Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 122 : ภรรยามีไอเดียดี ๆ อีกแล้ว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 122 : ภรรยามีไอเดียดี ๆ อีกแล้ว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 122 : ภรรยามีไอเดียดี ๆ อีกแล้ว

    

    “……”

    

    เขาเดินไปรอบ ๆ ไซต์งานก่อสร้าง คนงานในไซต์งานต่างทักทายเขาอย่างอบอุ่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เดินไป รับคำทักทายของคนงานทีก็ยื่นบุหรี่ให้คนงานที

    

    ที่ตัวเขาพกมาแต่บุหรี่จงฮว๋า พอคนงานรับบุหรี่ไปต่างก็พากันยิ้มแก้มปริ

    

    ถนนที่ทอดยาวออกมาจากถนนลูกรังไปจนถึงหน้าผาและเนินดินริมแม่น้ำเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว ฝายกั้นน้ำและคูระบายน้ำทั้งสองฝั่งถนนก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

    

    พื้นถนนถูกสร้างขึ้นอย่างดี ผิวถนนถูกปกคลุมไปด้วยกรวดละเอียด

    

    ไม่รู้ว่าจวงปี้เฉิงไปขนลูกกลิ้งหินขนาดใหญ่มาจากไหน คนงานนับสิบคนกลิ้งลูกกลิ้งหินขนาดใหญ่เพื่อบดผิวถนน

    

    “ระวังความปลอดภัยด้วยนะครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เดินผ่าน เขาไม่ลืมที่จะกำชับให้คนงานรักษาความปลอดภัย

    

    “วางใจได้ เถ้าแก่เจียง”

    

    คนงานตอบกลับอย่างมั่นใจ ในใจของพวกเขาเกิดความซาบซึ้งใจขึ้นมา

    

    พวกเขาเคยไปทำงานมาทุกที่ แต่นายจ้างที่คอยกำชับให้พวกเขารักษาความปลอดภัยของตนเองมีแค่เถ้าแก่เจียงคนเดียวเท่านั้น

    

    พอเดินต่อไปด้านหน้าต่อ เขาก็เห็นคนงานหกคนใช้โซ่เหล็กผูกก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งไว้ แล้วช่วยกันใช้ไม้ท่อนหนาเท่าปากชามสามท่อนมาทำเป็นคานรับน้ำหนักเพื่อย้ายหินก้อนใหญ่ เท้าของพวกเขาก้าวไปตามจังหวะอย่างพร้อมเพรียงกัน

    

    “เหล่าพี่น้อง ช่วยกันออกแรง ! ”

    

    มีคนงานตะโกนเสียงดังคอยให้จังหวะ

    

    “เมื่อขึ้นเนินต้องก้าวเดินไป……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “ไหล่ของเราถูกกดจนมีแผล……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “ลงเนินแล้ว เราต้องเดินลงเนิน ! ”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “เกร็งสะโพกของเราเอาไว้……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “แบกมันเข้าไปในภูเขาลึก……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “เจียวเจียวน้อยตกจากเกี้ยวแล้ว……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “ไม่มีทางข้างหน้าแล้ว……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “เราต้องใช้คานงัด……”

    

    “เฮ้ย ย่ะ ! ”

    

    “……”

    

    คนหนึ่งตะโกนร้องนำ คนที่เหลือแบ่งออกเป็นสองกลุ่มโดยธรรมชาติ กลุ่มหนึ่งร้องประโยคก่อนหน้า ส่วนอีกกลุ่มร้องรับ “เฮ้ย ย่ะ ! เฮ้ย ย่ะ ! ” เสียงร้องนั้นหยาบ ทว่ากลับดูมีพลัง เสียงเพลงพื้นบ้านนี้ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ให้ความรู้สึกที่น่าทึ่งมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ที่ยืนดูอยู่ด้านข้างยังรู้สึกเหมือนว่าร่างกายมีพลังขึ้นมาเช่นกัน

    

    ทำให้เขาอดที่จะรู้สึกทอดถอนใจไม่ได้

    

    ประเพณีการร้องเล่นของเหล่าแรงงานยามทำงานในยุค 80 นี้ช่างมีชีวิตชีวาเสียจริง

    

