หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1184 กลุ่มคนโรคจิต
ตอนที่ 1184 กลุ่มคนโรคจิต
ไป๋หยู่โหลวอยากจะดึงผ้าในปากออก ทว่าตอนนี้นางบาดเจ็บ ไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของหลิงหลง
จากนั้นหลิงหลงก็ฉีกเสื้อของตนเอง แล้วนำผ้ามามัดมือของนางไพล่หลัง ก่อนจะมองใบหน้าอันซีดเซียวของไป๋หยู่โหลวด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“คุณหนู คุณหนูคนดีของข้า ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงทำกับท่านแบบนี้ ? ”
ไป๋หยู่โหลวคิดไม่ตกจริง ๆ นางเข้าใจว่าตนเองปฏิบัติต่อหลิงหลงอย่างดีมาโดยตลอด สองนายบ่าวติดตามกันมาเกือบสิบปี นางไม่รู้ว่าตนเองทำเรื่องที่ผิดต่อหลิงหลงตรงที่ใดกัน
หลิงหลงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็ออกแรงบีบคางนางเบา ๆ “เจ้ารู้หรือไม่ ข้ารังเกียจท่าทางไร้พิษสงของเจ้าอย่างถึงที่สุด ทว่าแท้จริงแล้วในสมองของเจ้ากลับมีแต่ความคิดสกปรก ข้าติดตามเจ้ามานานถึงขนาดนี้ พยายามรับใช้เจ้าสุดชีวิต เจ้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร ? เดิมทีข้าหวังให้เจ้าแต่งงานกับคุณชาย เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอนุของคุณชาย แล้วผลลัพธ์เล่า ? เจ้ากลับทำให้คุณชายต้องตกอยู่ในสภาพนั้น ทำให้ข้าต้องมาติดคุกกับเจ้า เจ้าคือปีศาจร้าย ! ชีวิตของคุณชายถูกเจ้าทำลายจนป่นปี้แล้ว ! ”
ไป๋หยู่โหลวเบิกตากว้าง นางไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนว่าสาวใช้ของตนเองจะมีความคิดเช่นนี้ ! ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ความคิดที่นางมีต่อซูเฉิงซีคงไม่น้อยไปกว่านาง เผลอ ๆ อาจจะมากกว่านางด้วยซ้ำ
แต่นางกลับไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
หลิงหลงมีความคิดลึกซึ้งกับซูเฉิงซีจริง ๆ นั่นแหละ นางเริ่มหลงรักซูเฉิงซีผู้หล่อเหลาและอ่อนโยนอย่างช้า ๆ แต่หลังจากได้รู้ความคิดของไป๋หยู่โหลวแล้ว นางจึงตั้งใจที่จะเป็นอนุภรรยาของซูเฉิงซีให้ได้ มโนว่าตนเองคือสะใภ้เล็กของตระกูลซู
ทว่าทุกอย่างกลับถูกไป๋หยู่โหลวทำลายหมดแล้ว นอกจากซูเฉิงซีจะถูกไป๋หยู่โหลวทำร้ายจนตกอยู่ในสภาพนั้นแล้ว แม้แต่ชีวิตน้อย ๆ ของตนเองก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้ ความแค้นของนางมาถึงจุดสูงสุดในตอนที่ไป๋หยู่โหลวตบหน้านาง
ตอนนี้หลิงหลงมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือแก้แค้นไป๋หยู่โหลว !
เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ !
ไป๋หยู่โหลวมองนางด้วยดวงตาแดงก่ำ ท่าทางของหลิงหลงน่าสยดสยอง ภายในคุกเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ นางอยากจะหลบ ทว่าขาทั้งสองข้ากลับไม่ฟังคำสั่ง อยากจะร้องขอความช่วยเหลือ ปากก็ถูกอุดเอาไว้
ทันใดนั้นหลิงหลงก็เริ่มเหยียดมือออก แล้วกดขาของไป๋หยู่โหลวอีกครา
ไป๋หยู่โหลวกรีดร้องอย่างหยาบโลน นางกัดเศษผ้าในปากแน่น เส้นเลือดที่หน้าผากของนางปูดโปน เหงื่อเม็ดโตผุดออกมาไม่ขาดสาย เห็นได้ชัดว่าตอนนี้นางกำลังเจ็บปวดทรมานอย่างถึงที่สุด
หลินหร่วนดึงพลังวิเศษกลับมา นางอดไม่ได้ที่จะลูบแขนของตนเอง
กลุ่มคนโรคจิต !
