ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1065 เตรียมทำการใหม่
ตอนที่ 1065 เตรียมทำการใหม่
หลังจากวางสายแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มออกมา
ตามความทรงจำของเขา ในชาติที่แล้วไม่มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจทางตอนใต้ของเมืองชิงโจว แต่ในชีวิตนี้เขาได้สร้างสวนอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของเมือง นอกจากนี้อำเภอชิงซานยังอยู่บนเขตชานเมืองทางใต้ของชิงโจว และเมืองนี้มีโรงงานอาหารกระป๋อง โรงงานบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก โรงงานผลิตน้ำแร่และโรงงานอื่น ๆ ทางเทศบาลเมืองชิงโจวได้กำหนดให้ ‘หนึ่งเขต สามอำเภอ’ เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจ
ส่วนจะปรับเปลี่ยนการบริหารอย่างไรก็เป็นเรื่องของเทศบาล
เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่กระทบต่อเขา และเขาก็ไม่ต้องกังวลกับมันด้วย
ในทางตรงกันข้าม การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจทางตอนใต้ของเมืองจะช่วยเร่งกระบวนการขยายเขตทางตอนใต้ของเมือง และเจียงวานจะถูกรวมเข้ากับเขตเมืองเร็วกว่าชาติที่แล้ว
ด้วยวิธีนี้ ทั้งบ้านของเขา พิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ตลอดจนถนนเชิงวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างขึ้นก็จะมีมูลค่ามากขึ้น
เขาวางก้นบุหรี่ในมือแล้วเรียกหลี่ชิงอีทันที
“เสี่ยวหลี่ ไปเชิญผู้อำนวยการโหยวมาหน่อย”
“ได้ค่ะ ! ”
หลี่ชิงอีรับคำสั่งและออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้น โหยวโหย่วหยูก็มาถึงและถามด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า ? ”
“เหล่าโหยว เชิญนั่งลงก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้โหยวโหย่วหยูนั่งลงแล้วยื่นบุหรี่ให้เขา
โหยวโหย่วหยูรับมันมา และขอบคุณเขา ก่อนจะนั่งลง
“เหล่าโหยว ครั้งล่าสุดที่ผมบอกคุณให้ไปหาช่างฝีมือด้านต่าง ๆ มา ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามขณะสูบบุหรี่ไปด้วย
โหยวโหย่วหยูกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ตามที่คุณบอกมา ฉันได้ให้คนไปหาช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงทั้งหมดในแปดอำเภอของเมืองชิงโจว ซึ่งเราหาได้มากกว่าสามร้อยคนจากทุกสาขาอาชีพ”
“มากขนาดนั้นเลยเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ต้องรู้ก่อนว่าในยุคสมัยต่อมา ประเทศได้ให้ความสำคัญกับช่างฝีมือพวกนี้มาก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนหนึ่งหรือสองคนในเมืองหรืออุตสาหกรรมแบบนี้
ทว่าคนของเขากลับหาได้เยอะมากในคราวเดียว
นี่คือสิ่งที่เขาไม่คาดคิด
โหยวโหย่วหยูกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม ช่างฝีมือแบบดั้งเดิมเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอายุมากแล้ว โดยพื้นฐานแล้วมีอายุมากกว่าสี่สิบปี ดูเหมือนว่าคนหนุ่มสาวในยุคนี้จะไม่สนใจงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม และมีน้อยคนที่เต็มใจจะเรียนรู้งานหัตถกรรมเหล่านี้ ในอนาคตก็อาจจะขาดแคลนช่างฝีมือพวกนี้ได้ . . ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ไม่ใช่แค่อาจจะ แต่คนหนุ่มสาวในยุคนี้ไม่สนใจที่จะเรียนรู้งานฝีมือแบบดั้งเดิมเหล่านี้จริง ๆ
ทำให้เห็นแนวโน้มได้อย่างชัดเจน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ต่อมาประเทศจะไม่สามารถหาผู้สืบทอดงานหัตถกรรมที่เป็นเหมือนมรดกทางวัฒนธรรมได้
โหยวโหย่วหยูกล่าวต่ออีกว่า “นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะค้นพบช่างฝีมือมากมาย แต่หลายคนก็ไม่ได้ทำอาชีพพวกนี้แล้วด้วย เพาะพวกเขาเปลี่ยนไปทำงานอื่นกันหมด”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า สถานการณ์นี้เกินความคาดหมายของเขามาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่
เพราะเขาสนใจเพียงแต่ว่า คนเหล่านี้มีฝีมือระดับไหน ?
