หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1182 ความบ้าคลั่งของฮูหยินซู
ตอนที่ 1182 ความบ้าคลั่งของฮูหยินซู
หลินซิ่วทราบข่าวว่าซูเฉิงซีได้รับบาดเจ็บสาหัสในคืนนั้น
“ท่านพี่ ข้าอยากไปหาเขาเจ้าค่ะ”
หลินซิ่วพยายามขอร้องอ้อนวอนหลินหร่วนด้วยดวงตาแดงก่ำ
หลินหร่วนส่ายหน้า “ข้าคิดว่าไม่เหมาะสม ลุงหลินกับน้าจิ่งก็ไม่มีทางเห็นด้วย หลินซิ่ว หากเจ้าไปยังจวนตระกูลซูในเวลานี้ มันไม่เพียงไม่มีประโยชน์เท่านั้น ทว่ายังจะทำให้ลุงหลินถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ และนางบ้านั่นอาจจะฉวยโอกาสนี้ทำร้ายเจ้าอีกด้วย”
หลินซิ่วร่ำไห้พลางเอ่ยว่า “เรื่องเหล่านี้ ข้าทราบดีเจ้าค่ะ แต่…เขาต้องมาเป็นแบบนี้เพราะข้า ข้า…”
หลินหร่วนมองนาง แล้วเอ่ยออกมาอย่างจริงจังว่า “ที่เขาตกอยู่ในสภาพนี้ เป็นเพราะแม่ของเขาต่างหาก และเขาก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบด้วย มันไม่เกี่ยวอันใดกับเจ้าเลยสักนิด หลินซิ่ว ไม่ต้องแบกความรับผิดชอบทั้งหมดไว้ที่ตนเอง ซูเฉิงซีน่าสงสารก็จริง ทว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้าไม่ได้เป็นอันใดกับเขาแล้ว นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก”
“องค์หญิงเอ่ยถูก ! ”
จิ่งเสียนกับหลินจงเดินเข้ามาพร้อมกัน นางเอ่ยเตือนหลินซิ่วว่า “หากวันนี้เจ้าไปจวนตระกูลซู เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้อื่นจะมองพ่อของเจ้าอย่างไร ? พวกเขาจะต้องหัวเราะเยาะพ่อของเจ้าอย่างแน่นอน ตระกูลซูทำกับเจ้าแบบนั้น แต่เจ้ายังจะกระโจนเข้าไปเกี่ยวข้องอีก นี่เรียกว่าไร้ยางอาย ! ”
“หลินซิ่ว ข้าไม่อยากเอ่ยถึงความสัมพันธ์ของเจ้ากับซูเฉิงซี แต่ข้าอยากบอกเจ้าว่า…อย่าให้ความคิดชั่ววูบ ทำให้คนที่รักเจ้าจริง ๆ ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปด้วย ! ”
หลินซิ่วปิดหน้าร้องไห้ “แต่เขาน่าสงสารจริง ๆ นะเจ้าคะ หากเขาไม่มารู้จักข้า เขาก็คงไม่เป็นแบบนี้”
จิ่งเสียนเค้นเสียงดัง ‘ฮึ’ ด้วยความโมโห “หากเจ้าไม่รู้จักเขา ก็ไม่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายเหล่านี้เช่นกัน หลินซิ่ว เจ้าช่วยมีสติหน่อยเถิด ไม่ว่าซูเฉิงซีจะน่าสงสารเพียงใด มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้า ! ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้ายังตัดใจจากเขาไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ห้ามไปเจอเขาเด็ดขาด ! ”
หลินจงที่สีหน้ามืดครึ้มมาโดยตลอดเริ่มเปิดปากเอ่ยว่า “ตลอดหลายวันมานี้ เจ้าพักอยู่ที่นี่กับพี่สาวเถิด ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด ! หากเจ้าลอบไปเจอซูเฉิงซี ข้าจะถือว่าไม่มีบุตรสาวอย่างเจ้าอีก ! ”
จิ่งเสียนถลึงตาใส่เขา “เจ้าเป็นบ้าหรืออย่างไร ? มีผู้ใดเขาสั่งสอนลูกแบบเจ้าบ้างกัน ? ”
เอะอะก็ขู่ตัดความสัมพันธ์กับลูก ข้าล่ะเกลียดที่สุด !
