หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1185 ได้พบหลิวหยาอีกครา
ตอนที่ 1185 ได้พบหลิวหยาอีกครา
หลินหานกับหลิวหยามาถึงเมืองชิงโจวในยามเว่ยของวันนั้น
สองสามีภรรยาตรงไปยังบ้านของหลินจงในเมืองชิงโจว หรือก็คือบ้านที่หลินหร่วนซื้อเมื่อปีนั้น
หลินซิ่วรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
เมื่อหลินหานเห็นหลินซิ่ว เขาก็รีบตรงเข้าไปสำรวจร่างกายของนางทันที พอเห็นว่านางไม่ได้เป็นอันใด เพียงแค่ตาบวมเล็กน้อย เขาจึงเอ่ยออกมาว่า “เจ้าอย่าได้เศร้าใจไปเลย ข้าไม่ปล่อยตระกูลซูไปเป็นแน่ ! ”
หลินซิ่วขบเม้มริมฝีปาก แล้วเอ่ยออกมาว่า “ท่านพี่ เรื่องนี้พอแค่นี้เถิดเจ้าค่ะ ข้ากับตระกูลซูไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกันแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ในตระกูลซูก็ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ข้าไม่อยากเอาความอันใดอีกเจ้าค่ะ”
หลินหานเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “เหตุใดต้องพอด้วย ! ตระกูลซูกล้าทำกับเจ้าถึงเพียงนี้ พวกเขาคงคิดว่าตระกูลหลินไม่มีอำนาจอันใด ถึงได้กล้าดูถูกเจ้าแบบนั้น หลินซิ่ว พี่ไม่มีปัญญาทำเรื่องอื่น แต่พี่ไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นทำร้ายเจ้าแบบนี้อย่างแน่นอน ! ”
หลินจงเอ่ยเสริมว่า “อาหานเอ่ยได้ถูกต้อง เรื่องนี้จะปล่อยไปง่าย ๆ ไม่ได้ ถึงจะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกันแล้ว แต่ตระกูลซูยังไม่ได้ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ ดังนั้นพวกเราต้องเอาความให้ถึงที่สุด ! ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินหานจึงเอ่ยออกมาว่า “ประเดี๋ยวข้าจะออกไปข้างนอกสักหน่อย หลินซิ่ว เจ้ารอให้ตระกูลซูมาขอโทษถึงบ้านได้เลย”
หลินซิ่วรีบเอ่ยห้ามทันใด “ท่านพี่ ท่านพี่ อย่าทำแบบนี้…”
หลินหานไม่หันมามองเลยสักนิด
หลิวหยาที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มาโดยตลอด เดินเข้ามาจับมือหลินซิ่ว แล้วเอ่ยออกมาว่า “พี่ชายของเจ้าบอกให้รอ เจ้าก็รออยู่บ้านนี่แหละ หลังจากเขาทราบเรื่องนี้ เขาก็โมโหจนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน วันนี้ฟ้ายังไม่สางก็รีบขับรถม้าออกมาแล้ว พี่ชายของเจ้าพอมีสหายอยู่ในเมืองชิงโจวบ้าง เขาจะต้องคิดหาวิธีบีบบังคับให้ตระกูลซูออกมาก้มหัวขอโทษได้อย่างแน่นอน เรื่องนี้ตระกูลซูโหดเหี้ยมจนเกินไป หากไม่ให้พวกเขามาขอโทษเจ้า มันจะส่งผลต่อเจ้าไปตลอดชีวิต”
หลินซิ่วไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้ “พี่สะใภ้ ท่านไปโน้มน้าวพี่ชายหน่อยได้หรือไม่ บอกเขาว่าข้าไม่อยากเอาความ”
หลิวหยาส่ายหน้า “เจ้าไม่รู้จักนิสัยพี่ชายของเจ้าหรือ ? ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ฟังคำเอ่ยของข้า เจ้าให้เขาไปเถิด หากจบเรื่องนี้ไม่ได้ เขาคงคาใจไปทั้งชีวิต”
หลินจงเอ่ยเสริมว่า “หลินซิ่ว เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าเพียงแค่คนเดียว เจ้าอย่าลืมล่ะ พี่ชายกับพี่สะใภ้ของเจ้าก็มีบุตรสาวเช่นกัน ไม่แน่ว่าวันข้างหน้านางอาจจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ดังนั้นจำต้องจัดการให้ดี”
เมื่อหลินซิ่วได้ยินดังนั้น นางจึงไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก
นางไม่ใส่ใจชื่อเสียงของตนเอง แต่หลานสาวเล่าจะทำอย่างไร ?
