ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1060 เจียงชานไปโรงเรียน
ตอนที่ 1060 เจียงชานไปโรงเรียน
“พระอาทิตย์ส่องแสงบนท้องฟ้ายามเช้า ดอกไม้เบ่งบานสดใส
นกน้อยใหญ่ต่างก็ส่งเสียงร้องเจี้ยวจ้าว แต่ทำไมหนูถึงสะพายกระเป๋าใบเล็กจังล่ะ?
ฉันกำลังจะไปโรงเรียน ห้ามไปสาย, จะต้องรักการเรียนรู้และตั้งใจเรียน
โตขึ้นก็ต้องทำประโยชน์ให้กับทุกคน ! ……”
ในวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ได้ขับรถพาลูกสาวไปโรงเรียนด้วยตนเอง ในขณะที่เจียงชานกำลังร้องเพลงอย่างมีความสุขในรถ
เธอเคยได้ยินบทเพลงนี้จากเนินเขาบนหมู่บ้านซานฮัวเมื่อนานมาแล้ว
รอยยิ้มของเจ้าตัวน้อยนั้นสดใสมาก อีกทั้งท่าทางของเธอยังดูมีชีวิตชีวามากอีกด้วย
ในตอนนั้นเธอรู้สึกอิจฉามาก
แต่ในที่สุด เธอก็สามารถร้องเพลงโปรดของตัวเองไปด้วยในขณะที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนได้สักที
“ป่าป๊า ถ้าเกิดว่าคุณครูเรียกชื่อหนู หนูจะไม่ตอบว่า เอ้อ เหมือนพ่ออย่างแน่นอน ! ”
เธอยังคงจำสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดเมื่อคืนนี้ได้แม่นยำ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ลืมมันซะ ๆ จำแต่เรื่องดี ๆ ของป่าป๊าจะดีกว่านะ”
เจียงชานเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุขมาก
เธอพูดอย่างภาคภูมิใจ “ป่าป๊า หนูจะจำไว้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้ “รู้แบบนี้พ่อไม่เล่าให้ฟังดีกว่า ! ”
ภายในรถระหว่างการเดินทางไปโรงเรียน มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ไม่นานก็มาถึงประตูโรงเรียนประถมฉิวซู่ที่ตีนเขาฉีเฟิง
ในเวลานี้ ประตูโรงเรียนต่างก็เต็มไปด้วยผู้ปกครองที่เดินมาส่งลูก ๆ ของตัวเองที่หน้าประตูโรงเรียน
ถึงแม้ว่าคนจะเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้กระทบต่อการสัญจรเท่าไหร่นัก
ทันทีที่ออกมาจากประตูโรงเรียน เจียงเสี่ยวไป๋ก็คำนึงถึงโซนแยกคนและยานพาหนะออกจากกัน
เจียงเสี่ยวไป๋ค่อย ๆ ขับรถเข้าไปที่หน้าประตูโรงเรียนช้า ๆ
“ป่าป๊า ตรงหน้าเราคือโรงเรียนใหม่เหรอคะ ? ”
เจียงชานมองไปที่โรงเรียนของเธอแล้วอุทานออกมา “มันสวยมาก ! ”
ถึงว่าแม้ว่ามันจะเป็นการออกแบบและถูกสร้างให้เป็นโรงเรียน แต่ก็บอกได้เลยว่ามันคือตึกที่สวยที่สุดในชิงโจวเลยก็ว่าได้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “โรงเรียนนี้ป่าป๊าตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อให้หนูมาเรียนเลยนะ มันจึงต้องสวยที่สุด ! ”
“ขอบคุณค่ะป่าป๊า ! ” เจียงชานกล่าวอย่างมีความสุข
ในขณะที่เขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น รถแลนด์โรเวอร์ก็ได้ขับมาถึงหน้าประตูแล้ว
“ป่าป๊า จอดรถ ! ” จู่ ๆ เจียงชานก็ตะโกนออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งเล็กน้อยและพูดด้วยความประหลาดใจ “ทำไม ? ”
เจียงชานชี้ไปข้างนอกแล้วพูดว่า “ป่าป๊า นักเรียนทุกคนกำลังเดินเข้าไปในโรงเรียน แต่หนูเป็นคนเดียวที่เข้ามาในโรงเรียนโดยรถยนต์ หนูเหมือนกำลังใช้อภิสิทธิ์น่ะสิคะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “หนูรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ ! ”
เจียงชานพยักหน้า “คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายมักจะพูดเสมอว่าอย่าทำตัวแบบนั้น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ต้องคิดมากหรอก ป่าป๊าหนูเป็นคนสร้างโรงเรียนนี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเป็นคนได้อภิสิทธิ์ล่ะ ? ”
