ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1036 การเตรียมพร้อมของเจียงเสี่ยวไป๋
ตอนที่ 1036 การเตรียมพร้อมของเจียงเสี่ยวไป๋
จากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยเรื่องรายละเอียดกันต่อ
สังเกตเห็นได้ชัดว่าเทศบาลชิงโจวได้สร้างโรงงานเหล็ก โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานไม้ และเหมืองหินไว้ ทั้งยังได้ก่อตั้งบริษัทก่อสร้างอีกหลายแห่งในชิงโจว
ทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มก่อสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียง
หลังจากทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้พูดด้วยรอยยิ้มว่า “นายเทศมนตรีจาง ผมบอกว่าผมมาเพื่อที่จะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้คุณ ตอนนี้เชื่อผมรึยัง ! ”
“เชื่อแล้ว ! เชื่อแล้ว ! ” จางอี้เต๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นี่ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชิงโจวให้ก้าวไปข้างหน้าได้ มันจะทำให้เขาเสียใจได้อย่างไร ?
เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าบางครั้งเจียงเสี่ยวไป๋ก็เป็นคนดีอยู่ ไม่ได้มาเพื่อหวังผลประโยชน์เสมอไป
ในขณะที่เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “นายเทศมนตรีจางผมให้ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้ คุณไม่มีอะไรตอบแทนผมหน่อยเหรอ ? ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของจางอี้เต๋อก็แข็งค้างขึ้นมาในทันที
ผู้ชายคนนี้ไม่สามารถเชื่อใจได้เลยจริง ๆ
ฉันแค่บอกว่าเขาเป็นคนดี แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนดีจริง แต่ก็แอบมีแผน
“คุณ…..ต้องการอะไร ? ” จางอี้เต๋อมองดูเจียงเสี่ยวไป๋อย่างระมัดระวังและถามอย่างประหม่า
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็ไม่มีอะไร คือผมเพิ่งเจอที่ดินผืนหนึ่งในชนบท”
ที่ดินในชนบท ?
ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่
แต่เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋ให้ผลประโยชน์มหาศาลแก่เขาเพียงเพื่อขอที่ดินในชนบท ?
“ที่ดินตรงไหน ? ” จางอี้เต๋อถาม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เป็นที่ดินที่อยู่ข้างทางหลวงจากเจียงวานไปยังอำเภอชิงซาน”
มันเป็นชนบท แถมที่ดินก็ถูกทิ้งเอาไว้เฉย ๆ
จางอี้เต๋อขมวดคิ้วและถามด้วยความสับสน “แล้วคุณจะเอาที่ดินตรงนั้นไปทำอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดจุดประสงค์ของเขาออกไปโดยตรงว่า “ผมอยากสร้างจุดชมวิวที่นั่นเพื่อดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชมเมืองมากขึ้นในอนาคต”
จางอี้เต๋อยิ่งสับสนและพูดว่า “ถึงแม้จะมีภูเขาและแม่น้ำอยู่ทั้งสองฝั่งของทางหลวงจากเจียงวานถึงอำเภอชิงซานก็จริง แต่ทิวทัศน์ทางธรรมชาติไม่ได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดนั้น จะไปสร้างจุดชมวิวที่นั่นทำไม ? ”
ถ้าต้องการสร้างจุดชมวิวขึ้นมาจริง ๆ ทำไมเราไม่ไปสร้างที่ทะเลสาบชิงหลงเอาล่ะ ทั้งภูเขาและภูมิทัศน์ทางธรรมชาติของที่นั่นดีกว่าตั้งเยอะ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จุดชมวิวมันมีหลายประเภท แต่สิ่งที่ผมต้องการก็คือทิวทัศน์ทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ สรุปง่าย ๆ ก็คือคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกว่าจะไม่มีใครไปที่นั่น”
