Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 12 :นักเลงเฉินมาทวงหนี้

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 12 :นักเลงเฉินมาทวงหนี้
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 12 :นักเลงเฉินมาทวงหนี้

    

    ตอนแรกเจียงเสี่ยวไป๋ตั้งใจว่าจะไปเดินซื้อของที่ตลาดผักเสียหน่อย เพราะเขายังมีเครื่องเทศที่ต้องซื้อเพิ่มอีก แต่เมื่อเห็นว่าฟ้าใกล้มืดแล้ว คาดว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดคงเก็บของกลับบ้านหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงกลับก่อน

    

    เมื่อเขาปั่นจักรยานออกจากเมือง เขาได้ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยว หลังจากได้กลิ่นหอมของน้ำซุปแล้ว ท้องของเขาก็เริ่มร้อง “โครก~คราก~” เขาถึงจำได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเลยทั้งวัน

    

    เขาหิวจริง ๆ

    

    หลังจากคิดดูแล้ว อีกเดี๋ยวเขายังต้องปั่นจักรยานกลับและเดินเท้ากลับบ้านอีก เจียงเสี่ยวไป๋จึงเข้าร้านไปกินบะหมี่สักชาม

    

    ราคา 3 เหมาถือว่าแพงอยู่เหมือนกัน

    

    แม้จะยังไม่อิ่ม แต่ก็ถือว่าอยู่ท้องบ้างแล้ว เมื่อคิดว่ากลับบ้านจะไปทำผัดเนื้อกระต่ายกระทะร้อน จากนั้นก็ทำหมูตุ๋นน้ำแดง แล้วค่อยผัดเนื้อแล่ชิ้นใหญ่ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาทันที เขาออกแรงปั่นจักรยานให้เร็วขึ้น

    

    เขากลับไปที่อำเภอชิงซานเพื่อคืนรถจักรยานให้แก่จางชุ่ยฮวาก่อน

    

    จางชุ่ยฮวาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อของมากมายทั้งถุงใหญ่ถุงเล็ก จึงประหลาดใจ: “คุณขายสัตว์ป่าพวกนั้นได้เท่าไหร่กันเนี่ย ? ”

    

    “ไม่เยอะหรอก 260 กว่าหยวนได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะแฮะ ๆ

    

    “เหลือเชื่อ”

    

    จางชุ่ยฮวาเอ่ยชมแล้วพูดอย่างเหลือเชื่อ “มิน่าล่ะคุณถึงได้ซื้อของมามากมายในคราวเดียวแบบนี้”

    

    เธอทำงานที่สหกรณ์จัดจำหน่ายเครื่องบริโภคอุปโภค ถือว่าทำงานในตำแหน่งที่ดีเหมือนกัน แต่เงินเดือนของเธอแค่เดือนละ 15 หยวนเท่านั้น

    

    เงิน 260 หยวนนั้นเพียงพอสำหรับเธอที่จะเก็บออมได้นานกว่าหนึ่งปี หากเธอไม่กินหรือดื่มเลยนะ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมื่อก่อนผมเคยเป็นไอ้โง่ที่ทำตัวเลว ทำให้ภรรยาและลูกต้องลำบาก ต้องขอบคุณคุณเลยนะที่ให้ผมยืมรถจักรยานไปหาเงินได้มากมายขนาดนี้ ถึงได้ซื้อเนื้อไปบำรุงพวกเธอได้”

    

    รอจนเจียงเสี่ยวไป๋เดินจากไปไกลแล้ว จางชุ่ยฮวายังคงมองแผ่นหลังนั้นหายไปในความมืด

    

    ผู้ชายคนนี้คือไอ้สารเลวที่คนเขาพูดถึงกันจริงหรือ ?

