Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 139 :ถ้าคุณอยากเรียน ผมจะสอนเอง

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 139 :ถ้าคุณอยากเรียน ผมจะสอนเอง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 139 :ถ้าคุณอยากเรียน ผมจะสอนเอง

    

    ระหว่างทางกลับบ้าน พวกเขาไม่ต้องทนลมทนฝน และยังสามารถมองทิวทัศน์ที่สวยงามข้างทางด้วยความตื่นเต้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถจี๊ปกลับบ้านไปได้อย่างราบรื่น

    

    หนูน้อยนั่งอยู่เบาะหลัง เดี๋ยวขยับไปมองกระจกทางซ้ายที ขยับไปมองทางขวาที เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็นนั่งตรง มองตรงนั้นตรงนี้อยู่ไม่นิ่ง ดูเธอจะตื่นตาตื่นใจมาก ในแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    

    “นั่งรถยนต์แบบนี้สบายมากเลยค่ะ ! ”

    

    “หนูชอบนั่งรถเล่น ! ”

    

    “ป่าป๊าคะ อนาคตหนูสามารถขับรถเองได้ไหมคะ ? ”

    

    ขณะที่หนูน้อยกำลังตื่นเต้นอยู่ เธอก็ถามนู่นถามนี่ออกมาด้วยความไร้เดียงสา

    

    “แน่นอน เมื่อหนูโตขึ้น หนูสามารถขับรถเองได้และไปได้ทุกที่ที่หนูอยากไป” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

    

    “แล้วหนูสามารถไปที่ไหนได้บ้างคะ ? ”

    

    หนูน้อยถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

    

    “ประเทศของเรากว้างใหญ่ มีภูเขาและแม่น้ำที่สวยงาม มีที่ราบและทะเลสาบ มีสถานที่หลายแห่งที่หนูสามารถไปเที่ยวได้……”

    

    เมื่อฟังคำอธิบายของป่าป๊า ดวงตาของเด็กน้อยก็เป็นประกาย

    

    หลินเจียอินที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ โดยเอนหลังบนเก้าอี้นวม ลมและฝนข้างนอกไม่สามารถสาดเข้ามาได้ เธอจึงรู้สึกสบายอย่างมาก

    

    “คุณไปเรียนขับรถมาตั้งแต่ตอนไหน ? ”

    

    อาจเป็นเพราะเธอสงสัยมานาน หลินเจียอินจึงหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วถามขึ้นมา

    

    “สามีของคุณเป็นคนมีความสามารถนะ ไม่มีอะไรที่คนอย่างผมทำไม่ได้ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ลืมที่จะพูดจาโอ้อวดตนเองอีกครั้ง

    

    แม้ว่าทั้งสองตกลงที่จะซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ไม่มีทางที่เขาจะพูดถึงเรื่องกลับมาเกิดใหม่ให้เธอฟังอย่างแน่นอน

    

    “เอาล่ะ ฉันรู้ว่าคุณเก่งมาก ! ”

    

    โชคดีที่หลินเจียอินถามแค่เพียงคำถามเดียว และไม่ได้ถามต่ออีก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้แต่แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

    

    “ฉันก็อยากเรียนขับรถเหมือนกัน ! ”

    

    หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลินเจียอินก็พูดขึ้นทันที

    

    “เอาล่ะ หากคุณต้องการเรียนขับรถจริง ๆ ผมสามารถสอนคุณได้นะ ! ”

    

    “อืม ! ”

    

    “สิ่งแรกที่คุณต้องรู้จักก่อนคือ พวงมาลัย เกียร์ ส่วนด้านล่างคือคลัตช์ คันเร่ง แล้วก็เบรก……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำหลินเจียอินไปด้วยขณะขับรถไปด้วย

    

    ไม่ทันไร รถจี๊ปก็ขับมาถึงสุดถนนลูกรังโดยไม่รู้ตัว

    

    “เรามาถึงเร็วขนาดนี้เลยหรือ ! ”

    

    เมื่อรถหยุด หลินเจียอินที่ยังมีอะไรจะพูดอีกมากมายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถออกจากถนนลูกรังมาหยุดบนถนนคอนกรีตที่เขาสร้าง เขายิ้มแล้วพูดว่า “ผมจะสอนคุณขับเอง แต่เป็นในวันที่อากาศแจ่มใสกว่านี้นะ”

    

    “ได้สิ ! ”

    

    หลินเจียอินยิ้มและพยักหน้า จากนั้นทั้งสามสวมเสื้อกันฝนในรถ ลงจากรถแล้วเดินกลับบ้าน

    

    “จอดรถไว้ตรงนี้จะไม่เป็นอะไรหรือ ? ”

    

    หลังจากเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว หลินเจียอินก็หันกลับมาถามอย่างไม่สบายใจ

    

    “ไม่มีปัญหาหรอก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้คนสมัยนี้ไม่ได้บ้านป่าเมืองเถื่อนเหมือนเมื่อก่อน”

    

    ใช่แล้ว ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในเจียงวานหันมาจับกุ้งเพื่อนำไปขายให้กับเจียงเสี่ยวไป๋ และถือว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเหมือนบ่อเงินบ่อทอง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำอะไรกับรถของเจียงเสี่ยวไป๋ ?

