Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 132 :เงินไม่พอ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 132 :เงินไม่พอ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 132 :เงินไม่พอ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อว่า “หลังจากที่สร้างโรงงานแล้ว แน่นอนว่าโรงงานจะต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องช่วยในการจัดซื้อด้วยเช่นกัน”

    

    ในปี 1983 ทรัพยากรส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยรัฐวิสาหกิจ ต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์จำนวนมากได้ง่าย ๆ หลายแห่งจึงให้รัฐบาลออกใบรับรองการในจัดซื้อให้เท่านั้น

    

    และรองนายกจางเขาก็รู้เรื่องนี้ดี

    

    เขาพยักหน้า ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างมีความสุข “ขอแค่รัฐบาลทำใบสั่งซื้อให้ก็พอ นอกนั้นเดี๋ยวผมจะเป็นคนจ่ายเอง”

    

    รองนายกจางพูดต่ออีกว่า “ก็นึกว่าคุณอยากให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ซะอีก ! ”

    

    เมื่อสรุปได้แบบนี้ รองนายกจางก็โทรหาติงจวิ้นเจี๋ยในทันทีและบอกเขาให้พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปดำเนินการตามขั้นตอนสำหรับพื้นที่อุตสาหกรรม 100 หมู่

    

    ในตอนนี้ แม้จะไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้รัฐบาลเพื่อรับการจัดสรรที่ดินอุตสาหกรรม แต่ก็ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน

    

    นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังขอให้ติงจวิ้นเจี๋ยจัดการเรื่องโควตารถสามคันด้วย

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยจัดการทุกอย่างด้วยความชำนาญ เขาให้เจียงเสี่ยวไป๋ลงทะเบียนข้อมูลการก่อสร้างโรงงาน ใบอนุญาต การเลือกสถานที่ตั้งและขั้นตอนการขอใช้ที่ดิน ฯลฯ ให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วัน

    

    และเขาก็มอบโควต้ารถทั้งสามคันนั้นให้เจียงเสี่ยวไป๋ในทันที

    

    รถจี๊ปเทียนจิง 212 ราคาคันละ 31,000 หยวน รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการดำเนินการก็ประมาณ 33,000 หยวน

    

    แต่ราคาของรถบรรทุกขนาดเล็กรุ่น 130 จะแพงกว่าเล็กน้อย แค่รถสองคันนี้ก็มีราคารวมเกือบ 80,000 หยวนแล้ว

    

    เมื่อได้รับโควตารถทั้งสามคันนี้แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย

    

    เพราะมันจะต้องใช้เงินมากกว่า 110,000 หยวนในการซื้อรถทั้งสามคันนี้

    

    แต่เงินที่เขามีอยู่ในตอนนี้ยังไม่สามารถซื้อได้

    

    ถ้าหากว่าเงินไม่พอ แน่นอนว่าเขาก็จะต้องไปกู้ธนาคาร

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าธนาคารในตอนนี้แตกต่างจากธนาคารในยุคสมัยต่อมามาก

    

    เพราะยุคสมัยหลังมานี้ คนที่จะมาขอกู้ ธนาคารจะต้องตรวจสอบดูคุณสมบัติและเครดิตด้วย พูดสั้น ๆ ก็คือกู้ค่อนข้างยากกว่าตอนนี้

    

    แต่ในปี 1983 กลับตรงกันข้าม เพราะธนาคารแต่ละแห่งต่างต้องการให้ลูกค้ามากู้เงินกัน แต่ก็ไม่มีใครมากู้ธนาคารเลย

    

    เพราะคนทั่วไปในยุคนี้มักอายที่จะเป็นหนี้ เลยทำให้ไม่มีใครยอมกู้เงินเลย

    

    แต่เหตุผลที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเลยก็คือ ผู้คนในตอนนี้ต่างก็ไม่รู้วิธีลงทุนหรือวิธีการจัดการเงินที่ถูกต้อง ถ้าเป็นแบบนั้น กู้ยืมไปก็ไร้ประโยชน์

    

    แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดของคนก็เปลี่ยนไป

    

    หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋และติงจวิ้นเจี๋ยแยกกัน เขาก็ขับรถตรงไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรบนถนนชิงโจว

    

    “เถ้าแก่เจียง คุณมาฝากเงินอีกแล้วหรือ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พาหลินเจียอินไปฝากเงินทุกวัน พนักงานธนาคารเกือบทั้งหมดรู้จักเขา พนักงานธนาคารหญิงจึงทักทายด้วยรอยยิ้ม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมอยากพบท่านประธานของคุณ ห้องทำงานของเขาอยู่ที่ไหนหรือครับ ? ”