หลังจากถามไป โหยวโหย่วหยูก็ตอบว่า “ฉันจะพูดอย่างไรดี แม้ว่าคนเหล่านี้จะเก่งในด้านที่ตนเองถนัด แต่ส่วนใหญ่ก็มีทักษะที่ค่อนข้างหยาบ ฝีมือของพวกเขาก็แค่บ้าน ๆ ดูธรรมดา และไม่ค่อยมีผลงานที่โดดเด่นสักเท่าไหร่ ที่จะสามารถเอาไปแสดงโชว์ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมก็พอจะเดาได้ว่าต้องเป็นแบบนี้”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “ดังนั้น ให้คุณไปบอกคุณเมิ่งว่าให้จัดตั้งแผนกวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในบริษัท เพื่อจัดระเบียบและค้นหาช่างฝีมือในสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป้าหมายการค้นหาของเราไม่ได้จำกัดเพียงช่างฝีมือทั้ง 23 ประเภทเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง ช่างทำเซรามิก ช่างทำเครื่องเคลือบ, ช่างเย็บปักถักร้อย, ช่างทอผ้า, ช่างตัดกระดาษ, ช่างแกะสลัก หรือแม้กระทั่งด้านการทำอาหาร, การทำขนมพิเศษ เป็นต้น”
“สรุปคือ รวมวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศเรามาให้หมด”
โหยวโหย่วหยูกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ผู้ช่วยเจียง แบบนี้มันจะไม่เป็นงานใหญ่เกินไปเหรอครับ”
“ผมรู้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดต่อ “แต่เนื่องจากเรากำลังค้นหาทั่วประเทศ เราก็ต้องแยกประเภทให้ชัดเจน จากนั้นก็ต้องลงลึกถึงระดับความสามารถของพวกเขา เพราะเราจะค้นหาผู้ที่มีฝีมือระดับปรมาจารย์มาเท่านั้น”
โหยวโหย่วหยูพูดด้วยความลำบากใจ “ยิ่งแยกระดับก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ในบริษัทคงไม่มีใครสามารถดูแลเรื่องนี้ได้แน่ เพราะไม่มีใครมีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้มาก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว “นี่ไม่ใช่งานระยะสั้น ต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้นเสมอ ! ”
โหยวโหย่วหยูพยักหน้า “ผู้ช่วยเจียง คุณพูดถูก ไม่ว่าเราจะไม่คุ้นเคยกับงานสักแค่ไหน ทุกอย่างก็ต้องมีการเริ่มต้นเสมอ”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย “ถูกต้อง ! ”
จากนั้น โหยวโหย่วหยูก็พูดว่า “แล้วช่างฝีมือทั้ง 23 ประเภทที่เราหามาได้ล่ะ จะทำอย่างไรกันต่อดีครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “อย่างที่ผมบอกไปครั้งที่แล้ว ก่อนอื่นเราต้องหาช่างหิน ช่างตีเหล็ก และช่างไม้มาให้ได้ก่อน ตอนนี้มีทั้งหมดกี่คนแล้ว ? ”
โหยวโหย่วหยูกล่าวว่า “เรามีช่างหิน 23 คน ตอนนี้ฉันให้ไปทำงานในเหมืองหิน, ช่างตีเหล็ก 11 คน ให้ไปทำงานในโรงงานโต๊ะหลุมไฟ และช่างไม้ 46 คนให้ไปทำงานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล คุณก็รับช่างพวกนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เลย แล้วย้ายพวกเขามาทำงานที่เจียงวาน”
โหยวโหย่วหยูตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจ “ทำไมคุณถึงจะย้ายพวกเขาไปที่เจียงวานล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมกำลังวางแผนที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ติดถนนเส้นเจียงวานไปเซี่ยงเจีย”
โหยวโหย่วหยูรู้เรื่องนี้ แต่ไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด เขาจึงถามออกมาว่า “คุณตั้งใจจะให้ช่างเหล่านี้ไปทำงานที่นั่นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในหมู่บ้านหวังเจียมีเหมืองสามแห่งที่เป็นเหมืองหินดอกเบญจมาศ ตอนนี้มีการขุดหินออกมาจำนวนมาก เรามาสร้างเหมืองชั่วคราวในหมู่บ้านเซี่ยงเจียก่อน เพื่อขนย้ายหินดอกเบญจมาศมาไว้และเราจะสร้างเป็นสวนหินดอกเบญจมาศ”
“หือ ดอกเบญจมาศที่ว่ามานี้ทั้งหมดเป็นหินงั้นเหรอ ? ”
โหยวโหย่วหยูอ้าปากค้าง พลางตกตะลึงกับความอุตสาหะของเจียงเสี่ยวไป๋ แต่เขาก็สามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้ว มันจะสวยงามเพียงใด
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่เพียงแต่จะสร้างขึ้นมาด้วยหินดอกเบญจมาศเท่านั้น แต่ยังจะใช้ไม้มะฮอกกานีมาสร้างเป็นโครง อาคารทั้งหมดในสวนดอกเบญจมาศของเราจะทำจากหิน ส่วนโครงสร้างจะเป็นไม้”
โหยวโหย่วหยูพูดว่า “หินดอกเบญจมาศเรามีอยู่แล้วครับ แต่ไม้มะฮอกกานีล่ะ.. ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องไม้มะฮอกกานีหรอก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรามีไม้มะฮอกกานีมากมาย รวมถึงไม้ชิงชัน ไม้พะยูงสีทอง เราก็แค่ไปซื้อมาจากพ่อค้าไม้”
โหยวโหย่วหยูกล่าวว่า “เนื่องจากคุณมีแผนแล้ว งั้นก็เอาตามนี้แหละครับ ส่วนฉันจะจัดการเรื่องคนงานให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและตบไหล่โหยวโหย่วหยู “ขอบคุณมากนะเหล่าโหยว ขอบคุณที่ยอมทำงานหนัก ! ”
โหยวโหย่วหยูยิ้ม “ผู้ช่วยเจียงก็สุภาพเกินไป งั้นฉันขอตัวจะไปจัดการให้ก่อน”
เขายืนขึ้น
“เดี๋ยวก่อน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋หยุดเขาไว้
โหยวโหย่วหยูถามว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณมีอะไรอีกหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันบอกคุณก่อนหน้านี้ว่าจะจัดตั้งแผนกวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ คุณย้ายหลี่เจียซึ่งตอนนี้เธอทำงานอยู่ที่ร้านโยวผิ่นให้มาทำงานในแผนกนี้ เธอน่าจะถนัด”
“หลี่เจีย ? ” โหยวโหย่วหยูพอจะจำหน้าค่าตาของเธอได้ แต่ก็คลับคล้ายคลับคลา “เธอเป็นน้องสาวฝาแฝดของหลี่ลี่ใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่ เธอนั่นแหละ”
โหยวโหย่วหยูพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ ไม่มีปัญหา ฉันจะย้ายเธอมาที่นี่วันนี้เลย”