    

    ไม่เหมือนเลยสักนิด

    

    เขาไม่เพียงยอมรับความผิดพลาดของเขาอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น แต่ยังปฏิบัติต่อภรรยาและลูกของเขาอย่างดีด้วยการทำจริง

    

    ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่ง

    

    หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าภาพของเจียงเสี่ยวไป๋ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในใจของเธอไปแล้ว

    

    ในช่วงพลบค่ำของเดือนมีนาคมและเมษายนมีลมเย็นคอยพัดผ่าน เจียงเสี่ยวไป๋ก้าวเดินฉับ ๆ ต่อให้เขาถือของมาเยอะก็ไม่เปลืองแรงเลยสักนิด

    

    “ตอนนี้เมียน่าจะรอที่บ้านจนร้อนใจแล้ว ? ”

    

    “อืม ไม่รู้ว่าถ้าพวกเธอเห็นเราซื้อของมามากมายขนาดนี้จะประหลาดใจไหมนะ ? ”

    

    ระหว่างทางกลับ เจียงเสี่ยวไป๋นึกภาพสีหน้าของภรรยาและลูกตอนที่เขากลับไป ในใจของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

    

    นอกจากนี้ หลิวเจียอินยังพาชานชานไปที่แปลงนาของตัวเองเพื่อทำไร่ในตอนบ่าย กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ตอนฟ้ามืดแล้ว และเมื่อเห็นว่าประตูบ้านยังล็อกอยู่ ไม่เห็นร่างของเจียงเสี่ยวไป๋ ในใจของเธอก็พาลรู้สึกโกรธขึ้นมา

    

    “เฮอะ แล้วทำมาเป็นพูดว่าจะให้ชานชานได้กินเมนูเนื้อในตอนเย็น นี่ฟ้าใกล้มืดแล้วยังไม่เห็นกลับมา ไม่รู้ว่าไปทำตัวเถลไถลที่ไหนอีก”

    

    การเปลี่ยนแปลงของเจียงเสี่ยวไป๋ในตอนเช้านั้นทำให้เธอเกิดความคาดหวังอยู่ไม่น้อย

    

    เป็นผลให้เธอทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยในทุ่งนาตลอดทั้งบ่าย และเมื่อเธอกลับถึงบ้าน ความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลืออยู่ในใจของเธอก็หายไปทันที

    

    “ฉันก็นึกว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองแล้วจริง ๆ ”

    

    “ผลปรากฏว่าเขาก็ยังเหมือนเดิม”

    

    “เสียดายที่ฉันเกือบจะหลงเชื่อเขาแล้ว”

    

    หลิวเจียอินรู้สึกหดหู่ใจ เธอทั้งโกรธทั้งผิดหวังในตัวของสามีตนเอง

    

    “หม่าม๊า ป่าป๊ายังไม่กลับมาเลย”

    

    เมื่อไม่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงชานน้อยรู้สึกผิดหวังเช่นกัน

    

    เธอจำได้ขึ้นใจว่าป่าป๊าบอกจะให้เธอกินเนื้อในมื้อเย็น

    

    หลิวเจียอินระงับอารมณ์ เธอลูบผมที่เปียกโชก ใบหน้าสวยแย้มยิ้มอ่อนโยนและพูดว่า “พ่ออาจจะมาช้า เดี๋ยวแม่นึ่งแตงให้ลูกกินก่อนดีไหม ? ”

    

    ไม่ว่าเธอจะโกรธเจียงเสี่ยวไป๋มากแค่ไหน แต่หลิวเจียอินก็ไม่เคยเอาอารมณ์เหล่านั้นไปยัดเยียดให้ลูกของเธอ เธอพยายามฝากภาพลักษณ์ที่ดีของพ่อไว้ในใจของลูก

    

    “หม่าม๊า งั้นพวกเรารอป่าป๊ากลับมาแล้วค่อยทำอาหารเถอะ”

    

    หนูน้อยยังจำได้ว่าป่าป๊าบอกว่าจะกินเนื้อในมื้อเย็น เธอเบิกตากว้างจ้องมองหม่าม๊าอย่างน่าเวทนา

    

    มองลูกสาวตัวน้อยผู้น่าสงสาร ใจหลิวเจียอินอยากบอกว่าอย่ารอ เพราะไม่มีหวังที่จะรอ

    

