Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 130 :ในเมื่อต้องมาก็มา

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 130 :ในเมื่อต้องมาก็มา
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 130 :ในเมื่อต้องมาก็มา

    

    ฝายกั้นน้ำบนเนินดินแบ่งเป็นสามชั้น มองจากมุมไกล ๆ เหมือนตัวอักษร “之” บนฝายกั้นน้ำมีทางรถวิ่งขนาดหน้ากว้าง 4 เมตร และทางเดินเท้าทั้งสองฝั่งที่มีหน้ากว้าง 1 เมตร รวมแล้วถนนบนฝายกั้นน้ำมีหน้ากว้างถึง 6 เมตร

    

    ส่วนเรือนสี่ประสานที่มีทางเข้าสามทางล้วนใช้อิฐที่รื้อถอนมาจากกำแพงอิฐเก่าของบ้านและโถงบรรพบุรุษตระกูลเฉิน แม้จะถูกนำมาสร้างใหม่ แต่ก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นจีนโบราณอยู่

    

    ประกอบกับมีปรมาจารย์ชั้นครูอย่างหลินฉางเกิงคอยให้คำชี้แนะอยู่ข้าง ๆ จวงปี้เฉิงเองก็ทำงานเก็บรายละเอียดอย่างพิถีพิถันโดยไม่เสียดายเวลา ไหนจะฝีมือชั้นสูงของช่างไม้ถาน ดังนั้นเรือนสี่ประสานที่เจียงเสี่ยวไป๋ร่างแบบไว้จึงดูเหมือนเรือนในยุคโบราณอย่างแท้จริง

    

    แน่นอนว่าตอนนี้มันเป็นเพียงกรอบงานเท่านั้น

    

    แต่มันก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

    

    “เสี่ยวเจียง หากบ้านของเธอสร้างเสร็จ มันคงไม่ต่างจากวิลล่าส่วนตัวริมภูเขา ! ”

    

    หลินฉางเกิงพูดด้วยความทึ่ง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับ “หากไม่ได้คำแนะนำจากคุณ ผมทำเองคงไม่เหมือนเรือนสี่ประสานอย่างที่ต้องการแน่นอน”

    

    หลินฉางเกิงได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเสียงดังด้วยความภาคภูมิใจ

    

    ถึงอย่างไร เขาก็ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อที่นี่จริง ๆ

    

    “เอาล่ะ เหล่าหลิน พวกเรากลับไปกินข้าวกันเถอะครับ”

    

    หลังจากเดินตรวจดูไปหนึ่งรอบ เจียงเสี่ยวไป๋จึงชวนชรากลับไปกินข้าวเย็น

    

    พอได้ยินว่าจะไปกินข้าวเย็น ชายชราหลินดีใจมาก เขาพูดอย่างรอคอยว่า “วันนี้กินอะไรหรือ ? ”

    

    เขามาอยู่ที่เจียงวานได้ 10 วันแล้ว ในตอนบ่ายของทุกวัน เจียงเสี่ยวไป๋จะกลับมาทำอาหารให้เขากิน และดูเหมือนว่าเมนูจะไม่ซ้ำกันเลยสักวัน แถมยังรสชาติอร่อยมากอีกด้วย

    

    “วันนี้กินกระดูกสันหลังแกะ ! ”

    

    ตอนไปตลาดเมื่อช่วงบ่าย เขาบังเอิญไปเห็นว่ามีเนื้อแกะขาย ซึ่งเนื้อถูกขายไปเกือบหมดแล้ว เหลือก็แต่กระดูกสันหลังของแกะ และขาแกะอีกหนึ่งชิ้น เขาจึงซื้อกลับมา

    

    “ฉันยังไม่เคยกินกระดูกสันหลังแกะเลย เดี๋ยวจะรอชิมแล้วกัน”

    

    หลินฉางเกิงพูดด้วยความสนใจ

    

    แม้เขาจะแก่แล้ว แต่เขากลับสนใจสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงพูดว่า “กระดูกสันหลังแกะเป็นอาหารซานตง วัตถุดิบหลักคือกระดูกสันหลังทั้งชิ้นของแกะที่มีเนื้อสันในและไขสันหลังติดมาด้วย และเป็นเพราะตัวโครงกระดูกสันหลังของแกะมีรูปร่างคล้ายแมงป่อง ดังนั้นคนโบราณจึงเรียกกันทั่วไปว่ากระดูกแมงป่อง คนสูงอายุกินแล้วจะช่วยบรรเทาโรคกระดูกพรุน ถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งอาหารเสริมแคลเซียม”

    

    เขาพูดมาแบบนี้ หลินฉางเกิงก็ยิ่งเกิดความสนใจมากขึ้น

    

    “ไป ๆ พวกเรารีบกลับกันเถอะ เธอก็รีบทำเข้าล่ะ เสี่ยวเจียง อีกเดี๋ยวฉันจะไปดื่มกับพ่อของเธอ”

    

