Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 113 :ข่าวแพร่ไปแล้ว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 113 :ข่าวแพร่ไปแล้ว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 113 :ข่าวแพร่ไปแล้ว

    

    หูฉางจวินไม่เคยคิดมาก่อนจริง ๆ ว่าการกินกุ้งอบน้ำมันจะใช้น้ำมันเปลืองขนาดนี้

    

    เพราะน้ำมันพืชราคาชั่งละ 9 เหมาเชียวนะ

    

    เขาไม่กล้าตัดสินใจเอง

    

    “งั้นฉันขอกลับไปปรึกษากับแม่ของหย่งหว๋าก่อน”

    

    หูฉางจวินเดินคอตกกลับไป ทิ้งให้เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินมองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก

    

    นี่มันอะไรกันเนี่ย !

    

    “วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กว่าจะทำกุ้งอบน้ำมันให้เขาเสร็จก็คงดึกพอดี”

    

    หลินเจียอินพูดด้วยความสงสาร

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับส่ายหน้าอย่างจนใจ “ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว แต่เขาก็ยังอยากให้ผมช่วยทำ ผมจะมีทางเลือกอะไรได้อีก”

    

    หลินเจียอินพยักหน้า เธอเห็นด้วยกับเขาเช่นกัน

    

    เพราะเขาเป็นเพื่อนบ้าน ต้องเห็นหน้ากันทุกวัน หากปฏิเสธแรงไปอาจจะมองหน้ากันไม่ติดได้

    

    ทว่าทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าหูฉางจวินเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

    

    “เสี่ยวไป๋ กลับมาแล้วหรือ ! ”

    

    “เสี่ยวไป๋ ตอนนี้ไม่ยุ่งแล้วใช่ไหม ! ”

    

    “เสี่ยวไป๋ ช่วยอะไรฉันหน่อยสิ ! ”

    

    “……”

    

    หูฉางจวินเดินออกไปได้ไม่นาน หูฉางปิน เจียงไห่กุ้ย เจียงเสี่ยวหลี่ และคนอื่นก็พากันยกโขยงมาราวกับนัดกันไว้

    

    ในมือของทุกคนต่างก็ถือถังไม้เอาไว้คนละถัง

    

    เขามีบทเรียนจากหูฉางจวินแล้ว มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะกระตุกอย่างแรง

    

    ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพวกเขามาทำอะไร

    

    ว่ากันว่ามาถึงบ้านให้นับเป็นแขก เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากไล่พวกเขากลับ จึงทำได้เพียงพูดกับพวกเจียงไห่กุ้ยเหมือนที่พูดกับหูฉางจวินไปตอนแรก

    

    จากนั้นเขาก็พูดอีกว่า “และเรื่องฆ่ากุ้ง ทุกคนต้องทำเอง”

    

    เมื่อรวมกับปริมาณกุ้งที่หูฉางจวินนำมา พวกเขาเจ็ดครอบครัวเอากุ้งมารวมแล้วเกือบหนึ่งร้อยชั่งได้ เขาจะไม่ทำให้เด็ดขาด

    

    จุดนี้ เจียงไห่กุ้ยและคนอื่นไม่คัดค้านเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อุตส่าห์ช่วยทำให้ ไหนต้องมาขอพึ่งพิงเครื่องเทศและส่วนผสมของเขาอีก ฉะนั้นแค่เรื่องฆ่ากุ้ง พวกเขาจึงยินดีที่จะลงมือทำเอง

    

    แต่พวกเขาก็รู้สึกไม่ต่างจากหูฉางจวิน ในใจของแต่ละคนต่างคิดว่าหากต้องใช้น้ำมันเป็นชั่งในการทำกุ้งอบน้ำมันหม้อหนึ่ง สุดท้ายแล้วมันจะคุ้มค่าสำหรับพวกเขาหรือไม่

    