    แต่เธอพูดไม่ได้จริง ๆ

    

    เธอลูบหัวของลูกสาวแล้วพูดด้วยความรักว่า “งั้นได้จ้ะ เดี๋ยวพวกเราไปซักผ้ากันก่อน”

    

    “หลังจากซักผ้าเสร็จแล้ว ถ้าพ่อเขายังไม่มา เราจะไม่รอเขาแล้ว”

    

    “ไม่อย่างนั้นถ้ากินดึก ตอนกลางคืนจะนอนปวดท้องเอาได้นะ”

    

    “อื้ม ! ” หนูน้อยพยักหน้าหงึกหงักเมื่อได้ยินแบบนี้ ดวงตากลมโตยิ้มหยีจนกลายเป็นเหมือนพระจันทร์เสี้ยว

    

    หลังจากทำงานในไร่มาตลอดทั้งบ่าย ตอนนี้ทั่วทั้งตัวของสองแม่ลูกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ หลิวเจียอินเกลี้ยกล่อมลูกสาวได้แล้วจึงปิดประตูบ้าน จากนั้นก็ต้มน้ำไว้เตรียมน้ำอาบ

    

    บ้านในชนบทไม่มีห้องอาบน้ำแยก หลิวเจียอินต้มน้ำที่เอาไว้อาบเสร็จแล้วก็เทมันลงไปในอ่างไม้ขนาดใหญ่ แล้วอาบน้ำกับชานชาน หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว สองแม่ลูกก็ช่วยกันซักเสื้อผ้าที่สกปรกของตนเอง

    

    “ปัง ปัง ปัง ! ”

    

    ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นอยู่สองสามที

    

    แม้จะบอกว่าช่วยหม่าม๊าซักผ้า แต่อันที่จริงแล้วหนูน้อยกำลังเอามือวักน้ำในอ่างเล่นต่างหาก เมื่อได้ยินเสียงดังที่หน้าประตู หนูน้อยก็หันขวับไปมอง ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ เธอลุกขึ้นตะโกนบอกหม่าม๊าว่า “ป่าป๊ากลับมาแล้ว”

    

    ท่าทางที่ตื่นเต้นของลูกทำให้หลิวเจียอินเผลอกัดฟัน

    

    เธอวางเสื้อผ้าในมือไว้ที่ขอบอ่าง จากนั้นก็เอามือจุ่มน้ำสองสามหนเพื่อล้างฟองออก หลิวเจียอินลุกขึ้นยืนพลางสะบัดน้ำในมือออกแล้วถึงเดินไปที่ประตู

    

    “ยังไม่ถือว่ากลับดึก”

    

    “ไม่รู้ว่าเขาจะเอาเนื้อกลับมาให้ชานชานจริงหรือเปล่า”

    

    หลิวเจียอินเดินไป ในใจทั้งรู้สึกคาดหวังและหวาดหวั่นเล็กน้อย

    

    “แอ๊ด……”

    

    ประตูใหญ่แง้มเปิดออก

    

    “มัวทำอะไรอยู่วะ นี่ก็ยังไม่ดึก จะรีบปิดประตูทำไม”

    

    ทันทีที่เธอเปิดประตูก็เห็นเปลวไฟคุกรุ่น มีคนถือคบเพลิงเดินเข้ามาพร้อมกับพูดอย่างเดือดดาล

    

    ไม่ใช่เจียงเสี่ยวไป๋

    

    แต่เป็นนัก…เลง……เฉิน !

