Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 138 :รถมาถึงแล้ว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 138 :รถมาถึงแล้ว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 138 :รถมาถึงแล้ว

    

    หลายวันต่อมา ที่เจียงวานยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

    

    จึงต้องพักงานก่อสร้างบ้านหลังใหม่ของเจียงเสี่ยวไป๋ไว้ก่อน จวงปี้เฉิงย้ายคนงานไปทำงานในเมือง เพื่อทยอยปรับปรุงร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงสาขา 2 บนถนนชิงซานทางตอนใต้ของเมือง ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงสาขา 3 ที่ย่านขายอาหารทางตะวันตกของเมือง ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงสาขา 4 บนถนนซื่อจือทางตอนเหนือของเมือง และร้านกุ้งอบน้ำชิงเจียงสาขา 5 บนถนนถูเฉียวทางทิศตะวันออกของเมือง

    

    ร้านทั้ง 4 แห่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงและตกแต่งภายในในเวลาเดียวกัน

    

    เจียงเสี่ยวเฟิ่ง เจียงเสี่ยวเฟิน เจียงเสี่ยวหย่ง และหลี่หงอิงได้เลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการสาขาแต่ละสาขาตามลำดับ และให้พวกเธอคอยเข้าคุมงานตกแต่งร้านใหม่ด้วย

    

    ซึ่งถานชิงซานมีประสบการณ์ในด้านนี้ดี

    

    เขาได้สอนงานให้กับทั้งสี่คน ทั้งสี่ต่างเรียนรู้งานอย่างหนักและคอยขอคำแนะนำจากเขาเสมอ

    

    ขณะเดียวกัน บ้านของช่างไม้ถานในตอนนี้เกือบจะกลายเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ขนาดย่อมไปแล้ว

    

    ร้านกุ้งอบน้ำมันทั้ง 4 สาขาของเจียงเสี่ยวไป๋ยังต้องการโต๊ะและเก้าอี้มากกว่า 200 ชุด ซึ่งเขาเป็นคนรับงานนี้เอง ขนาดเขาเรียกให้ลูกศิษย์มาช่วยอีก 3 คน แต่พวกเขาทั้ง 4 คนก็ยังงานยุ่งจนมือไม้แทบพันกัน

    

    เมื่อนึกถึงที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกเขาว่าในอนาคตจะขยายสาขาร้านกุ้งอบน้ำมันเพิ่ม จำเป็นต้องใช้โต๊ะและเก้าอี้เพิ่ม ช่างไม้ถานก็พึมพำกับตัวเองว่า “ดูเหมือนว่าถ้าทำแบบที่เสี่ยวเจียงพูดจริง ๆ ฉันคงจะสามารถเปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ได้แล้วล่ะ”

    

    หลี่หมิงซาน ลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของช่างไม้ถานผ่านมาได้ยินพอดี จึงพูดทันทีว่า “อาจารย์ ถ้าอาจารย์เปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์จริง ๆ อย่าลืมเอาพวกผมไปทำงานด้วยนะ”

    

    ช่างไม้ถานยิ้มและพูดว่า “ฉันต้องพาพวกนายที่เป็นลูกศิษย์ของฉันไปด้วยอยู่แล้ว แต่ต้องรับคนมาเพิ่มอีกด้วย”

    

    หลี่หมิงซานจึงถามออกมาด้วยความสงสัยว่า “หัวหน้า แล้วในพวกเราทั้งสามคน ใครเก่งงานฝีมือมากกว่ากัน”

    

    ช่างไม้ถานโบกมือแล้วพูดว่า “ทำงานช่างฝีมือยังไม่เป็นสักคนเลย”

    

    หลี่หมิงซานยังคงจะถามต่อ แต่ช่างไม้ถานก็รีบพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว

    

    โต๊ะและเก้าอี้มากกว่าสองร้อยชุดไม่ใช่งานเล็ก ๆ และยังต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดด้วย ซึ่งร้านใหม่ทั้งสี่สาขาของเจียงเสี่ยวไป๋มีกำหนดเปิดในเร็ว ๆ นี้แล้ว

    

    แม้ว่าฝนจะตก แต่ก็ไม่กระทบต่อกิจการของร้าน

    

