Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 102 :ผู้หญิงเปลี่ยนสีหน้าเร็วมาก

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 102 :ผู้หญิงเปลี่ยนสีหน้าเร็วมาก
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 102 :ผู้หญิงเปลี่ยนสีหน้าเร็วมาก

    

    อธิบาย ?

    

    มีอะไรต้องอธิบาย !

    

    จะบอกว่าฉันตาบอดงั้นหรือ ?

    

    ดวงตาคู่งามของหลินเจียอินคล้ายกับมีม่านหมอกของหยาดน้ำตาเข้ามาบดบัง หญิงสาวเบือนหน้าหนีด้วยดวงใจที่เจ็บแปลบ

    

    เธอไม่อยากเห็นเจียงเสี่ยวไป๋อยู่กับ……ผู้หญิงคนนั้น

    

    และไม่อยากให้เจียงเสี่ยวไป๋เห็นน้ำตาของเธอด้วย

    

    เมื่อครู่นี้จางชุ่ยฮวาร้อนใจจึงดึงเจียงเสี่ยวไป๋ไว้ ตอนแรกเธอไม่ได้สนใจอะไร แต่จู่ ๆ ก็มาถูกเจียงเสี่ยวไป๋สลัดมือออกแบบนี้ อีกทั้งพอได้ยินคำพูดของเขา เธอถึงได้เงยหน้าและเห็นหลินเจียอินที่หน้าประตูร้านพอดี

    

    ซวยแล้ว !

    

    จางชุ่ยฮวาหน้าแดง เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเมื่อครู่นี้โดนภรรยาของเขาเข้าใจผิดเข้าแล้ว

    

    แต่เธอไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร หญิงสาวทั้งอับอายทั้งร้อนใจจึงกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิดแล้วเดินไปดึงเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าหลินเจียอินไม่ยอมฟังเขาอธิบาย ในใจของชายหนุ่มคิดได้ทันทีว่าตนเองหาเรื่องใส่ตัวเข้าแล้วจริง ๆ

    

    ไม่น่าอยากไปแกล้งจางชุ่ยฮวาเลย รู้งี้บอกเธอไปตามตรงว่านี่คือร้านของเขาก็จบเรื่องแล้ว

    

    ดูเหมือนว่าเราจะล้อเล่นกับคนอื่นไม่รุ่งแฮะ

    

    บางครั้งมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดขึ้น

    

    “เมียจ๋า เธอคือน้องชุ่ยฮวา”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบอธิบายอย่างไม่รีรอ “เธอคือคนที่ให้ผมยืมจักรยานเมื่อคราวก่อน วันนี้เธอมาซื้อพะโล้”

    

    “ใช่ค่ะพี่สะใภ้ วันนี้ฉันมาซื้อพะโล้จริง ๆ ”

    

    จางชุ่ยฮวารีบอธิบายเช่นกัน “เขาบอกว่าเขาช่วยลัดคิวให้ได้ ฉันถึงได้ดึงมือเขามาเพื่อบอกเขาว่าอย่าลัดคิวคนอื่น”

    

    อ่า ?

    

    ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง !

    

    มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด !

    

    หลินเจียอินรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ว่าตนเองเข้าใจเจียงเสี่ยวไป๋ผิดไปจึงหน้าแดงขึ้นมา ทว่าหญิงสาวยังคงถลึงตาใส่เจียงเสี่ยวไป๋ไปปราดหนึ่ง

    

    ‘ต่อให้เป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ฉันยังไม่ยอมยกโทษให้คุณหรอกนะ’

    

    จางชุ่ยฮวาพูดจบก็หันไปมองค้อนเจียงเสี่ยวไป๋เช่นกัน

    

    หญิงสาวสองคนใช้สายตาโมโห ตำหนิและร้อนแรงจ้องมองมาที่เขาโดยพร้อมเพรียงกันแบบนี้ ทำเอาเจียงเสี่ยวไป๋ถึงกับหน้าหงอไปชั่วขณะ

    

    “เป็นเธอนี่เอง เมื่อกี้ฉันเข้าใจผิดไป”

    