เจียงชานยังคงพูดว่า “ป่าป๊า ก็เพราะว่าหนูคิดว่าหนูควรจะทำตัวให้กลมกลืนกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างไรล่ะคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่มีที่ให้จอดรถเลย ทำอย่างไรดี ? ”
เจียงชานพูดว่า “จอดตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวหนูเดินเข้าไปข้างในเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่พ่อจะต้องไปลงทะเบียนให้หนูด้วย ! ”
เจียงชานพูดว่า “ป่าป๊าไปหาที่จอดรถข้างในเลย เดี๋ยวหนูจะเดินเข้าไปข้างในเอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องเห็นด้วย
“คนเยอะ ระวังตัวด้วยนะ ! ” หลังจากลงจากรถแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ตะโกนออกมา
เจียงชานยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ป่าป๊ายังไม่รู้จักหนูอีกเหรอ ? ไม่ต้องเป็นห่วง หนูดูแลตัวเองได้”
หลังจากพูดจบ เธอก็เดินเข้าไปในประตูพร้อมกับยืดอกและก้าวเล็ก ๆ เข้าไปข้างใน
ระหว่างทาง เธอก็ได้ทักทายทุกคนรอบตัวไปด้วย “สวัสดี เพื่อนร่วมชั้น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูมันด้วยรอยยิ้มบนริมฝีปากของเขา ก่อนที่จะค่อย ๆ ขับรถเข้าไปในโรงเรียน
หลังจากที่เขามาหาเจียงชานแล้ว เขาก็พาเธอเดินไปลงทะเบียนและไปส่งเธอที่ห้องเรียน
เมื่อมาถึงประตู เขาก็พูดอีกครั้ง “โรงเรียนเลิกตอนบ่าย เดี๋ยวป่าป๊ามารับนะ ! ”
เจียงชานพูดอย่างรังเกียจว่า “ป่าป๊า ทำไมถึงจู้จี้จุกจิกเหมือนคุณย่าจังเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น
บางทีพ่อแม่ทุกคนอาจเป็นแบบนี้ พวกเขามักเป็นห่วงเราเป็นพิเศษในทุกช่วงเวลาสำคัญของลูก และพวกเขาจะเป็นเหมือนคนแก่ขึ้นมาในทันที
เขาเฝ้าดูเจียงชานเข้าไปในห้องเรียน ก่อนที่จะหันหลังกลับและจากไป
เมื่อกลับไปที่สำนักงานใหญ่ชั่วคราวของเจียงเจียกรุ๊ป เมื่อเขาเข้าไปในประตูและเห็นว่าหลินเจียอินกำลังนั่งรออยู่ข้างใน
“เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
“ตอนคุณกลับ ชานชานร้องไห้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ชานชานดูเป็นเด็กที่ขี้แงเหรอ ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉันกังวลเกินไปเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณแค่กังวลมากเกิน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ไม่มีแม่คนไหนในโลกนี้ที่ไม่กังวลเกี่ยวกับลูก ๆ ของเธอหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำ “เอาล่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอก วันนี้คุณมาทำงานวันแรก ดังนั้นคุณต้องทำความคุ้นเคยกับมันก่อน”
หลินเจียอินพยักหน้า เธอแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “ฉันรู้สึกดีมากที่ได้กลับมาทำงาน ! ”
เธอดูตื่นเต้นราวกับนกตัวน้อยที่เพิ่งออกจากกรง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าท้องฟ้าข้างนอกใหญ่โตและกว้างใหญ่มาก
ใบหน้าของเธอทั้งสดใสและดูมีความสุขมาก
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างมีความสุข “คุณดูจะมีความสุขมากจริง ๆ ! ”