    เพราะในโลกยุคหลังนั้น ด้วยการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเศรษฐกิจ อุปกรณ์เครื่องจักรกลต่าง ๆ ได้ถูกนำมาแทนที่แรงงานคน และเสียงของเครื่องจักรคำรามเข้ามาแทนที่เสียงขับขานบทเพลงพื้นบ้านของเหล่าแรงงาน

    

    ไม่มีคนงานคอยร้องเพลงยามทำงานอีกแล้ว ไม่มีการก้าวเดินที่เป็นระเบียบตามทำนองเพลง ไม่มีแรงผลักดันที่เกิดจากใจจริง

    

    จะมีก็แต่ความขมขื่นบนใบหน้า

    

    หลังจากถอนหายใจสักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินไปที่แม่น้ำ

    

    จวงปี้เฉิงและเหลียงซือฮุยต่างก็อยู่ตรงนี้ เขาคอยสั่งให้คนงานทำที่กั้นน้ำและตอกเสาเข็มลงไป ทำให้งานเดินเร็วมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดูแล้วก็หันหลังกลับ โดยไม่รบกวนพวกเขา

    

    หลังจากเดินผ่านถนนที่สร้างขึ้นใหม่ ทำให้เขารู้สึกว่าถนนอิฐที่ปูยาวไปตลอดทางกลับบ้านดูแคบลงยิ่งขึ้น ทว่าผิวของหินกลับเป็นมัน สืบสานรอยเท้าบรรพบุรุษของชาวเจียงวานจากรุ่นสู่รุ่น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชอบความรู้สึกที่ได้เดินบนถนนสายเล็กแห่งนี้

    

    ถนนปูหินขัดมันแข็ง หญ้าเขียวขจีตลอดสองข้างทาง ดินสีน้ำตาลเหลืองและต้นกล้าสีเขียวในทุ่งนา พร้อมกับสายลมยามเย็นที่พัดผ่านมาเบา ๆ ทำให้ทุกสิ่งดูสวยงามมาก

    

    “เสี่ยวไป๋กลับมาแล้ว วันนี้เริ่มรับซื้อกุ้งหรือยัง ? ”

    

    “ตอนนี้ยังรับน้อย อีก 2-3 วันถึงจะรับซื้อเยอะ”

    

    “เสี่ยวไป๋เองหรือ เข้ามานั่งพักในบ้านก่อนสิ”

    

    “ไม่ล่ะ ฉันต้องกลับไปทำธุระต่อ ไว้วันหลังนะ”

    

    “เสี่ยวไป๋ พรุ่งนี้รับซื้อกุ้งไหม ? ”

    

    “ลุงไปหาเสี่ยวเฟิงน้องชายผมเลย เขาเป็นคนคอยรับซื้อกุ้งให้ผม”

    

    “เสี่ยวไป๋ มา ๆ มาสูบบุหรี่กัน อย่าถือสาที่มันเป็นบุหรี่ราคาถูกเลยนะ ! ”

    

    “ขอบคุณครับ ! ”

    

    เสี่ยวไป๋……”

    

    “……”

    

    ตลอดทางกลับบ้านนั้น มีชาวบ้านหลายคนทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ตอบรับทุกคนอย่างเป็นกันเองเช่นกัน

    

    เมื่อมาถึงบ้าน เจียงชานก็นั่งรออยู่ที่ธรณีประตูแล้ว

    

    “ชานชาน ทำไมลูกถึงมานั่งตรงนี้ ไม่เข้าบ้านล่ะ ? ”

    

    “หนูมารอป่าป๊า ! ”

    

    เสียงของหนูน้อยทั้งหวานทั้งอ่อนโยน เห็นได้ชัดว่าเธอมีความสุขมาก

    

    ดูเหมือนหัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋จะละลายไปกับเสียงของลูกสาว กลายเป็นพลังทำให้เขากลับมาสดชื่นอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดคล้ายกับถูกสายลมพัดหายไปในพริบตา

    