    หลินเจียอินรีบเดินเข้าไปหาจางชุ่ยฮวา แล้วจับมือเธอเพื่อขอโทษ

    

    จางชุ่ยฮวายังคงอายอยู่เล็กน้อย เธอพูดอย่างเก้อเขินว่า “พี่สะใภ้ พี่มาซื้อของที่นี่เหมือนกันหรือ บังเอิญจังเลย”

    

    หลินเจียอินยิ้มรับ “บังเอิญอะไรกันล่ะ ร้านนี้เป็นร้านของครอบครัวเราเอง”

    

    “ห๊ะ ! ”

    

    จางชุ่ยฮวาหันขวับไปมองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างอดไม่ได้ “นี่ร้านที่คุณเปิดเองงั้นหรือ แล้วทำไมไม่บอกฉันแต่แรก ทำให้ฉัน……เอ่อ ฉัน……”

    

    หลังจากอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวสะบัดหน้าแล้ว เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

    

    หลินเจียอินเห็นว่าจางชุ่ยฮวาดูงุ่มง่ามทำตัวไม่ถูก เธอจึงรู้สึกไม่ดีขึ้นมา “ไปกันเถอะ เข้าไปในร้านกัน อยากกินพะโล้อะไร เดี๋ยวฉันจะตักใส่กล่องให้”

    

    พูดจบ เธอก็จับมือจางชุ่ยฮวาเดินเข้าไปในร้าน

    

    ทิ้งให้เจียงเสี่ยวไป๋ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูร้านคนเดียว

    

    หญิงสาวทั้งสองเข้าพวกกันและทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

    

    เขาเกาหัวพลางเดินตามเข้าไป

    

    ภายในร้าน หลินเจียอินให้จางชุ่ยฮวาเลือกเมนูพะโล้

    

    จางชุ่ยฮวาเพิ่งมาที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน เธอแค่ได้ยินคนเขาร่ำลือมาว่าพะโล้ร้านนี้อร่อยมาก แต่เธอไม่รู้ว่าควรจะเลือกอะไรดี เธออ่านป้ายบอกชื่อเมนู แล้วพูดว่า “งั้นเอาหัวหมูพะโล้ 1 ชั่งกับน่องไก่พะโล้ 1 ชั่งแล้วกัน”

    

    “รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปตักมาให้”

    

    หลินเจียอินพูดแล้วก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหั่นเนื้อหมูพะโล้เป็นชิ้น ๆ ใส่ลงถ้วย จากนั้นก็ตักน่องไก่พะโล้ใส่อีก 1 ถ้วย แล้วนำตีนไก่พะโล้ ผักกาดพะโล้และฟองเต้าหู้ใส่อีก 1 ชาม

    

    “อ่า……ฉันไม่ได้จะซื้อเยอะขนาดนั้น”

    

    ในตอนที่หลินเจียอินยกชามใหญ่ออกมาหลายชาม จางชุ่ยฮวาก็รีบพูดขึ้นทันที

    

    เพราะก่อนหน้านี้เธอตักใส่อย่างเดียว ยังไม่ได้ชั่งเลย

    

    “ฉันให้ฟรี”

    

    หลินเจียอินพูดออกไปตามตรง “อีกเดี๋ยวให้เสี่ยวไป๋ไปส่งนะ เขามีรถ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านข้างโดยไม่พูดไม่จา

    

    ขืนพูดอะไรไปตอนนี้ มีแต่จะซวยเพราะปาก

    

    ความเงียบคือทองคำ ตอนนี้เขาต้องปกป้องตัวเองก่อน

    

    หลังจากรอสักพัก เขาก็ไปทำงานของตนเองต่อโดยไม่ได้อยู่ฟังว่าหลินเจียอินและจางชุ่ยฮวาพูดคุยอะไรกัน เพราะถึงอย่างไรสองสาวก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานราวกับพี่น้องที่สนิทกัน

    

    ในที่สุด หลินเจียอินก็เรียกให้เขาไปส่งจางชุ่ยฮวา

    

    “รับคำสั่งเมียจ๋า ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รับคำ แล้วเดินไปหยิบพะโล้พวกนั้นมาวางบนรถพ่วงข้าง เพื่อไปส่งจางชุ่ยฮวาที่ถนนอู่หยาง