    

    แม้ว่าฝนจะตก แต่เสียงรถจี๊ปก็ยังทำให้หลายคนในหมู่บ้านตื่นตะลึง

    

    “เสี่ยวไป๋ รถคันนั้นเป็นของเธอหรือเปล่า ? ”

    

    “เสี่ยวไป๋ ซื้อรถใหม่งั้นหรือ ! ”

    

    “เสี่ยวไป๋ หน้าบ้านของฉันหันหน้าไปทางที่นายจอดรถพอดี ฉันจะดูรถให้เอง ไม่ต้องกังวล”

    

    “เสี่ยวไป๋…”

    

    “……”

    

    ระหว่างทาง ชาวบ้านหลายคนได้กล่าวทักทายด้วยความตื่นเต้น เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ได้แต่พยักหน้าตอบพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

    

    คนในชนบทส่วนใหญ่เป็นคนที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชอบความรู้สึกนี้มาก

    

    หลังกลับมาถึงบ้านและทำอาหารเสร็จ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ไปเรียกพ่อแม่ของเขาและชายชราหลินมาทานอาหารด้วยกัน

    

    เนื่องจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทีมงานก่อสร้างจึงได้ย้ายไปทำงานตกแต่งร้านใหม่ในเมืองก่อน แต่ชายชราหลินไม่ได้ออกไปด้วย

    

    “ซื้อรถมาแล้วหรือ ? ”

    

    เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงไห่หยางก็ถามด้วยรอยยิ้มแห่งความความสุขบนใบหน้าของเขา

    

    แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่ได้จอดรถในลานบ้านหรือในสวน แต่เขาก็ได้ยินคนในหมูบ้านคุยกันให้แซ่ดว่าเจียงเสี่ยวไป๋ขับรถจี๊ปกลับมา

    

    ลูกชายของเขามีรถยนต์เป็นคนแรกของหมู่บ้าน จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกดีใจ ถ้าฝนไม่ตก ป่านนี้เขาคงจะเดินลงไปดูให้เห็นกับตาแล้ว

    

    “ใช่ครับ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ายืนยัน

    

    “ดีมาก ถ้าแกต้องวิ่งไปมาแบบนี้ แกควรซื้อรถน่ะถูกแล้ว” เจียงไห่หยางพูดเหมือนคนแก่ที่สอนลูกหลาน และท่าทางของพ่อเฒ่าก็ดูจะดีใจมาก

    

    “พี่รอง พี่ซื้อรถงั้นหรือ ? ” เจียงเสี่ยวเหลยดูจะเป็นคนที่ตื่นเต้นดีใจที่สุด เขาถูมือด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาเป็นประกายสดใส

    

    “ป่าป๊าบอกว่ามันคือรถจี๊ปเทียนจิง 212 ! ”

    

    เจียงชานที่อยู่ด้านข้างก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ

    

    ”รถจี๊ป ! ”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะเขาคิดว่าหากพี่รองซื้อรถ คงจะซื้อรถตู้ฉางเหอเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าพี่ชายของเขาจะซื้อรถจี๊ป

    

    เจียงไห่หยางยิ้มเมื่อได้ยินอย่างนั้น ว่ากันว่าคนที่จะมีวาสนานั่งรถจี๊ปได้มีเพียงผู้นำของมณฑลและเมืองเท่านั้น

    

    จะยิ่งใหญ่ขนาดไหนถ้าขับออกไป !