    ชาวชิงโจวให้การตอบรับร้านกุ้งอบน้ำมันดีมาก กล่าวได้ว่าต่อให้ฝนจะตก แดดจะแรงแค่ไหน ที่ร้านก็จะมีลูกค้าเต็มโต๊ะทุกวัน

    

    มันเป็นเรื่องยากสำหรับหวังผิงที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิ่งรับกุ้งเครย์ฟิชทุกวัน เขาต้องฝ่าลมฝน วิ่งรถไป ๆ มา ๆ ระหว่างเจียงวานและเฉินเจียโกวอยู่หลายรอบ

    

    “อย่าได้เป็นหวัดเชียวนะ ! ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงมองหวังผิงด้วยด้วยความสงสาร และไม่ลืมที่จะพูดกำชับเขาด้วยความเป็นห่วง

    

    “ฮัดชิ้ว ! ”

    

    หวังผิงจามแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มีเสื้อกันฝนอยู่ ไม่เป็นอะไรหรอก”

    

    “คุณจามทั้งวัน ยังมีหน้ามาบอกว่าสบายดีอีกนะ ! ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงพูดอย่างเงียบ ๆ แล้วไปที่ห้องครัวเพื่อทำซุปขิงมาหนึ่งชาม

    

    หวังผิงยิ้มอย่างจริงใจ มีซุปขิงของภรรยาให้กินซะอย่าง คนอย่างเขาจะกลัวลมกลัวฝนได้อย่างไร !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองดูพวกเขาทั้งสอง ทั้งรู้สึกผิดและมีความสุขในเวลาเดียวกัน เขาพูดออกมาว่า “ขอบคุณทั้งสองมากนะที่ยอมทำงานอย่างหนัก อีกไม่นานรถของเราก็คงจะมาถึงแล้ว”

    

    หวังผิงพยักหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

    

    เขาไม่เคยได้จับพวงมาลัยรถยนต์เลยตั้งแต่ออกจากกองทัพมา

    

    ตอนนี้มือของเขาเริ่มแข็งจนจะจับพวงมาลัยไม่เป็นอยู่แล้ว แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

    

    “เถ้าแก่เจียง ไม่เจอกันหลายวันเลยนะ ? ”

    

    ขณะที่คุยกับหวังผิง เขาก็เห็นติงจวิ้นเจี๋ยวางร่มแล้วเดินเข้ามาในร้าน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เลขาติง คุณเป็นผู้นำหมายเลขสองเลยมีเวลาพักผ่อนบ้าง แต่ผมเป็นเพียงประชาชนคนธรรมดา จะเอาเวลาที่ไหนมาหยุดพัก ต่อให้ฝนจะตกก็เถอะ”

    

    หลังจากที่รู้จักกับติงจวิ้นเจี๋ยมาได้สักระยะ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ดูเป็นกันเองมากขึ้น พวกเขามักจะพูดล้อเล่นและพูดติดตลกใส่กันเสมอ

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มและพูดว่า “เถ้าแก่เจียง ผมว่าคุณคงไม่ว่างแล้วล่ะ รีบตามผมมาสิ”

    

    น้ำเสียงของเขาดูจะเร่งด่วนมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ผงะไปเล็กน้อย จึงถามไปว่า “ฝนยังตกอยู่เลยนะครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยพูดว่า “ผมมาเชิญคุณเลยนะ ต้องเป็นเรื่องดีสิ”

    

    “เรื่องดี ? ”

    

    ทันใดนั้น ดวงตาของเจียงเสี่ยวไป๋ก็เบิกกว้างขึ้น “เลขาติง อย่าบอกนะว่ารถที่ผมสั่งมาถึงแล้ว ? ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยหัวเราะเสียงดัง “เถ้าแก่เจียง ผมปิดอะไรคุณไม่ได้เลย ใช่แล้วล่ะ รถสามคันที่คุณสั่งจองไว้มาถึงแล้ว ผมจึงมาที่นี่เพื่อมาบอกคุณ”

    

    “เลขาติง คุณมาถูกเวลาจริง ๆ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมาก จึงรีบเรียกหวังผิงมา “ไปรับรถกับเลขาติงกันเถอะ”

    

    หวังผิงเองก็ดูมีความสุขไม่ต่างกัน เขาคาดหวังว่ารถบรรทุกคันเล็กจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ แต่เขาไม่คิดเลยว่ามันจะมาได้ถูกจังหวะพอดี ช่างเหมือนดั่งสำนวนที่ว่า ‘พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา’