    และในตอนนี้เอง หูฉางจวินกลับมาพร้อมกับหม้อน้ำมันสกปรกอยู่ในมือ

    

    “เสี่ยวไป๋ ที่บ้านของฉันไม่มีน้ำมันเยอะขนาดนั้น”

    

    “นายว่าฉันพอจะลดปริมาณลงได้ไหม ? ”

    

    หูฉางจวินพูดอย่างเก้อเขิน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองหม้อน้ำมัน และเห็นว่าน้ำมันในหม้อนั้นเกือบจะอยู่ก้นหม้อแล้ว น่าจะเหลือไม่ถึง 2 เหลี่ยง

    

    เขาจึงพูดว่า “น้ำมันของนายน่าจะพอทำกุ้งอบน้ำมันได้แค่ชั่งกว่า ๆ เท่านั้น”

    

    หูฉางจวินพูดอย่างเขินอาย “งั้นช่วยทำให้ฉันสัก 2-3 ชั่ง แล้วใช้น้ำมันน้อยลงได้ไหม”

    

    ใส่น้ำมันน้อยแล้วจะเรียกว่ากุ้งอบน้ำมันได้อย่างไร ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หมดคำจะพูด

    

    แต่เขาก็รู้ว่าคนในชนบทมีวิถีชีวิตที่ยากลำบากขนาดไหน มันไม่ต่างอะไรจากเนื้อร้องในเพลงของคนรุ่นหลังที่ว่า “ในมือถือหมั่นโถว ในจานไม่มีน้ำมันสักหยด”

    

    และดูจากที่หูฉางจวินยกหม้อน้ำมันมาทั้งใบแบบนั้น คาดว่าที่บ้านของพวกเขาคงจะเหลือน้ำมันน้อยมากจริง ๆ

    

    ถ้าวันนี้เขาทำกุ้งอบน้ำมัน หากพรุ่งนี้เขาไม่ไปตลาด เขาก็จะไม่มีน้ำมันไว้ทำอาหารกินแล้ว

    

    “ได้ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วกัน ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงอย่างจนใจ เขาคิดในใจว่าอย่างมากก็คงต้องใช้น้ำมันที่เหลือที่บ้านด้วย

    

    เจียงไห่กุ้ยได้ยินก็รีบพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ของฉันก็ลดปริมาณลงเหมือนกัน เดี๋ยวฉันจะกลับไปเอาน้ำมันมาจากที่บ้านด้วย”

    

    คนอื่นต่างก็บอกว่าจะขอลดปริมาณลงเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกพอใจมาก

    

    เมื่อบ้านนั้นนำน้ำมันมาเล็กน้อย บ้านนี้นำน้ำมันของตนเองมาร่วมแจมบ้าง ในที่สุดทั้งเจ็ดครอบครัวก็สามารถรวบรวมน้ำมันได้ราว 1 ชั่งกว่า ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ทำกุ้งอบน้ำมันสองหม้อ ได้ประมาณ 20 กว่าชั่ง

    

    เจียงไห่กุ้ย หูฉางจวินและคนอื่นแบ่งกุ้งกัน แล้วขอตัวกลับบ้านใครบ้านมันอย่างมีความสุข

    

    คาดว่าในคืนนี้ ลูกหลานในครอบครัวของพวกเขาจะไม่ร้องไห้โวยวายแล้ว

    

    กว่าเขาจะทำเสร็จก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงไปอาบน้ำนอน

    

    เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวเฟิงไม่ได้รอเขาอยู่ในลานบ้านเหมือนทุกที แต่นำกุ้งเครย์ฟิชที่จับได้ใส่ในถังใบใหญ่และนำไปวางบนถนนลูกรังโดยตรง

    