    

    “อ๋อ คุณกำลังมองหาท่านประธานจูของเรานี่เอง ! ”

    

    พนักงานหญิงบอกว่า “เดี๋ยวฉันพาไปค่ะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเธอ ก่อนที่จะเดินตามเธอขึ้นบันไดข้างโถงธนาคารไปที่ชั้นสอง

    

    “ท่านประธานจู เถ้าแก่เจียงบอกว่าเขาต้องการพบคุณ ดังนั้นฉันจึงพาเขาขึ้นมาค่ะ”

    

    พนักงานหญิงเคาะประตูห้องทำงานของประธาน เธอยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้วพูดกับคนข้างใน

    

    “โอ้ เถ้าแก่เจียงเองหรือ ให้เขาเข้ามาสิ”

    

    ประธานของธนาคารนี้มีชื่อ จูกั๋วฝู เขาไม่ได้รู้จักอะไรกับเจียงเสี่ยวไป๋เป็นการส่วนตัว แต่เขารู้แค่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นลูกค้ารายใหญ่ของธนาคาร และมาฝากเงินหลายพันหยวนทุกวัน นอกจากนี้ เขายังรู้จักร้านอร่อยสามมื้อและร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาเคยไปกินอยู่หลายครั้ง

    

    “สวัสดีครับประธานจู ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้เดินเข้ามา พร้อมกับยื่นบุหรี่จงฮว๋าให้จูกั๋วฝูและกล่าวสวัสดีด้วยรอยยิ้ม

    

    “มาเลย มาเลย สูบของผมดีกว่า ! ”

    

    จูกั๋วฝูให้เจียงเสี่ยวไป๋เก็บบุหรี่ไป ขณะเดียวกันเขาก็ควักบุหรี่ของตนเองออกมายื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋ “เถ้าแก่เจียงนั่งลงก่อนสิ”

    

    บุหรี่ที่ประธานจูยื่นให้เป็นยี่ห้อจงฮว๋าเช่นเดียวกัน

    

    แต่สิ่งนี้มีนัยยะแฝงเรื่องมารยาทอยู่ เพราะใครเป็นฝ่ายยื่นบุหรี่ให้ คนนั้นคือคนที่สุภาพกว่า

    

    จูกั๋วฝูรีบชิงส่งบุหรี่ให้ เพราะเขาถือว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นแขก

    

    “เอางี้ ผมสูบบุหรี่ของคุณ คุณสูบบุหรี่ของผม ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รับบุหรี่จากจูกั๋วฝู และยืนกรานที่จะส่งบุหรี่ของเขาให้จูกั๋วฝูเช่นกัน

    

    จูกั๋วฝูหัวเราะขึ้นมา ก่อนที่จะรับมันไว้

    

    “เถ้าแก่เจียง ทำไมวันนี้คุณถึงมาหาผมได้ล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จุดบุหรี่ให้จูกั๋วฝู แล้วถึงจุดให้ตัวเอง เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ผมมาที่นี่เพื่อขอกู้เงินจากประธานจู ! ”

    

    “กู้เงิน ! ”

    

    จูกั๋วฝูผงะไปอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอตั้งสติได้ เขาก็มีความสุขขึ้นมาในทันที

    

    ตอนนี้ธนาคารมีหน้าที่ให้กู้เงินในทุก ๆ เดือน แต่เดือนนี้มีลูกค้ามาขอกู้แค่เพียง 3,000 หยวนเท่านั้น ปกติไม่มีใครอยากมากู้เงินเลย

    

    เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นคนที่มากู้ยืมเงิน

    

    แต่เขารู้ว่าหลินเจียอิน ภรรยาของเจียงเสี่ยวไป๋มาฝากเงินหลายพันหยวนในบัญชีทุกวัน

    

    “เถ้าแก่เจียง คุณต้องการกู้เท่าไหร่ ? ”

    

    จูกั๋วฝูถามอย่างตื่นเต้น

    

    “ประธานจู คุณสามารถให้ผมกู้ได้เท่าไหร่ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ตอบคำถาม แต่มองไปที่จูกั๋วฝูด้วยรอยยิ้ม

    

    อ่า ?

    

    จูกั๋วฝูตกตะลึงอีกครั้ง คนที่มากู้ธนาคารเขาถามคำถามแบบนี้กันด้วยหรือ ?

    

    ปกติเขาจะกู้ตามที่ต้องการใช้ไม่ใช่หรือ ?