    

    “บ้านเลขที่ 43 ตรงหน้านั้นคือบ้านของพี่สาวฉันเอง”

    

    เมื่อมาถึงถนนอู่หยาง จางชุ่ยฮวาชี้ไปยังบ้านเก่าหลังหนึ่งตรงหน้า

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปจอดที่หน้าประตู แล้วช่วยเธอยกพะโล้หลายชามลงจากรถ พลางพูดว่า “งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

    

    จางชุ่ยฮวากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่เข้าไปนั่งพักสักหน่อยหรือ? ”

    

    “ไม่ล่ะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดจบก็ขึ้นรถ จางชุ่ยฮวาจึงอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้ “มองไม่ออกเลยนะว่าคุณจะกลัวเมียกับเขาด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ไม่ได้กลัว แต่รัก ! ”

    

    พูดจบ เขาก็สตาร์ทรถ “บื้น บื้น บื้น” และขี่ออกไป

    

    จางชุ่ยฮวามองดูร่างของเจียงเสี่ยวไป๋ที่ขี่รถจากไป เธอรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เพราะในบรรดาผู้ชายทั้งหมดที่เธอเคยเจอมา มีเพียงเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นที่กล้าบอกรักภรรยาของเขาต่อหน้าคนอื่น

    

    ช่างเป็นผู้ชายที่ดีจริง ๆ

    

    พี่เจียอินโชคดีมาก

    

    หันกลับไปมองประตูบ้านพี่สาวก็รู้สึกสลดใจ

    

    สภาพครอบครัวของพวกเธอถือว่าค่อนข้างดีสำหรับในอำเภอ แต่พี่สาวของเธอกลับดึงดันจะแต่งงานกับคนในเมือง จึงจบลงด้วยผู้ชายที่พึ่งพาไม่ได้

    

    ในอนาคตหากต้องแต่งงาน เธอต้องหาผู้ชายแบบเจียงเสี่ยวไป๋ให้ได้

    

    เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หญิงสาวพลันหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว

    

    ฮู่ว……

    

    หลังจากผ่อนลมหายใจเพื่อปรับอารมณ์ตัวเองแล้ว หญิงสาวถึงได้ก้าวไปเคาะประตู

    

    ……

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับมาถึงร้าน หลินเจียอินลดเสียงตัวเอง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติ “ยอมกลับมาสักทีนะ ! ”

    

    จู่ ๆ ได้ยินประโยคนี้จากเมียรัก ทำเอาเจียงเสี่ยวไป๋ถึงกับชะงักไป

    

    ก่อนหน้านี้พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติไม่ใช่หรือ แล้วใครกันที่บอกให้ผมไปส่งเธอให้ถึงที่น่ะ ?

    

    ทำไมพอเรากลับมาถึงเปลี่ยนเป็นอีกคนเลยล่ะ

    

    สีหน้าของผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปเร็วกว่าวันในเดือนมิถุนายนเสียอีก

    

    “เมียจ๋า คุณว่าอะไรนะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนฉลาด เขารีบแสร้งทำเป็นนิ่งอึ้งแสร้งทำเป็นว่าได้ยินไม่ชัด

    

    “เฮอะ ! ผู้ชายนี่นะ ! ”

    

    เนื่องจากตอนนี้คนในร้านเยอะมาก หลินเจียอินไม่อยากพูดแรงเกินไป เธอเพียงแค่ทำฟึดฟัดแล้วสะบัดหน้าหนีออกไป

    

    “อ๊ะ……ผู้หญิงนี่นะ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หมดคำจะพูดเช่นกัน เขาพบว่าแม้เขามีชีวิตอยู่มาถึงสองชาติแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจผู้หญิงเหมือนเดิม

    

    ดูเหมือนว่าวันที่จะได้หลับนอนกับเธอคงอีกยาวไกล

    

    แต่ทุกเรื่องสามารถมองได้สองด้าน ที่เมียเขาเป็นแบบนี้เพราะเธอกำลังหึงเขาชัด ๆ

    

    เมียหึงเป็นเรื่องดี !

