หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1183 จุดจบของไป๋หยู่โหลว
ตอนที่ 1183 จุดจบของไป๋หยู่โหลว
บรรดาเจ้าหน้าที่ถลึงตามองฮูหยินซู
นางบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? !
นี่มันตราประทับขุนนางเชียวนะ ! หากขุนนางผู้เป็นเจ้าของไม่อนุญาต การนำตราประทับไปใช้เป็นการส่วนตัว ถือว่ามีโทษประหารชีวิต !
ทว่าฮูหยินซูกลับไม่สนใจเรื่องเหล่านี้แต่อย่างใด เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมทำตาม นางจึงเอ่ยออกมาด้วยความโมโหว่า “อันใดกัน ? แม้แต่จือโจวก็สั่งพวกเจ้าไม่ได้หรือ ? พวกเจ้าไม่เห็นราชสำนักอยู่ในสายตาหรืออย่างไร ? ”
เหล่าเจ้าหน้าที่รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากพวกเขาไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป และฮูหยินซูรีบนำตราประทับไปเก็บ ก็คงไม่มีปัญหาอันใด
แต่เห็นได้ชัดว่าฮูหยินซูไม่เต็มใจทำเช่นนั้น แล้วพวกเขาจะทำอันใดได้ ? หากไม่ทำตาม เมื่อซูจือโจวกลับมา เขาอาจจะบ้าตามฮูหยินซู แล้วลงโทษพวกเขาจริง ๆ ก็เป็นได้
เนื่องจากพวกเขาเป็นสามีภรรยากัน หากซูจือโจวเป็นคนมอบตราประทับให้ฮูหยินซูด้วยตนเองเล่า ?
อยู่ ๆ ทุกคนก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมา
หัวหน้าสายตรวจครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไป แล้วเอ่ยว่า “ฮูหยินโปรดอภัยให้กันด้วย ข้าน้อยจะนำตัวนักโทษออกมาประเดี๋ยวนี้ขอรับ”
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ พากันหันหน้าไปมองเขาด้วยความลังเล
หัวหน้าสายตรวจส่งสายตาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสงบลงก่อน สตรีผู้นี้บ้าไปแล้ว หากทุกคนไม่ยอมเชื่อฟังนาง ผู้ใดจะทราบว่านางจะอาละวาดอันใดอีก
ในเมื่อนางกล้านำเอาตราประทับออกมา เช่นนั้นก็ต้องมีปัญญารับผิดชอบ หากพวกเขาหัวรั้นต่อไปก็คงไม่มีอันใดดีขึ้นมา เช่นนั้นก็ปกป้องตนเองก่อนก็แล้วกัน
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เข้าใจความหมายของเขาทันใด ดังนั้นจึงเข้าไปช่วยเขาจับไป๋หยู่โหลว
ไป๋หยู่โหลวก็ไม่ได้ดิ้นรนแต่อย่างใด นางยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวออกมาอย่างว่าง่าย
ดิ้นรนไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำให้ตนเองเจ็บตัวเสียเปล่า ๆ
หลังจากถูกนำตัวออกมาจากห้องขัง ไป๋หยู่โหลวก็ถูกกดให้คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮูหยินซู
ฮูหยินซูไม่คิดจะเอ่ยถาม นางตบไปที่บ้องหูของไป๋หยู่โหลวอย่างแรง “นางสารเลว ! ทำร้ายบุตรชายของข้า แล้วยังคิดจะหนีอีก ! ”
มือของนางค่อนข้างหนัก ไป๋หยู่โหลวได้ยินเพียงเสียงหึ่ง ๆ ในหู และรู้สึกชาไปครึ่งหน้า
ทว่านางไม่สนใจความเจ็บปวดบนใบหน้าของตนเอง นางรีบเข้าไปคว้าชายผ้าของฮูหยินซู แล้วอธิบายให้นางฟัง