ทันใดนั้น หลินเจียอินดูเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้และพูดว่า “จริงสิ ครั้งล่าสุดที่คุณพูดถึงการหาพี่เลี้ยงเด็กเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เจียงเสียวไป๋กล่าวว่า “ผมได้บอกโหยวโหยว่หยูให้หาคนให้แล้ว เดี๋ยวค่อยไปถามเขาทีหลัง”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะกลับไปที่ออฟฟิศก่อนนะ คุณรีบไปถามเลยนะ”
ยิ่งเธอหาพี่เลี้ยงได้เร็วเท่าไหร่ เธอก็สามารถมาทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น
หลินเจียอินเดินไปที่ประตูแล้วหันกลับมา “ว่าแต่ที่คุณบอกว่ากำลังมองหาใครบางคนเมื่อครั้งที่แล้ว เขาเป็นใครนะ?”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “โอ้ใช่ ผมต้องหาเพื่อนคุยด้วยอีกคน”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะเดินกลับไปและถามด้วยความประหลาดใจ “หมายความว่าอย่างไร เพื่อนคุยน่ะ?”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมแค่คิดว่าหลังจากจ้างพี่เลี้ยงเด็กแล้ว พ่อแม่ของผมก็อาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายหลังจากที่พวกเขาได้พักผ่อน เลยจะหาคนมาเป็นเพื่อนคุยกับพวกเขา”
ฮะ ?
หลินเจียอินตกตะลึง “มีแบบนี้ด้วยเหรอ ? ”
‘เพื่อนคุย’ การบริการแบบนี้มันมีจริง ๆ ในอนาคต แต่ในตอนนี้ยังไม่มี
อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋นั้นได้คิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เขาคิดว่าพ่อแม่ของเขาจะต้องเบื่อและเหงา ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะหาคนในงานนี้
หลังจากที่หลินเจียอินได้เดินออกไปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปพบโหยวโหยว่หยูเพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์
เจียงเสี่ยวไป๋พบแพทย์ด้านสุขภาพแม่และเด็ก นักศึกษาหญิงที่มีศิลปะ พ่อครัวด้านโภชนาการ และเพื่อนร่วมสนทนาที่เขาต้องการ
“ฉันจะฝึกให้พวกเขาหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปทำงานที่เจียงวานได้แล้ว” โหยวโหย่วหยูรายงาน
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดต่อ “ว่าแต่ เรื่องพี่เลี้ยงเด็กไปถึงไหนแล้ว”
โหยวโหยว่หยูเห็นด้วยทันที “เรื่องนี้ไม่นานหรอก เดี๋ยวฉันจะไปจัดการต่อให้”
หลังจากนั้น เขาก็ลุกขึ้นและเดินออกไป
ตอนเที่ยง หลินเจียอินก็ได้กลับไปที่เจียงวานเพื่อเลี้ยงลูกของเธอ
เหลิ่งเวยขับรถไปส่งเธอตอนที่เธอเดินทาง และเธอไม่อยากให้เจียงเสี่ยวไป๋ไปด้วยเหมือนกัน เพราะเจียงเสี่ยวไป๋จะได้อยู่ที่ออฟฟิศและจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป
เมื่อโรงเรียนประถมเลิกเรียนในช่วงบ่าย เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ไปรับเจียงชานที่โรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่
หลังจากที่ได้พิจารณาแล้วว่าหลังเลิกเรียนจะต้องมีคนจำนวนมากเดินออกมา เขาจึงมาถึงช้ากว่าสิบนาที และทันทีที่มาถึงหน้าประตูโรงเรียน เขาก็เห็นเจียงชานยืนอยู่ที่ประตูพอดี
หลังจากจอดรถแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินเข้ามาแล้วถามว่า “ชานชาน เปิดเทอมวันแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง ? ”
“รู้สึกสนุกมากเลยค่ะ ! ” เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้มแล้วกระโดดขึ้นไปกอดเขา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “โอ้ งั้นก็ดีเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าตาม “ใช่ หนูไม่รู้เลยว่าครูประจำชั้นจะเป็นพี่โฮ่วผิง และเขายังเลือกหนูให้เป็นหัวหน้าห้องด้วย ! ”