Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 123 :หลอกชายชราไม่สำเร็จ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 123 :หลอกชายชราไม่สำเร็จ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 123 :หลอกชายชราไม่สำเร็จ

    

    ท่าทางกระตือรือร้นและตื่นเต้นของหลินเจียอินทำให้เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุข

    

    ภรรยาของเขาช่างเป็นคนเห็นแก่เงินจริง ๆ !

    

    ทุกครั้งที่เธอเห็นเขาทำอะไรอร่อย เธอก็คิดที่จะทำมันขายทันที

    

    เขาล่ะอยากยื่นมือไปบีบจมูกเธอเบา ๆ แล้วบอกเธอว่าเขาเต็มใจทำของอร่อยให้เธอกินไปทั้งชีวิต แต่เธอช่วยอย่ามองว่าเขาเป็นพ่อครัวประจำร้านได้ไหม ?

    

    หากอยากให้เขาเป็น เขาอยากเป็นแค่คนขี่เธอทั้งวันทั้งคืนเท่านั้น

    

    แต่เขาทำได้เพียงคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกไปต่อหน้าเธอ

    

    เขายิ้มแล้วบอกว่า “ร้านใหม่ของเราจะขายแต่กุ้งเครย์ฟิช”

    

    “ทำไมล่ะ ? ” หลินเจียอินถามด้วยความประหลาดใจ “ฉันคิดว่าข้าวตุ๋นหัวปลาอร่อยมาก ต้องขายได้แน่นอน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “เพราะเราต้องการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับมืออาชีพ”

    

    “ในเมื่อเป็นมืออาชีพก็ต้องมีเพียงอย่างเดียว ไม่นำอย่างอื่นมาปะปนด้วย”

    

    “การเป็นมืออาชีพหมายถึงการเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนั้น ๆ และเป็นอันดับหนึ่งเท่านั้น”

    

    “ด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าในอนาคตจะมีคนเปิดร้านขายกุ้งเครย์ฟิชกี่คน ตราบใดที่ลูกค้าอยากกินกุ้งเครย์ฟิช ร้านแรกที่พวกเขาจะนึกถึงก็คือร้านของเรา”

    

    หลังจากอธิบายแล้ว เขายังพูดต่ออีกว่า “ในอนาคตเราจะเปิดร้านอีกหลายแห่ง แล้วเราก็จะเปิดร้านอื่นที่ขายเฉพาะข้าวตุ๋นหัวปลาได้”

    

    “อืม ! ”

    

    หลินเจียอินพยักหน้าเบา ๆ

    

    “เอาล่ะ คุณพาชานชานไปเดินเล่นที่ลานบ้านเถอะ เดี๋ยวผมจะล้างจานเอง อีกเดี๋ยวผมจะทำเครื่องปรุงสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย” เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    “ฉันทำเอง ถือเป็นการย่อยอาหารไปด้วย”

    

    หลินเจียอินแย่งชามและตะเกียบมาล้างเอง

    

    ในตอนแรก ทุกครั้งหลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว เธอจะยอมให้เจียงเสี่ยวไป๋เก็บกวาดล้างจานเอง นั่นเป็นเพราะตอนนั้นเธอคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋น่ารังเกียจมาก ในเมื่อเขาอยากทำ ก็ปล่อยให้เขาทำไป

    

    แต่แล้วเธอกลับค่อย ๆ พบว่าเจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เขาทำตัวดีขึ้นมาก และไม่ได้น่าโมโหเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เธอเองก็ติดนิสัยปล่อยให้เจียงเสี่ยวไป๋เก็บกวาดและล้างจานไปแล้ว

    

    แต่หลายวันมานี้ เธอเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาพักผ่อน ในใจของเธอสงสารเขามาก

    

    เธอไม่ได้อยากให้เขาต้องมาลำบากขนาดนั้น

    

    “ไม่เป็นไร คุณไปเดินเล่นช่วยย่อยได้ดีกว่าเยอะ”

    

    “ผมล้างจานเก่งนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แย่งชามกับตะเกียบมาจากหลินเจียอินแล้วพูดอย่างอ่อนโยน

    

    หลินเจียอินตกตะลึง

    

    เธอพบว่าเจียงเสี่ยวไป๋ดีต่อเธอมากจริง ๆ ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังถูกปกป้อง รู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังจะมีความรักใหม่อีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น

    

    น่าเสียดายที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ทันได้สังเกตเห็น

    

    ไม่อย่างนั้นหากเขากอดเธอตอนนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้ร่วมเตียงกับเธอก็ได้

    

    เวลาที่ผู้หญิงยอมรับผู้ชายสักคน มักจะเป็นความรู้สึกที่สัมผัสเข้ากับหัวใจของพวกเธอ มันมาเร็วและหายไปอย่างรวดเร็วเสมอ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เข้าครัวไปล้างจานและเตรียมเครื่องปรุงสำเร็จรูปสำหรับกุ้งอบน้ำมันพรุ่งนี้แล้ว เขาก็เข้าห้องและเริ่มวาดแปลนบ้านหลังใหม่