ฮูหยินซูเป็นบ้า หลิงหลงก็คงไม่ต่างกัน
โชคดีที่ตระกูลซูเผยธาตุแท้ออกมาก่อน ไม่เช่นนั้นหากหลินซิ่วแต่งเข้าไปแล้ว นางคงจะรู้สึกเหมือนกำลังตกนรกทั้งเป็น
อย่าว่าแต่หลินซิ่วรับมือไม่ไหวเลย แม้แต่ซูเฉิงซีก็คงถูกคนเหล่านั้นปั่นหัว
เมื่อเห็นจวนจือโจวเละเทะเป็นโจ๊ก หลินหร่วนจึงตัดสินใจแจ้งข่าวให้ซูจือโจวรีบกลับมาจัดการความยุ่งเหยิงนี่
หากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฮูหยินซูผู้นั้นจะก่อเรื่องอันใดขึ้นมาอีกก็ไม่อาจทราบได้
การส่งข่าวให้ซูจือโจว เป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วย
ด้วยเหตุนี้ในเช้าวันรุ่งขึ้น ซูจือโจวที่ไปว่าราชการต่างเมือง ก็ได้รับข่าวจากเมืองชิงโจว เขากระวนกระวายจนแทบจะหยุดหายใจ
บุตรชายของเขา ! ตราประทับของเขา !
สองเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็คร่าชีวิตเขาได้ทั้งนั้น !
ด้วยเหตุนี้ซูจือโจวจึงเร่งรีบเดินทางกลับเมืองชิงโจวด้วยความเร็วสูงสุด
แต่ไม่ว่าจะรีบเดินทางอย่างไร ระยะทางก็ยังเท่าเดิม แม้ว่าซูจือโจวจะเดินทางข้ามวันข้ามคืน ก็ต้องใช้เวลาเกือบสามวันกว่าจะกลับมาถึง
หลินซิ่วอยู่ในบ้านพักของหลินหร่วน จิตใจของนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาโดยตลอด
หลินหร่วนลากนางมาทำงานเย็บปัก ในขณะนั้นก็ชวนนางสนทนาไปด้วย
ตลอดหลายปีมานี้ ฝีมือเย็บปักของหลินหร่วนพัฒนาไปไม่น้อย แต่ก็ทำได้แค่งานเย็บปักทั่วไป เรื่องตัดเย็บเสื้อผ้า นางทำไม่ไหว
หลินซิ่วพอทำได้บ้าง แม้ว่าไม่ได้ชำนาญเป็นพิเศษ แต่ก็ดีกว่าหลินหร่วนหลายเท่า
ตอนนี้พวกนางกำลังทำชุดให้เด็กในท้องของหลินหร่วน หลินซิ่วใจลอยไปไกล พอไม่ทันระวัง เข็มจึงทิ่มนิ้วของนาง
ทว่านางทำราวกับไม่รู้สึกเจ็บ เอาแต่นั่งมองนิ้วของตนเองปล่อยให้เลือดไหลอยู่อย่างนั้น
หลินหร่วนรีบให้คนนำเอาผ้าสะอาดและสุราบริสุทธิ์มาทำความสะอาดแผลบนนิ้วของนาง
ทันใดนั้นหลินซิ่วก็โพล่งถามออกมาว่า “ท่านพี่ กระดูกสันหลังส่วนเอวหัก เจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ ? ”
หลินหร่วนชะงักไปชั่วครู่
“เขาเป็นคนดี ไม่น่ามีจุดจบเช่นนี้”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมา
นางโทษตนเองอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าทุกคนจะบอกว่าการที่ซูเฉิงซีตกอยู่ในสภาพนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับนาง แต่นางไม่อาจโกหกตนเองได้ ถ้าหากซูเฉิงซีไม่มีสัญญาหมั้นหมายกับนาง เขาจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร ?