จางอี้เต๋อหยุดคิดไปพักหนึ่งโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม แต่พูดออกมาว่า “งั้นเดี๋ยวฉันจะโทรหาฉงไห่เยี่ยนให้ คุณสามารถไปหาเธอและคุยเรื่องสถานที่กันก่อน แล้วที่เหลือฉันจะจัดการให้”
“ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบรับในทันที
แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเน้นย้ำอีกครั้งว่า “นายเทศมนตรีจาง แต่ที่ดินที่ผมต้องการในครั้งนี้ไม่ได้มีขนาดเล็ก ๆ เลยนะครับ”
จางอี้เต๋อมองออกว่าเขากำลังหมายถึงอะไร จึงกล่าวว่า “ถ้าคุณต้องการที่ดินผืนเล็ก ๆ คุณก็คงขอที่ดินในเมืองไปแล้ว”
หากเป็นที่ดินในเมือง ถ้าเขาต้องการมากเกินไปคงให้ไม่ได้
แต่ถ้าเป็นในชนบทนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ เขาก็มีแสดงท่าทีที่มีความสุขมากออกมา ก่อนที่จะบอกลาและออกไปด้วยความรวดเร็ว
เมื่อมาถึงที่ลานจอดรถ เขาก็ได้เห็นว่าจางเสี่ยวชุ่นรอเขาอยู่
ทันทีที่ขึ้นมาบนรถแล้ว จางเสี่ยวชุ่นก็ได้ถามขึ้นมาว่า “ผู้ช่วยเจียง ตอนนี้คุณจะไปไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไปที่บ้านของหวังผิง”
แน่นอนว่าเขานั้นยังไม่ลืมสัญญาที่ได้ให้ไว้กับภรรยาของเขา
ผ่านไปไม่กี่นาที เขาก็มาถึงบ้านของหวังผิง
“พี่มาทำไมเนี่ย ? ” เฝิงเยี่ยนหงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋มา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันมาหาเธอนั่นแหละ เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ? ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดว่า “ก็สบายดี แค่ช่วงนี้ต้องดูแลโหรวโหรวทุกวัน” หลังจากนั้น เธอก็ถามต่อว่า “แล้วเจียอินล่ะ เธอดูแลลูกตั้งสองคนเหนื่อยรึเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่เลย อันอันและห่าวห่าวค่อนข้างเลี้ยงง่าย ทั้งยังมีแม่ของฉันคอยดูแลด้วย ถือว่าไม่หนักเท่าไหร่ ! ”
ในขณะที่กำลังพูดกันอยู่นั้น ถานซูผิงก็ได้เดินออกมาจากห้องด้านหลัง โดยมีหวังโหรวตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ทันทีที่เธอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็พูดขึ้นมาว่า “เสี่ยวไป๋ ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ? แล้วไม่พาเจียอินและลูกมาด้วยเหรอ ? ”
“สวัสดีครับคุณป้า ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายก่อน “พอดีผมวางแผนที่จะให้แม่ เจียอินและคนอื่นมาพักอยู่ที่นี่สักสองสามวันได้ไหมครับ ? ”
เมื่อเฝิงเยี่ยนหงได้ยินแบบนั้น เธอก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “เสี่ยวไป๋ ไม่ต้องขอก็ได้นะ มาได้เลย มาได้เสมออยู่แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “แต่มีผู้ใหญ่สามคน เด็กสี่คน และสุนัขอีกหนึ่งตัว ไม่เป็นการรบกวนเกินไปใช่ไหม ? ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาเลย เสี่ยวไป๋และคนอื่นมาอยู่ด้วยกันที่นี่ได้เลย จะได้สนุกสนาน”
ถานซูผิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่ มันค่อนข้างจะน่าเบื่อสำหรับเยี่ยนหงที่จะต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะงั้นให้พวกเขามาได้เลย”
หวังกังที่ได้ยินเข้าพอดีก็รีบพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า “ใช่ ๆ คุณลุง ผมก็ไม่ได้เจอพี่ชานชานนานแล้ว อยู่คนเดียวมันเหงามาก”
“พาพวกเขามาที่นี่เลย ! ”
เหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถามก่อนก็เพราะเขากังวลว่าจะเด็ก ๆ จะส่งเสียงดังมากเกินไป แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนพูดแบบนี้ เขาจึงตัดสินใจแล้วพูดว่า “เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวตอนบ่ายฉันจะพาพวกเขามาที่นี่แล้วพักอยู่นี่สักสองสามวันนะ”
“เยี่ยมเลย ! ”
หวังกังเชียร์สุดหัวใจ “ในที่สุดก็ได้เล่นกับพี่ชานชานและน้องถิงถิงแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ออกจากบ้านของหวังผิงไปและตรงไปที่สำนักงาน ก่อนที่จะขอให้จางเสี่ยวชุ่นช่วยโทรเรียกโจวเสี่ยวโจและเหลิ่งเวยมาให้
“สวัสดีคะผู้ช่วยเจียง ! ”
“สวัสดีคะผู้ช่วยเจียง ! ”
ทั้งสองต่างก็พึ่งเคยเข้ามาในห้องทำงานเสี่ยวไป๋เป็นครั้งแรก ดังนั้นพวกเธอทั้งสองคนจึงดูตื่นเต้นเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้ทั้งสองนั่งลง ก่อนที่จะเหลือบมองไปที่พวกเขาแล้วพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวประธานหลินจะมาทำงานเร็ว ๆ นี้ ที่ฉันบอกให้พวกคุณมาที่นี่ในวันนี้เพราะฉันมีบางอย่างจะอธิบายและฝากฝังหน่อย”
โจวเสี่ยวโจดูประหลาดใจ เพราะนับตั้งแต่ที่เธอเป็นเลขานุการของประธาน เธอก็เคยทำงานอยู่แต่กับเมิ่งเสี่ยวเป่ย จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เห็นหน้าของประธานเลยด้วยซ้ำ
แต่ในตอนนี้ฉันจะได้ทำงานกับท่านประธานตัวจริงเสียงจริงแล้ว ทั้งกังวลและตื่นเต้นไปพร้อมกัน “ผู้ช่วยเจียง ฉันต้องทำอย่างไรบ้าง คุณบอกมาได้เลย”
เหลิ่งเวยได้เข้ามาทำงานในช่วงที่หลินเจียอินใกล้คลอด กระทั่งตอนเธอเข้าโรงพยาบาล แต่เวลาเดือนหนึ่งก็ผ่านไปไวเหมือนกะพริบตา เธอเพียงแค่มาทำงานที่ออฟฟิศและเลิกงานทุกวันเท่านั้น ซึ่งเธอเองก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรอยู่แล้ว
ในที่สุดก็มีงานทำแล้ว เธอจึงพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันพร้อมเสมอ แค่สั่งฉันมา”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดกับโจวเสี่ยวโจว่า “ประธานไม่ได้เข้ามาทำงานเป็นเวลานานแล้ว เลยทำให้อาจจะยังไม่ค่อยรู้อะไรมากเกี่ยวกับบริษัทของเรา ฉะนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป คุณต้องคอยอธิบายงานต่าง ๆ ของบริษัทให้ประธานฟัง เพื่อเธอจะได้เข้าใจงานมากขึ้น”
“ได้ค่ะ ! ” โจวเสี่ยวโจตอบรับในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับเหลิ่งเวยอีกครั้งว่า “แต่ว่าเธอจะยังไม่เข้ามาทำงานที่นี่หรอก เธอจะพักอยู่ที่บ้านของหวังผิงช่วงนี้ เพราะงั้นคุณส่งโจวเสี่ยวโจไปที่นั่นในทุก ๆ เช้าด้วยนะ”
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ! ” เหลิ่งเวยตอบรับ
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูพวกเขาทั้งสองแล้วพูดว่า “เพราะว่านี่เป็นช่วงเวลาพิเศษ แต่ว่าเวลาที่คุณอยู่กับท่านประธาน บางครั้งคุณอาจจะต้องได้เจอกับเด็ก ๆ มีปัญหากับเรื่องนี้หรือเปล่า ? ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ! ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ ! ”
ทั้งสองรีบตอบในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ถามอีกครั้ง “คุณเคยดูแลเด็ก ๆ บ้างไหม ? ”
เหลิ่งเวยกล่าวว่า “ฉันเคยดูแลลูกของพี่ชายและพี่สะใภ้ ดังนั้นฉันมีประสบการณ์พอสมควรค่ะ”
โจวเสี่ยวโจกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่เคยดูแลเด็ก ๆ เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เขาไม่ต้องการให้ทั้งสองคนทำอะไรมากมาย ขอแค่ยืมมือเวลาที่จำเป็นเพื่อให้ภรรยาของเขาสบายก็พอแล้ว