    

    ด้านหลังของนักเลงเฉินมีชายร่างสูงกำยำ ใบหน้าถมึงทึง ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองมาเหมือนระฆังทองแดงสองใบด้วยท่าทางดุร้าย

    

    หลิวเจียอินหน้าซีดเผือด หญิงสาวก้าวถอยไปสองก้าวด้วยความตื่นตระหนก

    

    นักเลงเฉินดับคบเพลิงในมือแล้วเดินเข้าบ้านมา เขาขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ เพราะในบ้านหลังนี้มีตะเกียงน้ำมันก๊าดเพียงดวงเดียวที่ให้ความสว่างอยู่ในห้องโถงหลักด้วยแสงสลัว ๆ

    

    ไฟฟ้าเพิ่งเข้ามาถึงหมู่บ้านในอำเภอชิงซานเมื่อไม่กี่ปีมานี้ บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋มีสายไฟเช่นกัน แต่พวกเขาไม่ได้ใช้ไฟฟ้า ยังคงใช้ไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดอยู่เลย

    

     ไม่รู้เป็นเพราะว่าขี้เหนียวหรือจ่ายค่าไฟไม่ไหวกันแน่

    

    ความเหยียดหยามฉายชัดบนใบหน้าของเขา นักเลงเฉินหันไปถามหลิวเจียอินด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “น้องสะใภ้ น้องเสี่ยวไป๋ไม่อยู่บ้านหรือ ? ”

    

    “ไม่… ไม่อยู่”

    

    หลิวเจียอินเสียงแผ่ว

    

    นักเลงเฉินพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “น้องสะใภ้ ในเมื่อน้องเสี่ยวไป๋ไม่อยู่ งั้นเธอเตรียมเงินที่เขาติดหนี้ฉันไว้ได้ครบหรือยัง”

    

    หลิวเจียอินทำหน้าขมขื่น

    

    เมื่อวานนักเลงเฉินมาทวงหนี้ เธอต่อรองขอนักเลงเฉินยืดเวลาไปอีก 1 วันอยู่ตั้งนาน ดังนั้นเมื่อเช้าเธอถึงได้เข้าเมืองเพื่อไปขายเลือด

    

    แต่ใครจะไปคิดว่าพอเธอเดินไปถึงหน้าธนาคารเลือด เจียงเสี่ยวไป๋ผู้ไม่เคยสนใจอะไรกลับไล่ตามเธอมา เขาไม่ยอมให้เธอขายเลือด ทั้งยังให้คำมั่นสัญญากับเธอว่าจะแก้ปัญหาเรื่องเงินเอง

    

    ผลปรากฏว่าเลือดก็ไม่ได้ขาย แล้วแบบนี้เธอจะไปเอาเงินมาจากที่ไหน ?

    

    ตอนนี้นักเลงเฉินมาทวงหนี้ถึงบ้านแล้ว แต่กลับไม่เห็นแม้เงาหัวของเจียงเสี่ยวไป๋ สุดท้ายเธอต้องเป็นคนรับมือกับเรื่องยุ่งเหยิงนี้แทน

    

    “พวกผู้ชายมันเชื่อถือไม่ได้จริงด้วย”

    

    หลิวเจียอินสิ้นหวังไปทั้งใจ ร่างเพรียวของเธอสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

    

    “พี่เฉิน ไหน ๆ คุณกับเสี่ยวไป๋ก็เป็นพี่น้องกัน รบกวนขอยืดเวลาอีกสักวันได้ไหม พรุ่งนี้……พรุ่งนี้ฉันจะหาเงินมาคืนให้”

    

    หลิวเจียอินข่มความโศกเศร้าไว้ในใจแล้วขอร้องนักเลงเฉิน

    

    เธอตั้งมั่นว่าถ้าสามารถขอยืดเวลาไปได้อีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้เช้าเธอจะเข้าเมืองไปขายเลือดใช้หนี้

    

    “เฮอะ ๆ ……”

    

    นักเลงเฉินหัวเราะพลางพูดว่า “น้องสะใภ้ ถ้าคนอย่างฉันลูกพี่เฉินต้องการเงินคืน ฉันจะไม่รอข้ามวันแน่นอน เมื่อวานเห็นแก่เธอหรอกนะ ฉันถึงยอมให้ยืดเวลาไปอีกหนึ่งวันน่ะ

    

    เมื่อวานเธอรับปากฉันไว้แล้วว่าจะคืนเงินวันนี้

    