หลินจงเริ่มเอ่ยติดอ่าง เพราะจิ่งเสียนถลึงตาโต “มะ…ไม่ใช่เพราะขะ…ข้ากำลังกังวลหรืออย่างไร”
จิ่งเสียนเค้นเสียงดัง ‘ฮึ’ ก่อนจะประคองหลินซิ่วไปยังเรือนด้านหลัง
หลินหร่วนเอ่ยกับหลินจงว่า “ลุงหลิน น้าจิ่งเอ่ยได้ถูกต้อง ท่านอย่าเพิ่งสร้างเรื่องกวนใจหลินซิ่วเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้นางกำลังเสียใจอยู่ หากกดดันนางจนเกินไป นางอาจจะลอบหนีออกไปจริง ๆ นะเจ้าคะ หลินซิ่วเป็นเด็กรู้ความ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่เช่นนั้นนางคงไม่วิ่งมาหาข้า หลังจากทราบข่าวหรอกเจ้าค่ะ”
หากเปลี่ยนเป็นหญิงสาวคนอื่น ๆ หลังจากทราบข่าวคงตรงไปหาซูเฉิงซีทันที
หลินจงถอนหายใจยาวออกมา แล้วเอ่ยว่า “ข้ากลัวว่านางจะเหลวไหล หากนางไปยังจวนตระกูลซูตอนนี้ คนอื่น ๆ จะมองข้าอย่างไร ข้าไม่สนหรอก แต่นางบ้านั่นจะต้องทำร้ายนางอย่างแน่นอน กระทั่งบีบบังคับให้นางแต่งงานกับซูเฉิงซี หลินซิ่วเป็นคนใจอ่อน นางต้องยอมรับปากเป็นแน่”
อย่าว่าแต่ซูเฉิงซีมีสภาพแบบนี้เลย ถึงจะครบ 32 เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้หลินซิ่วกระโดดเข้าไปในขุมนรกนี่เด็ดขาด
หลินหร่วนปลอบหลินจง บอกให้เขาไม่ต้องคิดมาก ทั้งยังรับปากว่าจะปกป้องหลินซิ่วอย่างดี
หลินจงยังคงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น “ตลอดหลายวันมานี้ให้นางอยู่กับเจ้าไปก่อนก็แล้วกัน นางเชื่อฟังเจ้ามาโดยตลอด เมื่อมีเจ้าคอยปลอบนาง นางน่าจะคิดได้”
เดิมทีเขาคิดจะรับหลินซิ่วกลับบ้าน ทว่าเขาเป็นบุรุษ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจเอ่ยกับหลินซิ่วได้ จิ่งเสียนก็ยังไม่ได้แต่งเข้ามาตามประเพณี เรื่องบางเรื่องนางก็ไม่สะดวกที่จะเอ่ย ดังนั้นหลินหร่วนจึงกลายเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด
หลินหร่วนเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า “วางใจเถิดเจ้าค่ะ นางอยู่กับข้าที่นี่ ไม่มีทางหายตัวไปอย่างแน่นอน”
หลินจงกับจิ่งเสียนอยู่ที่บ้านของหลินหร่วนอีกสักพัก หลังจากหลินซิ่วงีบหลับไปแล้ว พวกเขาถึงได้ขอตัวออกมา
หลินหร่วนออกคำสั่งกับเหล่าองครักษ์เงาในบ้าน ให้พวกเขาคอยจับตาดูหลินซิ่วตลอดเวลา แล้วถึงได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง
เพิ่งจะล้มตัวลงนอน เซียวจิ่งเฉินก็กลับมาจากข้างนอกพอดี
หลินหร่วนเอ่ยถามขณะที่นอนตะแคงอยู่ “จับแม่นางบัวขาวผู้นั้นได้หรือไม่ ? ”
เซียวจิ่งเฉินเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกับทาบมืออันเย็นยะเยือกของตนเองกับใบหน้าของนาง หลินหร่วนอดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ นางปัดมือเขาออกด้วยความรังเกียจ
“รำคาญ ! ”
เซียวจิ่งเฉินถอดเสื้อคลุมออก หลังจากร่างกายเริ่มอุ่นขึ้นมาแล้ว เขาถึงได้ลงไปนั่งที่ขอบเตียงพลางยื่นมือไปโอบหลินหร่วน พร้อมกับประคองท้องของนางอย่างเป็นธรรมชาติ