“ท่านป้า เรื่องอาการบาดเจ็บของท่านพี่ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าหากทำแบบนั้น แล้วจะทำให้ท่านพี่จะบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นอาการบาดเจ็บของท่านพี่ อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่ข้าให้คนยกตัวเขาขึ้นมาก็ได้นะเจ้าคะ เขาตกลงมาจากที่สูง หลังของเขาอาจจะหักตั้งแต่ตอนนั้น ท่านป้าถึงข้าจะมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย แต่ตัวการคือหลินซิ่วนะเจ้าคะ ! ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะนาง ท่านพี่จะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร”
ฮูหยินซูเห็นไป๋หยู่โหลวเล่นลิ้น นางจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นางสารเลวหลินซิ่วนั่น ข้าจะคิดบัญชีกับนางเป็นแน่ เจ้าไม่ต้องรีบยุยงข้าหรอก ทว่าวันนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้าก่อน ! ”
“ทหาร หักขานางสารเลวนี่ให้ข้าเสีย ! ”
ไป๋หยู่โหลวตื่นตกใจจนหน้าซีดเผือด นางรีบเข้าไปกอดขาฮูหยินซูเอาไว้ไม่ยอมปล่อย “ท่านป้าไม่เอาเจ้าค่ะ ท่านป้าไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าสำนึกผิดแล้ว ข้ายินดีเป็นทาสดูแลท่านพี่ไปชั่วชีวิต ท่านป้าได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตหลานด้วยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินซูสะบัดนางออก แล้วเอ่ยว่า “ไว้ชีวิตเจ้าหรือ ? ข้าอยากจะสับเจ้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้นด้วยมือของตนเองด้วยซ้ำ ! ลากตัวออกไปลงโทษเสีย ! ”
เจ้าหน้าที่มองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็ตัดสินใจลากตัวไป๋หยู่โหลวไปยังเก้าอี้ลงทัณฑ์
ลงโทษหักขาไม่ได้มีอันใดมากมาย เพียงแค่ต้องจับคนเอาไว้ให้ดี จากนั้นก็ตีด้วยไม้ลงทัณฑ์
ไป๋หยู่โหลวกรีดร้องด้วยความตื่นตกใจ “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที”
ทว่าในคุกแห่งนี้ จะมีผู้ใดช่วยนางได้อีกเล่า ?
เจ้าหน้าที่สองคนช่วยกันจับนางเอาไว้ ส่วนอีกคนยกไม้ลงทัณฑ์ขึ้นแล้วฟาดลงมาอย่างแรง
“โอ๊ย…”
ไป๋หยู่โหลวส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทงหัวใจ พร้อมกันนั้นนางเจ็บจนสลบไป
ฮูหยินซูยังไม่หายแค้น นางให้คนเอาน้ำมาสาดจนนางฟื้นขึ้นมา
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้ไป๋หยู่โหลวกรีดร้องอีกครั้ง “ขาของข้า ขาของข้า…”
ฮูหยินซูเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าไป๋หยู่โหลว ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นางยื่นเท้าเตะไปที่ใบหน้าของไป๋หยู่โหลวอย่างแรง
“โอ๊ย…”
“เจ้าฆ่าข้าเถิด ฆ่าข้าเลยเถิด…โอ๊ย…”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของไป๋หยู่โหลวทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่อดไม่ได้ที่จะเบี่ยงหน้าหนี
ฮูหยินซูบ้าไปแล้วจริง ๆ สินะ !