    แต่ตอนนี้เธอกลับบอกว่าขอยืดเวลาอีกวัน แล้วบอกว่าวันพรุ่งนี้จะหาเงินมาคืนให้ฉันได้อย่างแน่นอน”

    

    นักเลงเฉินโบกมือปัดแล้วพูดต่อ “เธอไม่ทำตามที่พูดเมื่อวาน แบบนี้ถือว่าไม่มีความน่าเชื่อถือสำหรับฉันอีกแล้ว ยังจะให้ฉันเชื่อเธอได้อย่างไร ? ”

    

    หลิวเจียอินหน้าซีด เธอทำไม่ได้อย่างที่พูด เป็นฝ่ายผิดคำพูดก่อน ดังนั้นเธอจึงอ้ำอึ้งพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

    

    นักเลงเฉินเห็นว่าหลิวเจียอินไม่พูดอะไร เขาจึงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ถ้าเธอไม่มีเงินคืน งั้นฉันจะพาหนูน้อยคนนี้ไปใช้หนี้แทน”

    

    ขณะที่พูด ดวงตาสีเข้มของเขามองไปที่เจียงชานราวกับหมาป่าที่จ้องเหยื่อ

    

    เจียงชานยังอายุไม่ถึง 5 ขวบดี พอได้ยินว่านักเลงเฉินจะจับตัวเธอไป หนูน้อยก็หวาดกลัวจนร้องไห้โฮออกมา ร่างเล็กร้องไห้ตัวสั่นเทา “ฮือ ๆ หม่าม๊า……หม่าม๊า……”

    

    “อย่าจับลูกสาวของฉันไป ! ”

    

    หลิวเจียอินรีบเดินเข้าไปคว้าตัวชานชานมาปกป้องไว้ที่ด้านหลังของตนเองราวกับแม่ไก่ปกป้องลูก มีความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในดวงตาที่อ่อนแอ

    

    ถ้านักเลงเฉินกล้าจับตัวลูกสาวของเธอไป เธอจะสู้กับเขาให้ถึงที่สุด

    

    นักเลงเฉินพูดด้วยรอยยิ้มเยาะ “น้องสะใภ้ ทำไมถึงไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้เมื่อวานล่ะ ถ้าวันนี้ไม่จ่ายคืน จะใช้ตัวลูกสาวของเธอมาใช้หนี้แทนยังไงล่ะ อย่าคิดจะกลับคำเชียว”

    

    “อย่านะ ! ”

    

    หลิวเจียอินปกป้องลูกสาวของเธอและอ้อนวอนด้วยเสียงคร่ำครวญ “ฉันขอยืดเวลาอีกหนึ่งวันนะ ฉันจะหาเงินมาจ่ายคืนภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้”

    

    นักเลงเฉินเม้มปากแน่น เขาไม่เชื่อว่าหลิวเจียอินจะสามารถชำระหนี้ได้ภายในเที่ยงวันพรุ่งนี้

    

    ทว่าเมื่อเขามองดูรูปร่างของหลิวเจียอินภายใต้ตะเกียงน้ำมันที่หรี่แสงสลัว ร่างสูงบางของเธอมีหน้าอกและบั้นท้ายที่สมส่วนได้รูป เป็นความงดงามอ่อนช้อยสุดจะพรรณนา

    

    อีกทั้งเธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ บนตัวของเธอมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้นักเลงเฉินเกิดความเคลิบเคลิ้ม

    

    เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก รู้สึกร้อนรุ่มอยู่ภายใน

    

    “ในเมื่อน้องสะใภ้เอ่ยปาก ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว” นักเลงเฉินจับจ้องไปที่เรือนร่างของหลิวเจียอินอย่างไม่วางตา

    

    หลิวเจียอินที่กำลังสิ้นหวังได้ยินคำพูดของนักเลงเฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอดีใจมากพลางพูดว่า “ขอบคุณพี่เฉินมาก”

    

    นักเลงเฉินกระตุกยิ้มกริ่ม “งั้นน้องสะใภ้คิดจะขอบคุณฉันยังไงล่ะ ? ”

    

    อ่า ?