“วางใจเถิด จับนางได้แล้ว ข้าส่งนางให้เจ้าหน้าที่ทางการแล้ว”
หลินหร่วนตื่นตัวขึ้นมาทันใด นางเริ่มปล่อยพลังวิเศษออกมาตรวจสอบสถานการณ์ในจวนตระกูลซู
ไป๋หยู่โหลวกับสาวใช้ถูกนำตัวไปขังคุกของศาลาว่าการ
เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเผชิญ พวกนางสองนายบ่าวก็กระวนกระวายราวกับมดบนกระทะร้อน
หลิงหลงเอาแต่ร้องไห้ตลอดเวลา “คุณหนู พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ? ฮูหยินซูต้องไม่ยอมปล่อยพวกเราไปเป็นแน่ ข้าไม่อยากตาย คุณหนู ข้าไม่อยากตายเจ้าค่ะ”
ตอนนี้สมองของไป๋หยู่โหลวก็กำลังปั่นป่วนเช่นกัน เสียงร้องไห้ของหลิงหลงทำให้นางหงุดหงิดงุ่นง่านยิ่งกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้นางจึงตะคอกเสียงดังว่า “หุบปาก ! ”
ไหนเลยหลิงหลงจะสามารถสงบสติอารมณ์ได้ พอคิดว่าอีกประเดี๋ยวตนเองจะต้องตาย นางจึงทรุดกายลงไปนั่งกับพื้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า “คุณหนู ท่านทำให้ข้าเจ็บปวดยิ่งนัก”
ไป๋หยู่โหลวง้างมือขึ้นตบหน้านาง แล้วเอ่ยออกมาว่า “หุบปากประเดี๋ยวนี้ ! ”
ตอนนี้นางต้องการความสงบเพื่อคิดหาวิธีรับมือกับฮูหยินซู ทว่าสาวใช้ผู้นี้กลับไม่ยอมให้นางสงบใจได้แม้แต่ลมหายใจเดียว
หลิงหลงติดตามไป๋หยู่โหลวมาตลอดหลายปีแล้ว นางไม่เคยถูกตบมาก่อน เมื่อถูกตบเข้าอย่างจัง นางจึงมึนงงไปชั่วขณะ และเป็นธรรมดาที่จะเงียบไปด้วย
ไป๋หยู่โหลวขมวดคิ้วจนเห็นรอยตีนกา นางหาที่นั่งมุมหนึ่ง แล้วพยายามคิดหาวิธีรับมือ
ทว่านางไม่ได้สังเกตเห็นสายตาเคียดแค้นของหลิงหลง
หลังจากทราบข่าวว่าจับตัวไป๋หยู่โหลวมาได้แล้ว ฮูหยินซูก้ตรงไปยังศาลาว่าการทันที วันนี้เกิดเรื่องตั้งมากมาย หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นคงทนไม่ไหวนานแล้ว แต่นางกลับยังมีแรงมาสอบปากคำไป๋หยู่โหลวตอนกลางดึกอยู่อีก
เมื่อได้พบไป๋หยู่โหลวอีกครา ฮูหยินซูก็รีบออกคำสั่งทันทีว่า “ลากนางชั้นต่ำออกมาให้ข้าประเดี๋ยวนี้ ! ”
เจ้าหน้าที่ทางการลังเลเล็กน้อย ฮูหยินซูให้พวกเขาไปจับคน พวกเขาไม่อาจชักช้าได้ ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ของศาลาว่าการ
ทว่าตอนนี้เห็นได้ชัดว่าฮูหยินซูกำลังจะลงโทษไป๋หยู่โหลวเป็นการส่วนตัว พวกเขาไม่อาจช่วยได้ เนื่องจากพวกเขาเป็นขุนนางของราชสำนัก ไม่ใช่ข้ารับใช้ของตระกูลซู
เมื่อฮูหยินซูเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ฟังคำสั่ง นางจึงโมโหขึ้นมาทันใด “พวกเจ้าไม่เห็นฮูหยินตราตั้งขั้นสี่อย่างข้าอยู่ในสายตาแล้วหรือ ? ได้ ข้าจะไม่เอาความพวกเจ้า แต่ข้าจะสั่งย้ายพวกเจ้าแทนดีหรือไม่เล่า ? ”
ในขณะที่เอ่ย ฮูหยินซูก็หยิบตราประทับของตระกูลซูออกมา
“เห็นตราประทับก็เหมือนเห็นตัวคน ตอนนี้ข้าขอสั่งให้พวกเจ้าเปิดประตู แล้วลากนางชั้นต่ำผู้นั้นออกมาให้ข้าเสีย ! ”