    

    เวลา 2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    

    หลังจากเจียงเสี่ยวไป๋ทำพะโล้เสร็จแล้ว เขาก็ห่อหูหมูพะโล้ 1 ถ้วย หัวหมูพะโล้ 1 ถ้วย และผัดมันฝรั่ง 2 ถ้วย จากนั้นก็ไปซื้อเหล้าเหมาไถที่ห้างสรรพสินค้ามาอีก 2 ขวด ถึงได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างไปยังถนนซานเซิ่งทางตอนเหนือของเมือง เพื่อไปหาหลินฉางเกิง

    

    “หอบหิ้วอะไรมาเยอะแยะอีกแล้วล่ะพ่อหนุ่ม ? ”

    

    หลินฉางเกิงเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ ใบหน้าชราที่ซูบซีดจึงกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสงบ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบอาหารที่เขานำมามาวางบนโต๊ะแปดเซียนแล้วพูดว่า “จะเที่ยงแล้ว ผมเลยเอาอาหารบางส่วนจากร้านของผมมาฝาก จะได้นั่งกินกับคุณด้วย”

    

    การกระทำและคำพูดของเขาดูเป็นกันเองมาก ราวกับว่าเขาอยู่ในบ้านของตัวเองหรือกำลังพูดคุยกับเพื่อนเก่าอย่างไรอย่างนั้น

    

    เขาวางชามพะโล้บนโต๊ะ แล้ววางผัดมันฝรั่งไว้ตรงหน้าหลินฉางเกิงและเขาคนละถ้วย พลางพูดว่า “เหล่าหลิน คุณไปเอาจอกเหล้ากับตะเกียบมาสิ ! ”

    

    “อื้ม ๆ ! ”

    

    หูหมูพะโล้สีสันแวววาวและหัวหมูพะโล้หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ มีกลิ่นหอมเข้มข้น ผัดมันฝรั่งสีเหลืองทองคลุกเคล้ากับซอสสูตรลับยังส่งกลิ่นหอมที่ต่างกันออกมา หลินฉางเกิงรู้สึกตื่นตัวทันที เขาตอบรับไปสองครั้งแล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อนำจอกเหล้าและตะเกียบมา

    

    ไม่จำเป็นต้องใช้ชาม เพราะอาหารทั้งหมดบรรจุในชามกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เปิดเหล้าเหมาไถเทให้หลินฉางเกิงเต็มจอก จากนั้นทั้งสองก็เริ่มกินและพูดคุยกัน

    

    “ร้านพ่อหนุ่มทำอาหารพวกนี้เองทั้งหมดเลยหรือ ? ”

    

    หลินฉางเกิงชิมหูหมูพะโล้ หัวหมูพะโล้และผัดมันฝรั่งแล้ว ทั้งสามเมนูนี้ล้วนเป็นอาหารอร่อยที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนในชีวิต เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มรับ “ผมทำเองหมดเลย”

    

    หลินฉางเกิงชะงักไปเล็กน้อย เขายกแก้วขึ้นแล้วชวนดื่ม “ไม่ยักรู้ว่าพ่อหนุ่มจะทำอาหารเก่งขนาดนี้ มาดื่มกันหน่อยสิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและชนแก้วกับหลินฉางเกิง จากนั้นก็กระดกดื่มในรวดเดียว

    

    หลินฉางเกิงเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ดื่มเหล้าอย่างห้าวหาญ ในใจของเขารู้สึกดีใจ เขาเริ่มยอมรับในตัวเจียงเสี่ยวไป๋มากขึ้นแล้ว จึงเริ่มทำตัวตามสบาย

    

    และนี่คือสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋คาดหวังเช่นกัน

    

    การที่ชายชรายอมรับเขาก็เรื่องหนึ่ง แต่การมีความสัมพันธ์ที่ดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน

    

    หลังจากกินข้าวด้วยกันในมื้อนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น

    

    “คนกินปากนุ่ม คนรับมือสั้น ! ”

    

    หลินฉางเกิงเช็ดปากแล้วทอดถอนใจออกมา “ไปกันเถอะ ไปที่บ้านตระกูลเฉินกัน”

    

    “ครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบรับอย่างดีใจ เขารีบเก็บถ้วยเปล่าเตรียมนำไปทิ้ง แล้วพาชายชราออกจากบ้าน

    

    หลินฉางเกิงยกยิ้ม ถ้วยกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งนี่ก็ดีเหมือนกัน ใช้เสร็จแล้วสามารถทิ้งได้เลย ไม่ต้องล้าง สะดวกสบายมาก

    

    พวกเขาทั้งสองออกจากบ้าน จัดการทิ้งขยะ ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างและมุ่งหน้าไปยังเฉินเจียโกวพร้อมกับเสียง ‘บื้น บื้น’

    