ถ้าหากนางยกเลิกงานแต่งไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ขอเวลาอีกสองวัน ซูเฉิงซีก็คงไม่เป็นเช่นนี้
เป็นนางที่ทำร้ายเขา
คนดี ๆ เช่นนั้นกลับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะนาง แล้วชาตินี้นางจะสบายใจได้อย่างไร
เมื่อหลินหร่วนเห็นนางเสียใจจนเป็นแบบนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะปลอบนาง “เลิกร้องไห้ได้แล้ว ซูเฉิงซีเป็นคนดีจริง ๆ นั่นแหละ ข้าจะคิดหาวิธีรักษาเขาเอง”
ถึงจะทำเพื่อปลอบใจหลินซิ่ว แต่นางสามารถทำให้ซูเฉิงซีฟื้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริง ๆ
หลินซิ่วเงยหน้ามองพี่สาว นางเข้าใจความหมายของหลินหร่วน แต่กลับค่อนข้างลังเล “ท่านพี่ ข้า…”
แบบนี้จะสร้างปัญหาให้กับท่านพี่หรือไม่ ?
หลินหร่วนเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม “อย่าคิดมาก ข้ามีวิธี”
หลินซิ่วยื่นมือไปจับแขนพลางซบหน้าแนบไหล่หลินหร่วน “ท่านพี่ หากไม่มีท่าน ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
หลินหร่วนตบหน้านางเบา ๆ พร้อมด้วยรอยยิ้ม “เด็กโง่ เลิกกดดันตนเองได้แล้ว นึกถึงเรื่องดี ๆ เข้าไว้ จริงสิ ข้าได้ยินลุงหลินบอกว่า…พี่ชายกับพี่สะใภ้รู้เรื่องของเจ้าแล้ว พวกเขาจะมาหาเจ้าที่เมืองชิงโจวในอีกสองวันนี้”
หลินซิ่วตะลึงงัน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองนางทันที “เหตุใดท่านพ่อถึงให้พวกเขามาเล่า ? ”
พี่สาวไม่ชอบพี่ชาย ท่านพ่อช่างเหลวไหลจริง ๆ หากให้พี่ชายมา จะไม่เท่ากับทำให้พี่สาวลำบากใจหรือ ?
หลินหร่วนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไรหรอก เขาจำข้าไม่ได้แล้ว และข้าก็ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้นแล้ว แท้ที่จริงข้าคิดถึงหลิวหยามาก ๆ เลยล่ะ ข้าไม่ได้พบนางมาหลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้นางจะงดงามมากเพียงใด”
หลินซิ่วเม้มริมฝีปาก แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “แท้ที่จริงหลิวหยาไม่ได้มีความสุขสักเท่าใดนัก พี่ชาย…”
หลินหร่วนส่ายหน้า แล้วเอ่ยออกมาว่า “ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลิวหยาตัดสินใจด้วยตนเอง และตอนนี้นางก็สมปรารถนาแล้ว ถึงคนนอกจะมองว่านางใช้ชีวิตถู ๆ ไถ ๆ แต่นางกลับไม่ได้รู้สึกลำบากอันใด แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ”
หลินซิ่วรู้สึกว่า…ความสุขที่แท้จริงคือสามีภรรยาต้องรักใคร่กลมเกลียวกัน ให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน ส่วนความรักแบบหลิวหยา นางไม่เข้าใจเลยสักนิด
แม้ว่าหลินหานจะจดจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ แต่เขากลับไม่แยแสหลิวหยามาโดยตลอด ในเวลาปกตินางรู้สึกได้รับความไม่ยุติธรรมแทนหลิวหยาด้วยซ้ำ หลิวหยางดงามถึงเพียงนั้น ถ้าหากนางเชื่อฟังท่านพี่ แล้วแต่งงานกับชายหนุ่มคนอื่น ชีวิตของนางไม่มีทางเลวร้ายเช่นนี้แน่นอน
ทว่า…
เฮ้อ…นี่เป็นเรื่องของความรู้สึก ผู้ใดจะสามารถห้ามความรู้สึกกันได้บ้าง ?