    

    แน่นอนว่าสำหรับเขาแล้ว เขาหวังว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะกู้เงินให้ได้มากที่สุด และจะดียิ่งกว่านั้นหากเขาสามารถทำยอดได้ตามเป้า

    

    อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินมากขนาดนี้ เขากลัวแต่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะกู้เงินไม่มากนัก

    

    เขายิ้มและพูดว่า “ยอดสินเชื่อจัดสรรของธนาคารเราในช่วงครึ่งแรกของปีนี้คือ 3 ล้าน และนี่คือจำนวนสูงสุดที่ผมสามารถปล่อยได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย “งั้นผมกู้ 3 ล้าน ! ”

    

    ทันทีที่พูดจบ ก้นบุหรี่ในมือของจูกั๋วฝูก็ตกลงไปที่พื้นในทันที

    

    เขายืนขึ้นในทันทีและถามด้วยเสียงสั่นเครือ “คุณ… คุณแน่ใจหรือว่าจะกู้ 3 ล้าน ? ”

    

    ปีนี้ธนาคารได้จัดสรรยอดสินเชื่อให้กู้ยืมของครึ่งปีแรกที่ 3 ล้านหยวน แต่นี่ก็สิ้นเดือนมิถุนายนแล้ว ยอดคนมากู้ยังได้ไม่ถึง 10,000 หยวนเลย เขาแค่พูดต่อหน้าเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะกู้เงิน 3 ล้านหยวนจริง ๆ

    

    “หรือว่าสามารถกู้ได้มากกว่านี้ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถ้าสามารถกู้ได้สัก 10 ล้าน ผมก็จะกู้เช่นกัน ! ”

    

    ปัจจุบันนี้ประเทศจีนอยู่ในช่วงปฏิรูปและเปิดประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งหมดยังอยู่ในช่วงลองถูกลองผิด ดังนั้นนโยบายการเงินไม่เพียงแต่เสรีมากเท่านั้น แต่ยังค่อนข้างวุ่นวายอีกด้วย

    

    เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งความเร็วของการพัฒนา รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุน และไม่เพียงแต่ปล่อยสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ยังไม่มีกำหนดระยะเวลารับชำระคืนที่ตายตัวอีกด้วย

    

    เพียงแต่มีเงื่อนไขอยู่หนึ่งข้อ นั่นก็คือเงินกู้นี้จะยังคงอยู่ตลอดไป หากบิดามารดาชำระหนี้ไม่ไหวหรือเสียชีวิต ทายาทจะต้องเป็นคนรับชำระทั้งหมด

    

    แน่นอนว่าหากประโยคนี้อยู่ในยุคสมัยหลัง มันจะถือเป็นโมฆะทันที แต่ในช่วงปี 1980 มันได้ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนในสัญญากู้ยืมเงิน

    

    เดิมทีมีลูกค้าธนาคารหลายคนเหมือนกันที่ต้องการกู้เงิน แต่คนในยุคนี้ใช้ชีวิตเรียบง่ายเกินไป และโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาตัดสินใจไม่กู้เงินเมื่อเห็นเงื่อนไขการชำระหนี้ข้อนี้

    

    เพราะกลัวว่าถ้าจ่ายไม่ไหว อาจจะเป็นการทำร้ายลูกหลานของตนเองได้

    

    ด้วยความทรงจำในชาติที่แล้วของเขาเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้

    

    เขายังรู้ด้วยว่าชาติที่แล้ว มีบางคนกล้าหาญหรือสิ้นหวังได้กู้เงินจากธนาคาร แต่สุดท้ายก็ไม่ต้องชำระคืน

    

    ธนาคารยกเงินก้อนนั้นให้เป็นหนี้สูญ และผู้ให้กู้ไม่ได้มีการติดตามเร่งรัดหนี้สินหรือรายงานเครดิต ซึ่งเท่ากับเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

    

    น่าเสียดายที่คนในตอนนั้นไม่รู้สถานการณ์ของยุคสมัยหลัง

    

    มิฉะนั้น หากใครใจกล้ามาขอกู้เงินจากธนาคารสัก 10,000 หยวน พวกเขาก็จะกลายเป็นครัวเรือนที่มีทรัพย์สินหมื่นหยวนทันที

    

    แน่นอนว่า เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้มีความคิดจะเบี้ยวหนี้

    

    เขาเพียงต้องการที่จะใช้นโยบายและโอกาสที่ได้รับจากยุคนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อเร่งการพัฒนาของเขาเอง

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 132 :เงินไม่พอ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
novelpdf-593
หนึ่งเซียนยากเสาะหา
25/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.