“ไป๋หยู่โหลว เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก เจ้าทำให้บุตรชายของข้าตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แล้วข้าจะยอมให้เจ้าตายแบบสบาย ๆ ได้อย่างไร ? รออีกสองวันข้าจะนำตัวนางสารเลวหลินซิ่วมาที่นี่ด้วย ข้าจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองคนได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมาน ! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะระบายความแค้นในใจของข้าได้ ! ”
หลังจากฮูหยินซูทรมานไป๋หยู่โหลวต่อชั่วครู่ นางก็กลับไปยังเรือนหลัง
ส่วนไป๋หยู่โหลวถูกเจ้าหน้าที่หามกลับเข้าไปในห้องขัง
นางถูกทรมานอย่างหนัก หนักเสียจนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่กล้าโยนนางทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า พวกเขาวางนางลงบนพื้นด้วยความระมัดระวัง จากนั้นก็หันไปเอ่ยกับหลิงหลงที่ซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของห้องขังมาโดยตลอดว่า “ดูแลเจ้านายของเจ้าให้ดี เฮ้อ…ช่างน่าสงสารจริง ๆ ”
หลิงหลงตกใจกลัวจนตัวสั่น นางไม่กล้าปริปากเอ่ยอันใดออกมาแม้แต่คำเดียว
เจ้าหน้าที่รู้ว่านางกำลังขวัญเสีย ดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอีก เพียงถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ จากนั้นก็เดินออกไป
หลังจากเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการเดินออกไปแล้ว หลิงหลงถึงได้เงยหน้าขึ้น แล้วค่อย ๆ เดินไปยังเบื้องหน้าของไป๋หยู่โหลว
“คุณหนู คุณหนู ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวเจ็บจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อได้ยินหลิงหลงเอ่ยถาม นางจึงตะโกนออกมาว่า “หลิงหลง เจ้ารีบคิดหาวิธีช่วยข้าเร็วเข้า ข้าเจ็บยิ่งนัก เจ็บเหลือเกิน…”
ทว่าหลิงหลงกลับเงยหน้าขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูผิดแปลก “คุณหนู ท่านเจ็บขามากใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ถ้าเช่นนั้นให้ข้าช่วยดูแผลให้ดีหรือไม่เจ้าคะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวผงะตกใจกับรอยยิ้มประหลาดของนาง “เจ้าคิดจะทำอันใด โอ๊ย…”
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วห้องขัง
หลิงหลงใช้มือกดขาบริเวณที่กระดูกหักของไป๋หยู่โหลว นางออกแรงอย่างต่อเนื่อง ทว่าใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านเจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ ? ข้ายังไม่ได้ออกแรงเลยนะเจ้าคะ”
เสียงกรีดร้องของไป๋หยู่โหลวน่าสังเวชจนเกินไป ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการเดินเข้ามาดู
“มีอันใด ? เกิดอันใดขึ้น ? ”
เมื่อไป๋หยู่โหลวเห็นเจ้าหน้าที่เดินเข้ามา นางจึงรีบอ้อนวอนเขาว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยข้า…”
นางเจ็บมากจริง ๆ เจ็บจนเอ่ยอันใดไม่ออก
หลิงหลงวิ่งเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ด้วยใบหน้าอาบน้ำตา พร้อมกันนั้นยังคุกเข่าคำนับอีกด้วย “นายท่าน ขอร้องท่านล่ะ ได้โปรดเชิญหมอมารักษาแผลให้คุณหนูของข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ นางเจ็บอย่างมาก ขอร้องท่านล่ะเจ้าค่ะ”
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเค้นเสียงดัง ‘ฮึ’ แล้วเอ่ยออกมาว่า “ขอร้องไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดหรอก ถ้าหากฮูหยินไม่อนุญาต ผู้ใดก็ไม่กล้าไปเชิญหมอมาทั้งนั้น เจ้าไปเกลี้ยกล่อมคุณหนูของเจ้าเถิด บอกให้นางเลิกโวยวายได้แล้ว ในเมื่อเข้ามาในสถานที่แบบนี้ ก็ต้องถูกทรมานเป็นธรรมดา หากนางเจ็บมากจริง ๆ ก็หาผ้ามาอุดปากนางเอาไว้ แบบนี้อาจจะพอช่วยได้บ้าง”
หลังจากเอ่ยจบ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็เดินออกไป
“คุณหนู ท่านได้ยินที่เจ้าหน้าที่เอ่ยหรือไม่เจ้าคะ ? ให้นำผ้าอุดปากท่านไว้ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยยัดให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
ไป๋หยู่โหลวมองใบหน้าเย็นชาของหลิงหลง ก่อนจะส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต “ไม่เอา…”
หลิงหลงเค้นเสียงหัวเราะเย็นชา นางคว้าเสื้อชั้นนอกของไป๋หยู่โหลว จากนั้นก็ออกแรงดึง ก่อนจะยื่นมือไปบีบคางของนาง แล้วใช้มืออีกข้างยัดเศษผ้าเข้าไปในปากของไป๋หยู่โหลว