    

    อย่างไรก็ตาม เขามองเจียงเสี่ยวเหลยอย่างหนักแน่นและพูดว่า “นั่นคือรถของพี่รองของแก แกจะดีใจอะไรนักหนา ! ”

    

    ต่อหน้าชายชราหลิน เขาจะปล่อยให้ลูกชายคนเล็กทำตัวเหิมเกริมเกินไปไม่ได้ เมื่อถึงเวลาสอน ก็ต้องสอนเขาให้รู้กาลเทศะบ้าง

    

    เจียงเสี่ยวเหลยได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาด้วยความไม่พอใจว่า “พี่รองซื้อรถ ผมดีใจด้วยไม่ได้หรือ ? ”

    

    เสียงของเขาดูแผ่วลงเล็กน้อย ไม่กล้าเถียงกลับพ่อ

    

    แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจ หากว่าไม่พูดอะไรสักคำ

    

    ฮึ่ม พูดอย่างกับตัวเองไม่มีความสุข ทั้งที่ยิ้มหน้าบานจนเคราจะหลุดออกมาอยู่แล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองดูสองพ่อลูกทะเลาะกัน ก็แอบยิ้มแล้วพูดกับเจียงเสี่ยวเหลยว่า “นายชอบรถยนต์ไหม ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าและโพล่งออกมา “ผมชอบ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “ถ้านายสอบเข้ามัธยมปลายได้ ฉันจะสอนนายขับรถ และถ้านายสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ ฉันจะซื้อรถให้นาย”

    

    “จริงหรือ ? ”

    

    จู่ ๆ เจียงเสี่ยวเหลยก็ลุกขึ้นยืน จ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความฮึกเหิมราวกับว่าเขามีแรงจูงใจที่จะเรียนแล้ว

    

    “จริงสิ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพยักหน้า

    

    “พี่รอง พี่ต้องรักษาคำพูดนะ ! ”

    

    “ฉันเป็นคนไม่รักษาคำพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”

    

    “ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องเรียนให้จบมัธยมและสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ ! ”

    

    “ดีมาก ! ”

    

    สองพี่น้องบรรลุข้อตกลงในทันที

    

    เจียงเสี่ยวอวี่ที่ยืนฟังอยู่ก็มองไปที่พี่ห้าด้วยความอิจฉา และพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “พี่รอง แล้วฉันล่ะ ? ถ้าฉันเรียนจบมัธยมและเข้ามหาวิทยาลัยได้ ฉันจะได้รางวัลไหม ? ”

    

    “เกรดของน้าเล็กดีอยู่แล้ว จะต้องได้เข้ามหาวิทยาลัยอย่างแน่นอนค่ะ ! ”

    

    ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะได้พูด เจียงชานก็พูดด้วยความไร้เดียงสา ซึ่งทำให้ทุกคนหัวเราะ

    

    มีเพียงเจียงเสี่ยวเหลยเท่านั้นที่รู้สึกเศร้า ปรากฎว่าแม้แต่หลานสาวตัวน้อยของเขาก็คิดว่าเกรดของเขาไม่ดี

    

    ฮึ่ม อย่างนี้เขาจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้

    

    หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวอวี่ เธอสอบได้อยู่แล้ว ถึงตอนนั้นถ้าเธอต้องการอะไร พี่สะใภ้จะเป็นคนซื้อให้เอง”

    

    เจียงเสี่ยวอวี่จึงพูดอย่างมีความสุขไปว่า “หนูอยากได้เสื้อผ้าสวย ๆ หลายชุด ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดยิ้มไม่ได้ น้องสาวก็เหมือนกับลูกสาวของเขาที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามเป็นอันดับแรกเสมอไม่ว่าจะเวลาใดก็ตาม

    

    “เอาล่ะ เรารีบกินข้าวกันเถอะ”

    

    หวังซิ่วจวี๋เห็นว่าเด็ก ๆ เริ่มพูดคุยกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอจึงพูดขัดจังหวะพวกเขา

    

    เพราะชายชราหลินรอกินข้าวอยู่

    

    จากนั้น เจียงไห่หยางก็รู้สึกตัวและกล่าวขอโทษหลินฉางเกิง “เด็ก ๆ พูดเยอะเกินไป จึงทำให้เหล่าหลินต้องรอแล้ว”

    

    หลินฉางเกิงโบกมือแล้วพูดว่า “ดีแล้ว เมื่อครอบครัวอยู่ด้วยกัน มันควรจะเป็นแบบนี้ พูดคุยและสร้างสีสันให้กันบ้าง นี่แหละเขาถึงจะเรียกว่าชีวิต”

    

    ข้างนอกฝนตก พวกเขาจึงออกไปกินที่ลานบ้านข้างนอกไม่ได้

    

    อาหารเย็นจึงจัดขึ้นในห้องโถงหลัก ไม่นานห้องเล็ก ๆ ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่ดังจนกลบเสียงฝนด้านนอก

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 139 :ถ้าคุณอยากเรียน ผมจะสอนเอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfdfw0
เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว
11/06/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
11/06/2026
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.