    มีภรรยาที่งดงามเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ทั้งยังมีลูกสาวที่น่ารักขี้อ้อนแบบนี้ ต่อให้ต้องลำบากแค่ไหน เขาก็จะทำให้พวกเธอมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด

    

    “เข้าบ้านกันเถอะ พ่อจะทำของอร่อยให้กิน”

    

    “ป่าป๊า วันนี้เราจะกินอะไรกันหรือคะ ? ”

    

    “ชานชานอยากกินอะไรล่ะ ? ”

    

    “ป่าป๊าทำอะไร หนูก็ชอบหมดแหละ”

    

    “งั้นพ่อทำข้าวตุ๋นหัวปลาให้กินดีไหม ? ”

    

    “ได้ค่ะ ! ”

    

    เมื่อวานเจียงเสี่ยวโจวจับปลาเฉาฮื้อมาได้สองตัว เขาจึงเอาใส่ถังมาให้เจียงเสี่ยวไป๋ วันนี้จะได้นำมาย่างกินพอดี

    

    หลินเจียอินเดินออกมาพอดี เธอได้ยินว่าเขาจะทำข้าวตุ๋นหัวปลา จึงอดถามไม่ได้ “เอาหัวปลามาตุ๋นกับข้าว ? แล้วตัวปลาล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับ “ข้าวตุ๋นหัวปลาเป็นเมนูขึ้นชื่อและอร่อยสุด ๆ ไปเลย”

    

    “ส่วนตัวปลา……”

    

    “ผมมีให้คุณทั้งชีวิต ! ”

    

    หลินเจียอินชะงักไปก่อนเล็กน้อย แต่แล้วเธอก็มีปฏิกิริยา

    

    “ไปเลยนะ ! ”

    

    เธอง้างกำปั้นขึ้น ทำท่าพร้อมต่อยหน้าเขา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รีบหลบอย่างรวดเร็ว แต่รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้าของเขา บางครั้งการแกล้งภรรยาก็สนุกกว่าแกล้งลูกสาวเสียอีก

    

    เขาแกล้งเธอเสร็จแล้วก็รีบไปทำปลาเพื่อเตรียมทำอาหาร

    

    ข้าวตุ๋นหัวปลาไม่ใช่ข้าว แต่มันคืออาหาร

    

     วิธีทำนั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่รสชาติอร่อยอย่างแน่นอน

    

    ชาติที่แล้ว เจียงเซียวไป๋ชอบกินปลามาก คราวนี้สิ่งแรกที่เขาคิดคือทำอาหารเมนูปลาให้ภรรยาและลูกสาวกิน

    

    ในความคิดของเขา สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดจะต้องแบ่งปันให้กับคนที่เขารักที่สุดด้วย

    

    มีสุขร่วมสุข มีทุกข์เขาขอแบกไว้เอง

    

    มันคือความเชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง

    

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงเสี่ยวไป๋ทำข้าวตุ๋นหัวปลาเสร็จแล้ว เขาจึงเรียกหลินเจียอินและเจียงชานมากินข้าวด้วยกัน

    

    “ป่าป๊า ข้าวตุ๋นหัวปลาตรงไหน หนูไม่เห็นข้าวเลย ? ”

    

    หนูน้อยความจำดี เธอจำได้ขึ้นใจว่าป่าป๊าบอกจะทำข้าวตุ๋นหัวปลาให้กิน ตอนแรกเธอนึกว่าจะมีข้าวอยู่ด้วย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นชามเปล่าให้เจียงชานแล้วพูดว่า “ข้าวตุ๋นหัวปลาที่ว่านี้ เราจะต้องกินหัวปลาก่อน รอจนกระทั่งกินของที่อยู่ในหม้อไฟไปพอประมาณแล้ว เราถึงจะใส่ข้าวสุกลงไปในหม้อลม เคี่ยวกับซุปที่เราตุ๋นหัวปลาไปสักพัก เพียงเท่านี้ก็จะได้เมนูข้าวตุ๋นหัวปลาแล้ว”

    

    “ว้าว หนูอยากกินแล้ว ! ”

    