หลิวหยารู้ว่านางกำลังรู้สึกแย่ ดังนั้นจึงดึงนางไปปลอบชั่วครู่
หลินซิ่วกลับไม่อยากฟังเรื่องเหล่านี้ นางเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง ในด้านความรู้สึกช่างตัดได้ยากยิ่งนัก
เพราะไม่อยากให้หลิวหยาเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก ด้วยเหตุนี้นางจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ “หลิวหยา เจ้าอยากเจอท่านพี่หรือไม่ ? ”
หลิวหยาชะงักงันไปชั่วครู่ “เจ้าเอ่ยถึงองค์หญิงหรือ ? ”
หลินซิ่วพยักหน้ารับ “ใช่ ท่านพี่กลับมาแล้ว เจ้าอยากเจอนางหรือไม่ ? ”
หลิวหยาค่อนข้างสับสน ตามหลักแล้วนางควรจะดีใจที่ได้พบองค์หญิง เพราะองค์หญิงเป็นผู้มีพระคุณของนาง ปีนั้นหากไม่ได้เป็นเพราะองค์หญิง ครอบครัวของนางคงไม่รู้เร่ร่อนไปอยู่ที่ใดแล้ว และตัวนางก็ไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับเรื่องอันใดบ้าง
แต่ในด้านความรู้สึก นางกลัวที่จะพบองค์หญิงด้วยเช่นกัน
เพราะนางทราบถึงความคิดเหล่านั้นของหลินหาน แม้นางจะไม่รู้ว่าเหตุใดหลินหานถึงลืมเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับองค์หญิง แต่นางก็ยังรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย แม้ว่านางจะไม่มีสิทธิ์และไม่ควรมีความคิดแบบนั้น ทว่าตลอดหลายปีมานี้ หลินหานไม่แยแสนางเลยสักนิด สิ่งนี้ทำให้นางเสียใจไม่น้อย
หลินหานลืมองค์หญิงแล้วก็จริง แต่เขาไม่ได้รักนาง เรื่องนี้ทำให้นางอับอายไม่กล้าพบหน้าองค์หญิงยิ่งกว่าเดิม
หลินซิ่วตบหลังมือของนางเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “พี่สะใภ้ ท่านพี่คิดถึงท่านมากนะเจ้าคะ ท่าน…ช่างเถิด ถ้าหากท่านไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไปเจ้าค่ะ ท่านพี่ย่อมเข้าใจอยู่แล้ว”
หลิวหยารีบเงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า “ข้าจะไปพบองค์หญิง”
เมื่อทั้งสองมาถึงบ้านพักของหลินหร่วน หลินหร่วนกำลังนั่งกินองุ่นอยู่
ตลอดหลายวันมานี้นางกินองุ่นเข้าไปไม่น้อย ไม่รู้ว่านางไปได้ยินมาจากที่ใดว่าการกินองุ่นจะทำให้เด็กในครรภ์ตาสวย ดังนั้นเวลาว่าง นางจึงชอบมานั่งกินองุ่น
นางรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น ลูกจะตาโตหรือไม่โต ก็ต้องดูพื้นฐานของพ่อแม่ด้วย ลูกทั้งสองคนของนาง พวกเขาต่างก็มีดวงตางดงามกันทั้งนั้น
เมื่อหลิวหยาเห็นหลินหร่วน ดวงตาของนางจึงแดงก่ำขึ้นมาทันใด “บ่าวคารวะองค์หญิงเพคะ”
หลินหร่วนให้หลินซิ่วประคองนางลุกขึ้น “เจ้าทำอันใดของเจ้า ? เจ้าไม่ใช่สาวใช้นานแล้ว เหตุใดถึงยังเรียกตนเองแบบนั้นอยู่อีกกัน ? ”
หลินหร่วนให้คนยกเก้าอี้เข้ามา จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้หลิวหยานั่งลงข้าง ๆ ตนเอง หลินหร่วนเอื้อมมือไปจับมือของหลิวหยา แล้วจ้องมองนางด้วยรอยยิ้ม