    

    หลิวเจียอินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมองไปที่นักเลงเฉิน เมื่อเห็นสายตามุ่งร้ายของเขา หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น “คุณ……คุณ……จะทำอะไร ? ”

    

    นักเลงเฉินยิ้มอย่างลามก “ในเมื่อสามีของเธอไม่อยู่ที่บ้าน งั้นคืนนี้ฉันจะนอนบนเตียงของเขา ส่วนเธอก็มานอนกับฉัน แล้วฉันจะยืดเวลาให้อีกหนึ่งวัน”

    

    “อย่าแม้แต่จะคิด ! ”

    

    หลิวเจียอินหายใจถี่ เธอพูดกระชากเสียงดังขึ้น

    

    นังนี่กล้าปฏิเสธฉันหรือ ?

    

    นักเลงเฉินพูดด้วยสีหน้าชั่วช้า “สาวน้อยอย่าทำเป็นไขสือเลย นี่เธอเป็นคนขอร้องฉันเองนะ นอนกับฉันแค่คืนเดียวก็สามารถยืดระยะเวลาใช้หนี้ไปได้อีกหนึ่งวัน คุ้มค่าจะตายไป”

    

    ขณะที่พูด เขาก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วเหยียดฟูกนอนออก เตรียมจะกระโจนเข้ากอดหลิวเจียอิน

    

    หลิวเจียอินตกใจรีบถอยหนี แต่เผลอเสียหลักล้มลงกับพื้น

    

    ท่าทีตื่นตระหนกของหญิงสาวยิ่งทำให้สัญชาตญาณดิบของนักเลงเฉินพุ่งพล่าน เขาระเบิดเสียงหัวเราะแล้วยื่นมือไปหมายจะกระชากตัวเธอขึ้นมา

    

    “ไอ้คนชั่ว อย่าตีหม่าม๊านะ”

    

    เจียงชานน้อยที่อยู่ข้าง ๆ คิดว่านักเลงเฉินจะมาตีหม่าม๊า หนูน้อยจึงร้องลั่นวิ่งไปหาหม่าม๊า ใช้ร่างเล็กของตัวเองกั้นมือใหญ่ของนักเลงเฉินไว้

    

    “นังเด็กคนนี้มาขัดเรื่องดี ๆ ของฉัน ไปให้พ้น ! ”

    

    นักเลงเฉินผลักเจียงชานน้อยออก ทำให้ร่างเล็กล้มกระแทกลงกับพื้น

    

    หลิวเจียอินรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นไปอุ้มชานชานเข้ามากอด น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้

    

    “เทาจื่อ เอาเจ้าเด็กคนนี้ออกไป อย่ามาทำให้ฉันเสียเรื่อง ฉันจะทำธุระสำคัญ”

    

    นักเลงเฉินรำคาญที่เจียงชานน้อยขวางเขาอยู่ เขาหยุดสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ชั่วคราวแล้วหันกลับมาพูดกับชายร่างสูงกำยำที่เดินตามเขามา

    

    “ครับลูกพี่”

    

    หลิวหงเทาตอบรับ แล้วเดินเข้ามาหาหลิวเจียอิน

    

    หลิวเจียอินกอดชานชานถอยร่นจนสุดกำแพงแล้ว เธอไม่มีทางที่จะถอยอีกแล้ว “อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะตะโกนให้คนช่วย”

    

    หลิวหงเทาชะงักฝีเท้า แล้วหันไปหานักเลงเฉิน

    

    นักเลงเฉินระเบิดหัวเราะออกมา

    

    “ตะโกนเลยสิ ต่อให้เธอตะโกนจนคอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยเธอหรอก”

    

    พอฟ้าเริ่มมืด บ้านแทบทุกหลังในชนบทจะเริ่มปิดประตูลงกลอนกันอย่างแน่นหนา ถ้าหากไม่ทำเสียงดังเอะอะโวยวายในบ้านมากเกินไป ต่อให้เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันก็คงไม่ได้ยินเสียง

    

    อีกอย่าง ต่อให้มีคนออกมาแล้วจะทำอะไรได้ ?