    หลินฉางเกิงมาถึงเจียงวานแล้ว เขาก็ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเจียงไห่หยาง พอทั้งสองเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เวลากินข้าวเย็นก็มักจะชวนกันดื่มเป็นประจำ

    

    “ครับ เดี๋ยวผมไปดื่มเป็นเพื่อนคุณด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

    

    เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว หลินฉางเกิงได้ไปนั่งพูดคุยกับเจียงไห่หยาง ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋เข้าครัวไปทำอาหาร

    

    เดิมทีกระดูกสันหลังแกะมีวิธีทำอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือเมนูซุปน้ำแดงและซุปน้ำใส

    

    แต่ชาวชิงโจวชอบรสจัด ชายชราหลินเองก็ชอบอาหารที่รสชาติเข้มข้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงเลือกทำแบบซุปน้ำแดง

    

    เมนูนี้ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน เจียงเสี่ยวไป๋ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งถึงทำเสร็จ หลังจากที่เขาทำเมนูแกล้มเหล้าอีก 2-3 เมนูแล้ว เขาก็ไปเรียกชายชราหลินและพ่อแม่ของเขามากินข้าว

    

    กลิ่นเนื้อแกะอันเป็นเอกลักษณ์ลอยโชยมาในอากาศ กระดูกติดเนื้อสันในรูปร่างคล้ายแมงป่องในหม้อลมดูน่ากินมาก

    

    “ป่าป๊า วันนี้ป่าป๊าทำเมนูกุ้งเครย์ฟิชยักษ์หรือ ! ”

    

    เจียงชานเห็นกระดูกสันหลังแกะ พลางพูดด้วยความดีใจ

    

    ตอนแรกเธอนึกว่าป่าป๊าของเธอทำเมนูกุ้งเครย์ฟิชยักษ์ที่เธอไม่เคยกินมาก่อน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มันไม่ใช่กุ้งเครย์ฟิช แต่เป็นกระดูกสันหลังแกะ ลูกลองดูดี ๆ มันไม่เหมือนกับกุ้งเครย์ฟิชเลย”

    

    “อ้อ ค่ะ ! ”

    

    หลังจากหนูน้อยดูอย่างละเอียดแล้ว เธอก็พูดว่า “มันไม่เหมือนกันจริงด้วย กุ้งเครย์ฟิชต้องมีก้ามใหญ่ แต่กระดูกสันหลังแกะไม่มี”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วถามต่ออีกว่า “ยังมีอีกไหม ? ”

    

    “มีค่ะ……กุ้งเครย์ฟิชมีเปลือกแข็ง ไม่มีกระดูกหนา แต่กระดูกสันหลังแกะมีแต่กระดูกและเนื้อ”

    

    หนูน้อยเพ่งมองไปด้วยและพูดไปด้วย น้ำลายของเธอเกือบจะไหลตามออกมาแล้ว

    

    เจียงไห่หยางไม่เคยกินกระดูกสันหลังแกะมาก่อนเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยกับเจียงชานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเสียที เขาจึงพูดเร่งเร้าขึ้นว่า “พูดเรื่องพวกนี้กับเด็กน้อยจะไปมีประโยชน์อะไร รีบไปเอาเหล้ามาได้แล้ว พ่อจะดื่มประชันกับเหล่าหลินเสียหน่อย”

    

    หนูน้อยได้ยินแบบนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ปู่คะ ป่าป๊ากำลังสอนหนูสังเกต ป่าป๊าบอกว่าคนเก่งจะต้องรู้จักสังเกต”

    

    เจียงไห่หยางไม่ได้สนใจคำพูดของเด็กน้อยเท่าไหร่ ทว่าหลินฉางเกิงกลับอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋และลูกสาวทำให้เขานึกถึงเหล่าลูกชายและลูกสาวของเขาเอง ในปีนั้นเขาก็ตั้งใจอบรมสั่งสอนลูก ๆ อย่างนี้เช่นกัน กระทั่งพวกเขาสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้

    

    ตอนนี้ลูก ๆ ของเขาต่างประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน แต่ละคนต่างย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว

    

    หลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต เขาก็ใช้ชีวิตอยู่ในชิงโจวเพียงลำพังมาโดยตลอด

    

    ตอนแรกชีวิตของเขาเป็นไปอย่างเงียบสงบในแต่ละวัน แต่ไม่คิดเลยว่าการมาเยือนของเจียงเสี่ยวไป๋จะทำให้เขาได้กลับมาทำงานที่ห่างหายไปนานแสนนานอีกครั้ง

    

    มองดูครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ความสุขของครอบครัวที่ได้เติมเต็มกันและกัน ในใจของเขารู้สึกเหงาขึ้นมา

    

    เขาจำเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขาได้ เพื่อนเก่าคนนั้นเคยพูดอย่างทอดถอนใจว่า “เด็กเก่งเป็นคนของประเทศชาติ เด็กหัวปานกลางต่างหากที่เป็นลูกของพ่อกับแม่จริง ๆ ”

    

    ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้นจริง

    

    แต่เขาเสียใจไหม ?

