ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1059 ตลกมาก
ตอนที่ 1059 ตลกมาก
วันต่อมา
ตอนเที่ยง เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้กลับมาที่บ้าน
“คุณอา ! ”
“อาสะใภ้ ! ”
ทันทีที่เจียงชานเห็นทั้งสองคน เธอก็ทักทายพวกเขาด้วยความคิดถึง
หลังจากที่ทักทายเสร็จแล้ว เธอก็พูดว่า “มารับถิงถิงใช่ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงยิ้ม “ชานชานรู้อยู่แล้วใช่ไหม ! ที่ถิงถิงกำลังจะไปเรียนโรงเรียนที่เจี้ยนหยาง ! ”
เจียงชานพยักหน้า “แล้วจะไปกันเมื่อไหร่เหรอคะ ? ”
หลัวเจาตี้ยิ้มและพูดว่า “อะไรกัน พวกอาเพิ่งมาเอง จะไล่พวกอาให้กลับไปแล้วเหรอ ? ”
เมื่อเจียงชานที่ได้ยินอย่างนั้น เธอก็รีบโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่อยากให้ถิงถิงไปเลย”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ถิงถิงเองก็ไม่อยากไปเหมือนกัน แต่ในวันหยุดก็ยังสามารถมาเที่ยวเล่นหากันได้นะ”
หลังจากนั้นไม่นาน เจียงเสี่ยวเฟิงและหลินเจียอินต่างก็พาเจ้าตัวเล็กออกไป
“พี่ชาย พี่สะใภ้ ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ต่างก็ทักทายพวกเขา จากนั้นจึงค่อยเดินไปหาเจียงอันและเจียงห่าว
“อันอัน ! ”
“ห่าวห่าว ! ”
“อามาหาหนูแล้ว ! ”
“อาสะใภ้เองก็มาด้วยนะ ! ”
หลังจากนั้นไม่นาน หลัวเจาตี้และหลินเจียอินก็เข้าไปอุ้มเจ้าตัวเล็กคนละคน เจียงเสี่ยวไป๋และเจียงเสี่ยวเฟิงเลยเดินออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นบุหรี่ให้น้องชาย
ทั้งสองจึงได้จุดบุหรี่สูบและเริ่มพูดคุยกัน
“ทุกอย่างที่นั่นเรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ถาม
เจียงเสี่ยวเฟิงพยักหน้า “เรียบร้อยหมดแล้ว ผ่านไปได้ดีเลย ! ”
เขาเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดอย่างซาบซึ้งว่า “ต้องขอบคุณพี่ชายมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก พี่น้องก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้วสิ จริงไหม ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวต่ออีกว่า “ตอนนี้นิคมอุตสาหกรรมของเราสร้างได้ดีจริง ๆ โรงเรียนด้านในสวยงาม โรงพยาบาลก็สร้างขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังมีห้องพักพนักงานที่สร้างเป็นหลัง ๆ อีกด้วย”
“ตอนนี้คนงานทุกคนในโรงงานต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาได้ใช้ชีวิตในการทำงานอย่างสงบสุขและมีความสุขมากจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋เป่าควันออกมา แล้วพูดว่า “ที่จริงโครงการเฟสแรกมีขนาดใหญ่มาก และคาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะแล้วเสร็จ ตอนนี้เลยยังทำได้แค่นั้นอยู่”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ผมรู้ว่ามันเป็นโครงการใหญ่และยังไม่แล้วเสร็จดี แต่ในตอนนี้คิดว่ามันก็ดีแล้วนะ”
“แต่พี่ใหญ่ยังไม่รู้ว่าคนที่มานิคมอุตสาหกรรมหลายคนส่วนใหญ่แล้วต่างก็อยากที่จะทำงานในโรงงานของเรากันทั้งนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่แปลกใจกับสิ่งนี้ เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เรียกว่าการปลูกต้นมะเดื่อเพื่อดึงดูดนกเฟิ่งหวง”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “นายอำเภอหลินก็พูดแบบนี้เหมือนกัน”