    

    อนาคตสดใส เส้นทางคดเคี้ยว

    

    ดังนั้นไม่ควรรีบร้อน

    

    เขาส่ายหัวแล้วเดินไปที่สวนหลังบ้าน

    

    วันนี้เขาเสียเวลาไปมาก จึงไม่ได้เล่นหมากรุกกับลูกสาวเลย

    

    หลังจากพูดให้กำลังใจเจียงชานและหวังกังไม่กี่คำ เขาจึงให้ลูกสาวเก็บกระดานหมากรุกและเตรียมตัวกลับบ้าน

    

    ตลอดทาง หลินเจียอินนั่งอยู่บนพ่วงข้างโดยไม่พูดไม่จา ไม่สนใจเจียงเสี่ยวไป๋เลย

    

    แต่ตอนนี้มีลูกสาวอยู่ด้วย เธอเองก็ไม่ได้ถามซักไซ้ไล่เลียงอะไร

    

    แม้เจียงชานจะอายุน้อย แต่เธอความรู้สึกไวมาก หนูน้อยเงยหน้าถามขึ้นว่า “หม่าม๊า หม่าม๊าเป็นอะไร ? ”

    

    “หม่าม๊าโกรธป่าป๊าใช่ไหม ? ”

    

    ในโลกนี้มีเพียงป๊าม๊ากับหม่าม๊าเท่านั้นที่ใกล้ชิดเธอที่สุด เมื่อเจ้าตัวเล็กรู้ว่าหม่าม๊าไม่พอใจ ความคิดแรกจึงคิดว่าหม่าม๊าโกรธที่ป่าป๊า

    

    “เปล่า หม่าม๊าแค่เหนื่อยน่ะ”

    

    หลินเจียอินไม่เคยเอาอารมณ์ไปลงที่ลูก เธอจึงพยายามพูดด้วยรอยยิ้ม

    

    “หม่าม๊ากำลังพูดโกหก”

    

    เห็นได้ชัดว่าหนูน้อยไม่ได้หลอกง่ายขนาดนั้น เธอจ้องไปที่ดวงตาของหลินเจียอินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเด็ก ๆ “เวลาพูดโกหก จมูกจะยาว”

    

    หลินเจียอินรู้สึกขบขันกับหน้าตาและน้ำเสียงของเจียงชาน แต่เธอยังคงปากแข็ง “หม่าม๊าไม่ได้โกหก เอาล่ะ นั่งดี ๆ ระวังตก”

    

    เจียงชานกลับกระพริบตาอย่างใสซื่อแล้วยิ้ม “ป่าป๊าบอกว่าลูกตาของคนที่โกหกจะหันไปทางขวา ตอนที่หม่าม๊าพูดเมื่อกี้ ลูกตาหันไปทางขวาด้วย หนูเห็นนะ”

    

    หลินเจียอินผงะ เธอตกใจกับสิ่งที่ลูกสาวพูด มันให้ความรู้สึกเหลือเชื่อมาก

    

    “ไร้สาระ ตาแม่ไม่ได้ขยับเสียหน่อย”

    

    หลินเจียอินยังคงแสร้งทำเป็นไม่ยอมรับ

    

    “มันขยับ หนูสังเกตดีแล้ว ตาของหม่าม๊าหันไปทางขวาพอดี”

    

    เจียงชานพูดอย่างไม่ลดละ และบอกกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ป่าป๊าสอนหนูสังเกต หนูเรียนรู้ได้ดีมากเลยนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ที่ฟังอยู่ก็หัวเราะออกมา

    

    “ชานชานเก่งมาก ! ”

    

    หลินเจียอินมองค้อนเจียงเสี่ยวไป๋ เธอเกือบจะยื่นมือไปหยิกเอวเขาแรง ๆ สักทีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไปอาจระบายความหงุดหงิดในใจได้

    

    วัน ๆ เอาแต่สอนเรื่องอะไรให้ลูกเนี่ย !

    

    

    

    

    

    

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 102 :ผู้หญิงเปลี่ยนสีหน้าเร็วมาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023
c97a835-novelpdf
ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70
19/07/2025
62453e48m0wdVboK
ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
14/12/2023
6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.