    หนูน้อยโห่ร้องด้วยความดีใจแล้วหยิบชามเปล่ามากินหัวปลาจากหม้อไฟ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นก็กลัวว่าเธอจะถือชามไม่ไหว เขาจึงรีบรับชามในมือของเธอมา แล้วคีบหัวปลาให้เธอครึ่งซีก

    

    จากนั้น เขาก็ยื่นชามเปล่าให้หลินเจียอิน “เมียจ๋า คุณก็กินด้วยสิ”

    

    หัวปลาเฉาฮื้อสองตัวถูกแบะครึ่งนำมาตุ๋น ทำให้มีหัวปลาอยู่ 4 ซีกด้วยกัน หัวปลาตุ๋นในหม้อไฟจึงมีไม่มากนัก

    

    “ป่าป๊า หัวปลาอร่อยจังเลยค่ะ”

    

    ทุกครั้งที่เจียงชานกินข้าว เธอก็มักจะกล่าวชมป่าป๊าของเธอเสมอ

    

    “ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ นะ”

    

    และเจียงเสี่ยวไป๋มักจะตอบเธอแบบนี้เสมอ ราวกับว่านี่เป็นธรรมเนียมระหว่างพ่อกับลูกสาว

    

    “เมียจ๋า คุณลองกินปากปลาสิ ! ”

    

    “เมียจ๋า คุณกินตาปลาไหม ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แยกหัวปลาในชามของเขา และคีบส่วนที่อร่อยที่สุดลงในชามของหลินเจียอิน

    

    “ของฉันมีแล้ว คุณเองก็กินด้วยสิ ! ”

    

    หลินเจียอินรู้สึกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เอาใจเธอมากเกินไป จนเธอดูเหมือนเด็กน้อย เธอจึงเขินอายเล็กน้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเขาจะตั้งใจปรนเปรอและเอาใจเธอจนเธอชินไปเลยล่ะ

    

    หัวปลาทั้ง 4 ซีกถูกกินหมดอย่างรวดเร็ว

    

    ต่อไปคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เจียงเสี่ยวไป๋นำข้าวสุกใส่ลงในหม้อไฟ ปิดฝาแล้วเคี่ยวไว้ประมาณ 15 นาที

    

    เมื่อเปิดฝาหม้ออีกครั้ง กลิ่นหอมเข้มข้นได้ลอยโชยออกมา

    

    หลินเจียอินและเจียงชานต่างมองเข้าไปในหม้อไฟ พวกเธอเห็นว่าเม็ดข้าวที่แต่เดิมเป็นสีขาวได้เปลี่ยนเป็นสีทองสุกสว่าง ดูฉ่ำไปด้วยน้ำซุป

    

    เนื่องจากหัวปลาอุดมไปด้วยคอลลาเจนอยู่แล้ว ข้าวจึงดูดซับน้ำซุปปลาได้อย่างเต็มที่

    

    “ลองชิมดูสิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบชามของเจียงชานมา แล้วตักข้าวให้เธอเต็มชาม

    

    แน่นอนว่าของหลินเจียอินก็เป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่ตักให้เช่นกัน

    

    เขาต้องปรนเปรอภรรยาและลูกสาวให้เท่าเทียมกัน

    

    “อร่อย ! ”

    

    หลินเจียอินชิมไปหนึ่งคำ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที

    

    เธอไม่เคยกินข้าวที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย

    

    “อร่อยมากเลยค่ะ ! ”

    

    คำชมของหนูน้อยมักมากกว่าหม่าม๊าของเธอเสมอ

    

    มื้อนี้ แม่กับลูกสาวกินข้าวเยอะอีกแล้ว

    

    “ถ้าร้านใหม่ของเราขายทั้งกุ้งอบน้ำมันและข้าวตุ๋นหัวปลา ธุรกิจของร้านจะต้องเฟื่องฟูแน่นอน ! ”

    

    หลินเจียอินลูบพุงน้อย ๆ ของตนเองแล้วพูดออกมาอย่างตั้งใจ

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 122 : ภรรยามีไอเดียดี ๆ อีกแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
13/06/2026
e7-4d3a
สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
12/06/2026
novelpdf-593
หนึ่งเซียนยากเสาะหา
25/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.