    

    นักเลงเฉินพูดอย่างเลือดเย็นว่า “ใครมันจะกล้ามายุ่งเรื่องของฉัน ? ”

    

    หลิวเจียอินได้ยินก็รู้สึกหมดหวังจริง ๆ

    

    ใช่แล้ว อย่าพูดถึงเรื่องที่จะไม่มีใครมาช่วยในเวลานี้เลย ต่อให้มีคนกล้ามา แต่ใครจะกล้ายุ่งเรื่องของนักเลงเฉิน ?

    

    หรือวันนี้ฉันจะต้องโดนนักเลงเฉินข่มเหงเข้าแล้วจริง ๆ ?

    

    ถ้าต้องเป็นแบบนั้นจริง ๆ สู้ให้ฉันตายเสียยังดีกว่า

    

    สีหน้าของหลิวเจียอินอยู่ในสายตาของนักเลงเฉินมาโดยตลอด ผู้หญิงคนนี้ช่างสวยจริง ๆ ท่าทางที่หมดหนทางและสิ้นหวังของเธอมันน่าสงสารจนทำให้ใจเขาเต้นแรง

    

    เขาคิดว่า ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้จะกินแค่ครั้งเดียวได้อย่างไร ?

    

    ตอนนี้เขาเกิดความคิดอยากครอบครองเธอในระยะยาวแล้ว

    

    หลังจากพยายามระงับความปรารถนาอันเร่าร้อนในหัวใจ นักเลงเฉินพยายามเกลี้ยกล่อมเธอว่า “เจียอิน เธอทนอยู่กับคนไม่ได้เรื่องอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ไปให้ได้ประโยชน์อะไร ?

    

    นอกจากเขาจะไม่มีเงิน ไม่มีอิทธิพลอะไรแล้ว วัน ๆ ยังเอาแต่ดื่มเหล้า เที่ยวผู้หญิง เล่นไพ่ ไม่กลับบ้านกลับช่อง แบบนี้มันต่างอะไรจากปล่อยให้เธอใช้ชีวิตเป็นหญิงหม้าย ?

    

    ทำไมเธอไม่มาอยู่กับฉัน คอยปรนนิบัติฉันดี ๆ ฉันจะทำให้เธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายแน่นอน”

    

    หลิวหงเทาเองก็คอยโน้มน้าวอยู่ข้าง ๆ เช่นเดียวกัน “พี่สะใภ้ ติดตามลูกพี่ของฉันดีกว่านะ”

    

    “ถุย ! ”

    

    หลิวเจียอินถ่มน้ำลายและสาปแช่ง “พวกแกมันก็ชาติหมาเหมือนกันหมด ทำเรื่องชั่วช้ามากมายขนาดนี้ สักวันแกจะต้องได้รับผลกรรม นักเลงเฉิน ล้มเลิกความคิดสกปรกของแกซะ ต่อให้ฉันตาย ฉันก็จะไม่ยอมให้แกสมปรารถนาหรอก”

    

    คำพูดของหลิวเจียอินก็เหมือนการเทน้ำเย็นดับมอดความคิดที่นักเลงเฉินอยากจะครอบครองเธอมาเนิ่นนาน

    

    “นังสารเลวนี่ไม่รู้จักพูดจาหวานหู”

    

    “วันนี้เธอต้องตกเป็นของฉัน ! ”

    

    นักเลงเฉินด่าทอเธออย่างสาดเสียเทเสีย เขาเดินเข้าไปประชิดหลิวเจียอิน กางแขนออกเตรียมโผเข้าหาเธอ

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 12 :นักเลงเฉินมาทวงหนี้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
12/06/2026
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
63db6879
ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
14/05/2025
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.