    แบบนี้จะได้ช่วยเบางานของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    วันนี้มีตลาดพอดี เจียงเสี่ยวหยุนตื่นแต่เช้าตรู่สะพายกระบุงไว้ด้านหลังเดินเข้าตัวอำเภอ เมื่อมาถึงถนนลูกรังและเห็นว่าเจียงเสี่ยวเฟิงกำลังยืนเฝ้าถังไม้หลายใบ ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ “พี่เสี่ยวเฟิงทำอะไรหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงตอบ “พี่รองของฉันจะใช้กุ้งเครย์ฟิช ฉันกำลังรอเขามายกขึ้นรถพ่วงข้าง”

    

    “กุ้งเครย์ฟิช ? ”

    

    เจียงเสี่ยวหยุนเดินไปที่ด้านข้างของถังไม้แล้วชะโงกหน้ามอง พลางพูดว่า “แมลงตัวใหญ่ที่ทำลายกล้าข้าวพวกนี้น่ะหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงพยักหน้า

    

    เจียงเสี่ยวหยุนจึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “พี่รองของพี่ลากกุ้งเครย์ฟิชพวกนี้ไปขายในเมืองงั้นหรือ ? แล้วมันคุ้มเงินไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงและเจียงเสี่ยวหยุนมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพียงแต่เป็นญาติที่ค่อนข้างจะห่างเหิน ไม่ได้สนิทกันมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ตอบอย่างไม่ปิดบังว่า “ตอนนี้เขากำลังลองตลาด อีกไม่กี่วันน่าจะรับซื้อในเจียงวานที่ราคาชั่งละ 3 เหมา”

    

    ซี๊ด……

    

    เจียงเสี่ยวหยุนสูดลมหายใจเข้าด้วยความตกใจ

    

    “ชั่งละ 3 เหมา ? ”

    

    “พี่เสี่ยวเฟิงอย่ามาล้อฉันเล่นนะ”

    

    ในเจียงวานมีพื้นที่นาข้าวและหนองน้ำโคลนมากมาย ทุกที่ล้วนมีแต่กุ้งเครย์ฟิชทั้งนั้น สองวันมานี้เขายังไปจับพวกมันในแปลงนาของครอบครัวเขาอยู่เลย ปกติหากไม่ฆ่ามันแล้วจับโยนทิ้งก็จะนำไปป้อนเป็นอาหารหมู

    

    ไม่เคยคิดมาก่อนว่าแมลงตัวใหญ่ที่ทำลายกล้าข้าวนี้จะขายได้ราคาสูงถึงชั่งละ 3 เหมา !

    

    อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะต้องลงกล้าในแปลงนาแล้ว หากไม่จับกุ้งเครย์ฟิชในนาออกไปให้หมดก่อน พวกมันก็อาจจะทำลายกล้าข้าวเสียหายได้

    

    แบบนี้เท่ากับว่าการจับกุ้งเครย์ฟิชไม่เพียงแต่ไม่เพิ่มงานเท่านั้น แต่ยังสามารถทำเงินได้ก้อนโตด้วยน่ะสิ

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงยิ้มแล้วพูดว่า “เรื่องจริงสิ ถ้าพี่รองของฉันรับซื้อเมื่อไรแล้วฉันจะบอกนายแล้วกันนะ”

    

    เจียงเสี่ยวหยุนดีใจมาก เขาหยุดพูดคุยกับเจียงเสี่ยวเฟิงอีกครู่ใหญ่ ลืมเรื่องที่ตนเองจะรีบไปจ่ายตลาดหมดแล้ว

    

    อำเภอชิงซานจะตั้งตลาดทุกวันคู่ และจะปิดตลาดทุกวันคี่ ซึ่งพวกเขาจะได้จ่ายตลาดแค่สองวันครั้งเท่านั้น ฉะนั้นคนในหมู่บ้านจึงรีบตื่นแต่เช้าไปจ่ายตลาดกัน

    

    ไม่นานหลังจากนั้น หยางซื่อหยุน หูฉางจวิน เถียนเจียอิง และคนอื่นก็เดินผ่านมาทางนี้เช่นกัน

    