    

    ไม่เลย !

    

    ไม่ว่าจะเป็นในฐานะพ่อ หรือในฐานะพนักงานของรัฐผู้ที่เกษียณอายุจากสำนักส่งเสริมวัฒนธรรม เขาไม่เคยรู้สึกเสียใจเลย

    

    เพราะบางเรื่อง ต้องมีคนแบกรับเอาไว้ !

    

    โลกนี้ไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เหตุผลที่คนสามารถมีชีวิตที่ดีได้ก็เพราะมีคนแบกภาระแทนพวกเขาต่างหาก

    

    มื้อนี้หลินฉางเกิงดื่มจนเมาแล้ว

    

    ……

    

    เวลา 2 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ติงจวิ้นเจี๋ยมาหาเขาที่ร้านอร่อยสามมื้ออีกครั้ง

    

    “เลขาติง ท่านรองนายกอยากกินกุ้งเครย์ฟิชอีกหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยรอยยิ้ม “วันนี้อยากกินกุ้งอบน้ำมันหรือกุ้งกระเทียมล่ะ ? ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มเจื่อน “เถ้าแก่เจียง คุณเลิกล้อเล่นได้แล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เห็นท่าทีลำบากใจของเขา จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ได้ ผมจะไปกับคุณ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยดีใจมาก เขารีบพูดขึ้นว่า “เถ้าแก่เจียง เชิญครับ ! ”

    

    ทั้งสองเดินออกจากร้าน เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองไปที่ถนนก็เห็นรถเก๋งซีดาน “หัวท้ายแบน” คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน

    

    จู่ ๆ เขาก็นึกถึงท่อนหนึ่งในเรื่องตลกพื้นบ้านที่คนชอบเล่ากันปากต่อปากว่า: เลขาธิการกองกำลังพลใหญ่ขับรถแต๊ก แต๊ก แต๊ก (รถแทรกเตอร์) เลขาธิการพรรคของรัฐบาลขับ 130 (เป็นรถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นหนึ่ง ชื่อเต็มคือ Beijing BJ130) เลขาธิการพรรคเทศมณฑลขับรถคลุมผ้าใบเขียว (รถจี๊ปทหาร Beijing BJ212) แต่เลขาธิการพรรคภูมิภาคกลับได้ขับรถหัวท้ายแบน

    

    ซึ่ง “รถหัวท้ายแบน” ที่ว่านี้ก็คือรถเก๋งซีดานรุ่น Shanghai SH760 นั่นเอง

    

    ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีรถเก๋งซีดาน Volkswagen Santana

    

    ในปี 1983 ทาง Volkswagen Santana เพิ่งมีการก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ร่วมทุนในเซี่ยงไฮ้ จนกระทั่งปี 1985 ถึงมีการเปิดตัวสู่ตลาดจริง

    

    “ผมยังไม่เคยนั่งรถแบบนี้มาก่อนเลย ! ”

    

    เมื่อเข้ามานั่งในรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    เขาพูดอย่างเสียดาย เพราะในชาติที่แล้ว เขาเพิ่งร่ำรวยในอีกสองสามปีให้หลัง ในตอนนั้นรถหัวท้ายแบนประเภทนี้ถูกโล๊ะออกจากตลาดหมดแล้ว รถคันแรกที่เขาซื้อก็คือ Volkswagen Santana

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยกลับนึกว่าเจียงเสี่ยวไป๋คงไม่เคยได้เห็นรถที่ดีและสะดวกสบายขนาดนี้มาก่อน เขาจึงพูดอย่างภูมิใจว่า “ในชิงโจวของเรามีรถแบบนี้แค่ไม่กี่คัน ที่ผมมีโอกาสได้นั่งบ่อย ๆ นั่นเป็นเพราะผมติดตามท่านรองนายกเทศมนตรีจาง”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

    

    เขาไม่มีความคิดใดเกี่ยวกับรถรุ่นที่ใกล้จะถูกโล๊ะจากตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ถ้าเป็นรถจี๊ป Beijing BJ212 ก็ว่าไปอย่าง

    

    ที่ทำการเทศบาลเมืองชิงโจวตั้งอยู่ที่ถนนชิงหยุน ใช้เวลาไม่นาน รถเก๋งซีดานคันนี้ก็ขับเข้ามาจอดในเขตของสำนักงานเทศบาล ติงจวิ้นเจี๋ยนำเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่หน้าห้องทำงานของรองนายกเทศมนตรีจาง

    

    “เถ้าแก่เจียงรอสักครู่นะครับ ผมจะไปแจ้งให้รองนายกเทศมนตรีจางทราบก่อน”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 130 :ในเมื่อต้องมาก็มา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
novelpdfO7mDyO4
เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่
12/05/2026
novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.