    ในฐานะที่หลินฉางเกิงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมโบราณ เขาเคยศึกษาอาคารโบราณทั่วทั้งมณฑลตอนกลางของจีน และถึงขนาดเคยเดินทางไปศึกษามาทั่วประเทศแล้ว บ้านตระกูลเฉินและห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลเฉินเป็นบ้านเก่าแก่ในท้องที่ชิงโจว เขาเคยไปที่นั่นเมื่อหลายปีก่อนและยังเคยทำการศึกษาที่นั่นมาแล้วด้วย

    

    ได้มาเยือนถิ่นเก่า ผู้เฒ่าได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเศร้า

    

    อาคารเก่าแก่สองหลังนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หากปล่อยทิ้งไว้ตามเดิม มันจะพังทลายและผุพังในอีกไม่กี่สิบปี

    

    หลังจากเดินดูโดยทั่วไปแล้ว หลินฉางเกิงก็ถามขึ้นทันที “เสี่ยวเจียง เธอไม่ใช่คนเฉินเจียโกวใช่ไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับไปตามความเป็นจริง “ผมเป็นคนเจียงวานครับ”

    

    หลินฉางเกิงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “บอกความจริงมาเถิด ทำไมพ่อหนุ่มถึงเดินทางจากเจียงวานมาถึงเฉินเจียโกวเพื่อรื้อถอนบ้านเก่าของพวกเขาล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชะงักไปเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “เหล่าหลิน คุณเองก็เห็นแล้วว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคนดูแล อีกไม่นานก็คงถูกรื้อถอน”

    

    “ผมกำลังจะสร้างบ้านสไตล์จีนโบราณที่เจียงวาน เลยคิดจะนำสิ่งที่พอใช้ได้จากบ้านหลังนี้ไปใช้”

    

    พูดจบ เขาก็พูดเสริมเสียงแผ่วว่า “นี่……ถือเป็นการอนุรักษ์อย่างหนึ่งใช่ไหม ? ”

    

    หลินฉางเกิงไม่ตอบอะไร ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึก ดวงตาเฒ่าของเขามองไปยังบ้านตระกูลเฉินที่ทรุดโทรมด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เขาเงียบไปนาน ก่อนที่จะพูดว่า “ที่พ่อหนุ่มพูดก็ถูก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ราวกับได้ยกหินออกจากอก

    

    “เหล่าหลิน ผมวาดแบบร่างมา คุณดูสิ”

    

    ขณะที่พูด เขาก็หยิบแบบแปลนบ้านหลังใหม่ของเขาออกมาแล้วส่งให้หลินฉางเกิง

    

    หลินฉางเกิงพูดอย่างแปลกใจว่า “พ่อหนุ่มวาดแบบแปลนได้ด้วยหรือ ? ”

    

    เขารับมันไปแบบสบาย ๆ และไม่ได้สนใจอะไรมาก

    

    แต่เมื่อเขาเปิดมันและมองดู ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น “นี่เธอวาดเองจริงหรือ ? ”

    

    “เหล่าหลินดูแล้วอย่าหัวเราะผมนะครับ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างถ่อมตัว

    

    หลินฉางเกิงไม่ได้สนใจเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจดจ่อกับภาพวาดในมือของเขา ยิ่งเขามองมันมากเท่าไร เขาก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเท่านั้น

    

    จากมุมมองระดับมืออาชีพของเขา แม้แบบแปลนบ้านที่เจียงเสี่ยวไป๋ร่างมาจะไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านการเป็นสถาปัตยกรรมแบบโบราณอย่างสมบูรณ์ ทว่ายังคงมีกลิ่นอายความเป็นจีนโบราณ แต่การวางแผนผังของบ้าน โดยเฉพาะการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ทำให้เขาชื่นชอบไม่น้อย

    

    มีบางสิ่งที่แม้แต่เขาก็ยังไม่ได้พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

    

    แนวคิดการออกแบบนี้ล้ำหน้า !

    

    แต่เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจียงเสี่ยวไป๋คือคนที่กลับมาเกิดใหม่ ในยุคสมัยต่อมามีสถาปนิกหน้าใหม่เป็นจำนวนมาก และเป็นเพราะมีการแข่งขันทางการตลาดสูง กระทั่งการตกผลึกของภูมิปัญญาของเหล่าสถาปนิกรุ่นต่อรุ่น เพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามและครบฟังก์ชั่นการใช้งานที่สุด

    

    ชาติที่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนรอบรู้

    

    ดังนั้นในชาตินี้ เขาแค่นำแนวคิดและแผนการออกแบบสำเร็จรูปเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้เท่านั้น

    

    “เดี๋ยวฉันขอแบบแปลนบ้านนี้ไว้ก่อนแล้วกัน ฉันจะลองศึกษาอย่างละเอียดดู”

    

    หลินฉางเกิงมองไปที่แปลนบ้านในมือของเขา แล้วมองไปที่บ้านตระกูลเฉินที่ทรุดโทรม ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าบ้านตระกูลเฉินได้พบชีวิตใหม่แล้ว

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 123 :หลอกชายชราไม่สำเร็จ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024
novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
14/06/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
14/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.