ้นยืนทันที
นางยังไม่คิดจะเปิดเผยฐานะของตนเอง เป็นธรรมดาที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักหลินซิ่ว ภายใต้สายตาผู้คนมากมายเหล่านี้
ในขณะที่หลินซิ่วมองแผ่นหลังของหลินหร่วนกับเซียวจิ่งเฉินที่กำลังเดินออกไป นางก็ตื่นเต้นจนอยากจะตะโกนเรียก
ท่านพี่กลับมาแล้ว !
ไป๋หยู่โหลวมองสองสามีภรรยาที่กำลังเดินออกไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางหันไปถามหลินซิ่วเบา ๆ ว่า “แม่นางหลิน เจ้าเป็นอันใดไปหรือ ? สองสามีภรรยาคู่นั้นมีปัญหาหรือ ? ”
หลินซิ่วดึงสติกลับมาอีกครา จากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีอันใดหรอก แม่นางไป๋ หลังจากข้าตรวจคนไข้เสร็จแล้ว ข้ายังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการ เกรงว่าวันนี้คงอยู่สนทนากับเจ้าไม่ได้แล้ว เลื่อนไปวันอื่นดีหรือไม่ ? ”
ไป๋หยู่โหลวทำหน้าผิดหวัง แต่ก็ยังฉีกยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ “ได้ หากเจ้ามีธุระ ก็รีบไปจัดการก่อนเถิด ข้าไม่ได้มีเรื่องสำคัญอันใด เพียงแค่อยากหาคนมาสนทนาด้วยก็เท่านั้น ถ้าเช่นนั้นข้ากลับก่อนนะ แม่นางหลินไม่ต้องส่ง”
แม้ว่านางจะเอ่ยเช่นนั้น แต่หลินซิ่วก็ยังเดินไปส่งนางที่หน้าประตู
ไป๋หยู่โหลวยกยิ้มเล็กน้อย “แม่นางหลินเกรงใจกันเกินไปแล้ว อย่าเสียเวลาตรวจคนไข้เพราะข้าคนเดียวเลย พวกนางรอเจ้านานแล้ว เจ้ารีบกลับไปตรวจคนไข้เถิด”
จากนั้นนางก็หันหน้าไปเอ่ยกับคนไข้เหล่านั้น “ทุกท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย แม่นางหลินมีวิชาแพทย์สูงส่ง นางจะต้องรักษาพวกท่านได้อย่างแน่นอน”
หลังจากเอ่ยจบ ไป๋หยู่โหลวก็พาสาวใช้ของตนเองออกไป
หลินหร่วนยืนอยู่อีกฟากของถนน นางได้ยินคำเอ่ยของไป๋หยู่โหลวชัดเจนเต็มสองรูหู ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “สตรีผู้นี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ วิ่งมาเรียกร้องความสนใจกับหลินซิ่วถึงโรงหมอ นางมีเป้าหมายอันใดกันแน่ ? ”
โรงหมอซือเอินเป็นถิ่นของหลินซิ่ว นางจะรักษาคนไข้หรือไม่ หรือจะรักษาเมื่อใด วันหนึ่งจะรับคนไข้กี่คน ล้วนขึ้นอยู่กับหลินซิ่วทั้งสิ้น ส่วนวิชาแพทย์ของหลินซิ่วเป็นอย่างไร เหล่าคนไข้ย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ จำเป็นต้องให้แม่นางบัวขาวผู้นี้มาช่วยชี้แนะด้วยหรือ ?
ไหนจะคำเอ่ยเหล่านั้นก่อนหน้านี้อีก ฟังแล้วรู้สึกไม่เข้าหู นางมักรู้สึกว่าแม่นางบัวขาวผู้นี้มีเจตนาร้าย ดูจากการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของหลินซิ่วแล้ว นางมั่นใจว่าหลินซิ่วก็ไม่ชอบแม่นางบัวขาวผู้นี้เช่นกัน กระทั่งไม่อยากเจอหน้านางเลยด้วยซ้ำ
ผู้ที่ทำให้หลินซิ่วไม่ชอบหน้าได้ ถือว่ามีน้อยมาก
เซียวจิ่งเฉินประคองหลินหร่วนเข้ามาในลานบ้าน “ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้ถึงสถานการณ์ รอได้พบหลินซิ่วเมื่อใด ค่อยถามความจริงจากนาง”
หลินหร่วนลูบท้องอันใหญ่โตของนาง “สตรีมักมีความรู้สึกที่แม่นยำ แม่นางบัวขาวผู้นั้นไม่ใช่คนดี เกรงว่าจะส่งผลเสียต่อหลินซิ่ว”
หลินซิ่วพยายามสะกดความตื่นเต้นในใจเอาไว้ นางตรวจคนไข้เร็วที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้ และนางก็ตระหนักได้ว่าวันนี้ตนเองใจร้อนจนเกินไป ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบต่อคนไข้ ดังนั้นเพื่อเป็นการขอโทษ นางเลยแจกส่วนลดค่ายาในวันนี้
หลังจากจัดการงานในโรงหมอจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินซิ่วรีบร้อนจนไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ด้วยซ้ำ นางรีบวิ่งไปที่บ้านของหลินหร่วนทันที
หลังจากยืนเคาะประตูหน้าบ้านชั่วครู่ หลินซิ่วก็ตะโกนเข้าไปข้างในว่า “ท่านพี่ รีบเปิดประตูเร็วเข้า ข้ามาหาแล้ว”
เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก จิ่นหลวนยืนกะพริบตาปริบ ๆ ให้นางอยู่ข้างใน “แม่นางหลินซิ่ว”
เดิมทีสาวใช้ในจวนองค์หญิงจะเรียกหลินซิ่วว่าคุณหนูรอง ทว่าตอนนี้หลินหร่วนตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินแล้ว หากยังคงเรียกนางว่าคุณหนูรองคงไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้จิ่นหลวนเลยเปลี่ยนคำเรียกเป็นแม่นางหลินซิ่วแทน
เมื่อเห็นจิ่นหลวน หลินซิ่วก็ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีก “พี่จิ่นหลวน ไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ”
จิ่นหลวนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ได้พบกันแค่ไม่กี่ปี แม่นางหลินซิ่วดูงดงามขึ้นไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ หลังจากองค์หญิงกลับมาจากโรงหมอ ก็เอาแต่เอ่ยชมท่าน”
หลินซิ่วหน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย “พี่จิ่นหลวน แล้วพี่สาวของข้าอยู่ที่ใดเจ้าคะ ? ”
“องค์หญิงรอท่านอยู่ข้างในเจ้าค่ะ เมื่อครู่ตอนได้ยินเสียงเคาะประตู องค์หญิงจะออกมาต้อนรับท่านด้วยตนเองแล้ว ทว่าถูกท่านอ๋องห้ามเอาไว้เสียก่อนเจ้าค่ะ”
เมื่อหลินซิ่วได้ยินดังนั้น นางจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบยกกระโปรงขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในเรือนทันใด
หลินหร่วนเห็นหลินซิ่ววิ่งเข้ามาหาตนเองเหมือนตอนยังเยาว์ ดังนั้นนางจึงซาบซึ้งใจและดีใจไปพร้อม ๆ กัน “ช้าหน่อย เจ้าโตถึงเพียงนี้แล้ว ยังไม่รู้จักสำรวมอีก หากคนไข้ของเจ้ามาเห็น พวกเขาจะวางใจให้เจ้าตรวจอยู่อีกหรือ”