หลิวหยาขี้อายมาตั้งแต่ยังเยาว์ เมื่อถูกหลินหร่วนจ้องแบบนั้น นางจึงทำตัวไม่ถูกทันใด ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
“สวรรค์ หลิวหยา เจ้าคือนางฟ้าลงมาจุติชัด ๆ ! ข้าเอ่ยจริง ๆ นะ เจ้าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดที่ข้าเคยพบเจอมาเลย ! เจ้างดงามกว่าที่ข้าคิดหลายเท่าตัว ! ”
หลิวหยาหน้าแดงโดยสมบูรณ์ “องค์หญิง บ่าวไม่ได้งดงามถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ องค์หญิงต่างหากถึงจะเป็นคนที่งดงามที่สุดในใต้หล้า”
หลินหร่วนส่ายหน้า “เทียบกับดอกโบตั๋นอย่างเจ้าแล้ว ข้าก็เป็นได้แค่ใบไม้เท่านั้นแหละ”
นางไม่ได้เอ่ยเกินจริงแต่อย่างใด เพราะความงดงามของหลิวหยาทำให้ผู้คนละสายตาไม่ได้จริง ๆ ตอนนี้นางอายุ 20 ต้น ๆ เป็นช่วงวัยที่มีเสน่ห์มากยิ่งนัก โครงหน้างดงามกับหุ่นเพรียวลมของนาง ทำให้ผู้อื่นมองตาค้างเลยล่ะ
หลินหร่วนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หลิวหยา หากข้าเป็นบุรุษ ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อแต่งเจ้าเข้าบ้านให้ได้ ! จากนั้นก็ซ่อนเอาไว้ในกรงทอง ไม่ให้ผู้อื่นเห็นความงามของเจ้า ! ”
หลิวหยาหน้าแดงจร้อนฉ่า “อะ…องค์หญิง ท่านเลิกหยอกล้อบ่าวได้แล้วเพคะ”
เมื่อถูกหยอกล้อเช่นนั้น หลิวหยาก็รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายปีก่อนอีกครา
องค์หญิงในตอนนั้นมักชมว่านางงดงามอยู่บ่อย ๆ กล่าวว่าหากนางเติบใหญ่ขึ้นมา นางจะต้องงดงามจนเป็นที่เลื่องลืออย่างแน่นอน
หลิวหยาทั้งซาบซึ้งและรู้สึกผิด
องค์หญิงยังเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด
ระหว่างทาง ความรู้สึกของนางค่อนข้างซับซ้อน แต่หลังจากได้พบกับหลินหร่วน ความกังวลในใจก็จางหายไปทันที
องค์หญิงไม่ได้เก็บเรื่องราวในอดีตมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
หลินหร่วนตบหลังมือนางเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ข้าบอกเจ้าแล้ว ห้ามเรียกตนเองว่าบ่าวอีก ! เจ้าอย่ายึดติด แม้ว่าแต่ก่อนพวกเราจะเป็นนายบ่าวกัน แต่ข้าไม่เคยเห็นพวกเจ้าเป็นบ่าวรับใช้มาก่อน ตอนนี้เจ้าเป็นถึงภรรยาของหลินหาน ดังนั้นห้ามดูถูกตนเองเด็ดขาด จำต้องมั่นใจสักหน่อย หากวันข้างหน้าหลินหานได้เป็นขุนนาง เจ้าจะได้เป็นถึงฮูหยินตราตั้งเลยเชียว”
หลินหร่วนเอ่ยถึงชื่อของหลินหาน ด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่มีอารมณ์เข้ามาข้องเกี่ยวแม้แต่น้อย
หลิวหยาจับมือหลินหร่วนกลับอย่างใจกล้า “องค์หญิง หละ…หลิวหยาขอบคุณองค์หญิงสำหรับความเมตตา”
หลินหร่วนเอ่ยพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณอันใดกันเล่า ตอนนั้นข้าเคยสัญญากับพวกเจ้าไว้ว่าจะให้สิทธิ์พวกเจ้าเลือกคู่ครองด้วยตนเอง เจ้าเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง ข้าก็แค่ทำตามสัญญาเท่านั้น ขอแค่ตัวเจ้าไม่รู้สึกผิดภายหลังก็ดีแล้ว”