    คนอื่นน่ะยังพอได้ แต่เมื่อวานหูฉางจวินได้ให้เจียงเสี่ยวไป๋ช่วยทำกุ้งอบน้ำมันให้

    

    แม้ว่าส่วนใหญ่จะให้หูหย่งลูกชายของเขาได้กิน แต่เขาก็ลองชิมไปหลายตัวเช่นกัน

    

    รสชาติของกุ้งอบน้ำมันยังตราตรึงในใจของเขาจวบจนตอนนี้

    

    “เสี่ยวเฟิง นายบอกว่าเสี่ยวไป๋จะรับซื้อกุ้งเครย์ฟิชในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    หูฉางจวินถามอย่างตื่นเต้น “งั้นแบบนี้พวกเราก็สามารถจับไปขายให้เขาได้เหมือนกันใช่ไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงยังไม่ทันพูดอะไร เจียงเสี่ยวหยุนก็แย่งพูดขึ้นว่า: “พี่เสี่ยวเฟิงบอกว่าราคาชั่งละ 3 เหมา ตอนที่รับซื้อจะมาบอกให้ฉันรู้”

    

    พอได้ยินว่าราคารับซื้อชั่งละ 3 เหมา หูฉางจวิน หยางซื่อหยุนและคนอื่นต่างตื่นเต้นกันมาก

    

    เมื่อก่อนหลิวซือกั๋วรับซื้อมันฝรั่งลูกเล็กจากพวกเขาในราคาชั่งละ 4.5 เหมา พวกเขาแต่ละครอบครัวต่างก็นำไปขายให้ ครอบครัวที่ได้มากหน่อยก็ได้เงินสูงถึง 200 กว่าหยวน น้อยหน่อยก็อยู่ที่ 80-90 หยวน

    

    มากกว่าเงินที่พวกเขาหามาได้ตลอดหลายปีเสียอีก

    

    มันเหมือนกับว่าพวกเขารวยในข้ามคืนอย่างไรอย่างนั้น

    

    แต่น่าเสียดายที่มันฝรั่งลูกเล็กขายราคานั้นได้แค่ครั้งเดียว และไม่เคยได้ราคานั้นอีกเลย

    

    แต่การจับกุ้งเครย์ฟิชนั้นแตกต่างกัน พวกเขาสามารถจับมันได้หลายเดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมของทุกปี

    

    อย่างน้อยผู้ใหญ่หนึ่งคนก็น่าจะจับได้หลายสิบชั่งในวันที่น่าเบื่อหน่าย

    

    เท่ากับว่าในแต่ละวัน พวกเขาอาจจะขายกุ้งเครย์ฟิชได้เงินมากถึง 20-30 หยวน

    

    และหากเป็นแบบนั้นจริง พวกเขาก็อาจจะทำเงินได้ราว ๆ 2,000-3,000 หยวนตลอดช่วงฤดูกาลของมัน

    

    แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว

    

    “เสี่ยวเฟิง พอถึงตอนนั้นอย่าลืมมาบอกฉันบ้างนะ”

    

    “เสี่ยวเฟิง อย่าลืมฉันนะ”

    

    “เสี่ยวเฟิง พวกเราสองคนเป็นเพื่อนเล่นโคลนกันมาตั้งแต่เด็ก นายต้องมาบอกฉันก่อนนะ”

    

    “……”

    

    หูฉางจวิน หยางซื่อหยุนและคนอื่นต่างแย่งกันเข้ามาพูดกับเจียงเสี่ยวเฟิงจนแทบจะตัวติดกับเขา เหลือก็แค่ลากตัวเขากลับไปไว้ที่บ้านตัวเองแล้ว

    

    “เอาล่ะ ๆ พอถึงตอนนั้นฉันจะมาบอกทุกคนเอง”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงตอบรับพวกเขาไป

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 113 :ข่าวแพร่ไปแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
14/06/2026
aileen0084
เดิมพันเสน่หา
04/03/2023
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.