“ตอนนี้หลายโรงงานต่างก็อยากย้ายเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ สำนักงานส่งเสริมการลงทุนเองจากที่เคยเงียบเหงา ตอนนี้ก็กลับมาคึกคักแล้ว”
……
สองพี่น้องพูดคุยกันเป็นเวลานาน และก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพูดคุยกันจนหวังซิ่วจวี๋ได้มาบอกว่าอาหารเสร็จแล้ว
ทันทีที่อาหารถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบเหล้าออกมา
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “พี่ชาย วันนี้ผมตั้งใจว่าจะไม่ดื่ม เพราะตอนบ่ายผมจะต้องพาถิงถิงไปเจี้ยนหยางแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “ทำไมรีบไปจัง ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “เจาตี้และผมต่างก็พากันมาที่นี่ทั้งคู่ ถ้าไม่มีคนอยู่นั่นก็จะไม่มีใครดูแลที่นั่นน่ะสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แล้วทำไมนายถึงไม่อยู่นี่สักวันแล้วค่อยกลับล่ะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย”
หลินเจียอินกล่าวต่ออีกว่า “เสี่ยวเฟิง เจาตี้ เรื่องนี้พวกเธอสองคนต้องเรียนรู้จากพี่ใหญ่ของพวกเธอให้มาก ๆ นะ เขาน่ะเป็นแบบนี้มานานแล้ว นี่ก็ไม่เข้าบริษัทมานานแล้วด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ต้องทำเองทุกอย่างเสียหน่อย ผมก็แค่เป็นหัวหน้าเฉย ๆ ”
“แต่ละแผนกในเจียงเจียกรุ๊ปมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องและทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ผมไม่จำเป็นต้องไปทำทุกอย่างด้วยตัวเองเสียหน่อย ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “พี่สะใภ้ ผมไม่มีความสามารถเท่าพี่ใหญ่หรอก”
เจียงไห่หยางทำเสียงไม่พอใจแล้วกล่าวว่า “เขาแค่ไม่อยากจะอยู่ที่ต่างหากนี่ ! ”
คำพูดที่ประชดแดกดันนี้
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ชานชานและถิงถิงกำลังจะแยกจากกันตั้งหนึ่งภาคการศึกษา พักอยู่นี่สักคืนไม่ได้เหรอ ? ”
เธอคุ้นเคยกับการดูแลเจียงถิง แต่เธอก็ทนไม่ได้ที่จะถูกพรากจากกันอย่างกะทันหันเหมือนกัน
เจียงถิงกินอย่างมีความสุขในตอนแรก แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดกันแบบนั้น ความสุขของเธอก็หายไปในทันที
“พ่อคะ เราค่อยกลับพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ ? ”
แม้ว่าเธอจะอยากไปหาพ่อแม่มาโดยตลอด แต่เธอก็ไม่มีความสุขที่ต้องแยกจากกันไปอย่างกะทันหันแบบนี้
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ต่างก็มองหน้ากัน พวกเขาคิดแค่เรื่องงานและอยากที่จะกลับไปเร็ว ๆ แต่พวกเขาไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของลูกเลย
“อืม งั้นวันนี้ยังไม่กลับก็ได้ ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ใช่ ใช่ คืนนี้เราจะยังไม่กลับกัน ! ” หลัวเจาตี้ก็พูดอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“แม่ จริงเหรอคะ ? ” เจียงถิงถามอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นลูกสาวของเธอมีความสุขมากขนาดนี้ หลัวเจาตี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาในทันที
“ถิงถิง หลังอาหารเย็นแล้วก็เล่นด้วยกันกับพี่ชานชานให้เต็มที่ไปเลยนะ พรุ่งนี้ก็จะต้องแยกกันแล้ว”
“อื้ม ! ”
“อื้ม ! ”
เจียงชานและเจียงถิงต่างก็ตอบรับกันอย่างมีความสุข
คืนนั้น เด็กน้อยทั้งสองจึงเล่นด้วยกันไปจนดึก ก่อนที่จะผล็อยหลับไป
วันรุ่งขึ้น เจียงถิง เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ต่างก็ได้กลับไปที่เจี้ยนหยาง
เจียงเสี่ยวไป๋อยู่บ้านอีกสองสามวัน เพียงพริบตาเดียวก็ถึงเดือนกันยายนแล้ว และโรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่ก็กำลังที่จะเปิดเทอมอยู่ด้วยเหมือนกัน
เมื่อถึงตอนเย็น หลินเจียอินก็ได้จัดกระเป๋านักเรียนให้กับเจียงชาน
เธอเก็บกล่องดินสอ ยางลบ ดินสอ กบเหลาดินสอ และหนังสือการบ้านเข้ากระเป๋าอย่างระมัดระวัง
“หม่าม๊า เตรียมกระเป๋ามานานแล้ว ยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ ? ” เจียงชานมายืนข้างๆ หลินเจียอินและพูดด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “หม่าม๊าของหนูเธอกลัวว่าจะลืมอะไรหรือเปล่าไง เธอเลยดูกังวลมากเป็นพิเศษ”
เจียงชานพยักหน้ารัว ๆ ราวกับไก่จิกข้าวเปลือก
สักพัก เธอก็หันกลับมาถามว่า “ป่าป๊า แล้วตอนที่ป่าป๊ายังเรียนอยู่ล่ะคะ ? ป่าป๊ากังวลแบบนี้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ตอนที่พ่อไปโรงเรียนครั้งแรก พ่อไม่มีกระเป๋านักเรียนด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเครื่องเขียนอะไรเหล่านั้นหรอก”
มีแต่ในดวงตาที่เผยให้เห็นถึงความสุขที่ได้ไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก
ความสุขในตอนนั้นช่างบริสุทธิ์มาก มันเป็นความสุขที่เรียบง่าย ต่อให้ต้องเดินไปโรงเรียนเป็นระยะทางหลายลี้ทุกวัน หรือแม้ว่าจะต้องหิวเป็นเวลาครึ่งค่อนวันหลังจากการเรียนทั้งวัน และกลับบ้านยังต้องกลับมาทำงานบ้านอีก
แต่ในตอนนั้น มันเป็นความเหนื่อยที่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
ความรู้สึกตอนไปโรงเรียนเป็นความรู้สึกที่ดีมาก
เจียงเสี่ยวไป๋กอดเจียงชานและเล่าให้เธอฟังว่าเขารู้สึกอย่างไรเมื่อตอนที่ไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก เขายิ้มและพูดว่า “แถมครั้งแรกที่ป่าป๊าเข้าไปในห้องเรียน มันก็ตลกมากด้วย ! ”
เจียงชานถามอย่างอยากรู้ทันที “มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “ตอนเรียน พ่อไม่รู้อะไรเลย ปู่ของหนูส่งพ่อไปโรงเรียนในตัวอำเภอ ทันทีที่พ่อเดินเข้าไปในห้องเรียน ก็ได้เห็นเด็กวัยใกล้เคียงกันมากมายและคุณครูแปลกหน้าหลายคน เลยทำให้พ่อกลัวมาก ในตอนนั้น…. .”
เจียงชานหัวเราะออกมาเสียงดัง “ป่าป๊าก็มีเรื่องให้กลัวเหมือนกันเหรอคะ ? ”
ในสายตาของเธอ ป่าป๊าของเธอเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดมาโดยตลอดและไม่เคยกลัวอะไร
เจียงเสี่ยวไป๋ลูบหัวของเธอแล้วพูดว่า “ตอนนั้นป่าป๊ายังเด็ก ก็เลยยังไม่ค่อยเข้าใจอะไร”
เจียงชานเร่งเร้า “ป่าป๊า รีบเล่าให้หนูฟังเร็วว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ? ”
“ที่จริงก็ไม่มีไรมากหรอก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตอนนั้นอาจารย์ก็เริ่มเดินเข้าไปในห้องเรียน และเริ่มเรียกชื่อ”
“พอเรียกถึงชื่อของพ่อ พ่อก็ตอบกลับไปว่า ‘เอ้อ’ เหมือนตอนที่พ่อตอบกลับเวลาที่คุณปู่และคุณย่าของหนูเรียกพ่อ”
เมื่อเจียงชานได้ยิน เธอก็หัวเราะออกมาในทันที
“ป่าป๊าตลกมาก ! ”
“ตอนที่อาจารย์เรียกชื่อ ป่าป๊าทำไมไม่ตอบว่า ‘มาครับ’ แต่กลับตอบ ‘เอ้อ’ ! ”
“ตลกมาก ! ”