    

    พวกเขาทั้งสามเข้าไปนั่งในรถและตรงไปที่กรมควบคุมการค้าท่ามกลางสายฝน

    

    เมื่อมีติงจวิ้นเจี๋ยมาด้วย ขั้นตอนการรับรถจึงง่ายดายและเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

    

    ตอนนี้มีรถอยู่สามคัน แต่มีเพียงเจียงเสี่ยวไป๋และหวังผิงเท่านั้นที่มารับ จึงเหลือรถอีกหนึ่งคันที่ไม่มีใครขับกลับไป

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยจึงพูดว่า “เถ้าแก่เจียง ให้ผมช่วยขับกลับไปที่ร้านให้ไหม ? ”

    

    “งั้นรบกวนด้วยครับเลขาติง ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ปฏิเสธ และมอบกุญแจรถจี๊ปเทียนจิง 212 ให้ติงจวิ้นเจี๋ย แต่ติงจวิ้นเจี๋ยกลับพูดว่า “รถใหม่คันนั้นคุณขับเองเถอะ ผมจะขับรถบรรทุกคันเล็กกลับไปให้”

    

    จากนั้นเขาก็หยิบกุญแจรถบรรทุก 130 มา

    

    เมื่อพวกเขาทั้งสามขับรถไปถึงหน้าร้าน ติงจวิ้นเจี๋ยก็กล่าวลาและออกจากร้านไป ก่อนหน้าจะจากไป เจียงเสี่ยวไป๋ยังได้ให้กุ้งอบน้ำมันที่เฝิงเยี่ยนหงเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ให้เขามาด้วย

    

    ท้ายที่สุดแล้ว อีกฝ่ายก็ยอมขับรถมาถึงที่นี่เพื่อจัดการธุระให้กับเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยตระหนี่ให้กับคนที่ช่วยเหลือเขาอยู่แล้ว

    

    หลังจากส่งติงจวิ้นเจี๋ยแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็หันกลับเข้าไปในร้าน ก่อนจะเห็นหลินเจียอินยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องครัว พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

    

    “เมียจ๋า รถของคุณมาแล้ว ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม และยกกุญแจรถในมือขึ้น

    

    “ไม่ใช่รถของฉัน แต่เป็นรถของเราต่างหาก ! ”

    

    หลินเจียอินยังกล่าวด้วยรอยยิ้ม จนดวงตาคู่งามของเธอกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

    

    หลายวันมานี้ฝนตก ถึงจะมีเสื้อกันฝน แต่การต้องนั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเข้าเมืองมาทำงานทุกวันมันไม่สะดวกสบายจริง ๆ

    

    แต่การนั่งรถจี๊ปเทียนจิง 212 นั้นต่างออกไป เพราะหลังคาผ้าใบนั้นช่วยกันลมกันฝนได้เป็นอย่างดี อีกอย่างยังมีกระจกหน้าต่างโปร่งใส ช่วยให้มองเห็นทัศนวิสัยภายนอกได้อย่างชัดเจน

    

    ในความทรงจำของเธอ ครั้งแรกที่ได้นั่งรถประเภทนี้คือตอนที่เธอเพิ่งเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก พ่อของเธอถึงกับยืมรถในที่ทำงานของเขาเพื่อส่งเธอไปเรียนที่ชิงโจว

    

    ตอนนั้นเธอยังคิดว่ามันจะดีสักแค่ไหน หากได้นั่งรถแบบนี้ทุกวัน

    

    และตอนนี้ ความฝันนั้นก็เป็นจริงแล้ว

    

    และผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้เองที่ช่วยทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงทุกอย่าง

    

    “ว้าว เรามีรถแล้ว ! ”

    

    เด็กน้อยดูมีความสุขมากที่ได้เห็นรถ เธอเอียงหน้ามองดูรถจี๊ปที่อยู่ข้างถนนหน้าร้านด้วยดวงตาเปี่ยมสุข

    

    “ครอบครัวของฉันก็มีรถยนต์คันหนึ่ง ใหญ่กว่าของเธออีก”

    

    หวังกังเองก็ไม่ลืมพูดโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจอยู่ด้านข้าง

    

    เมื่อเด็กทั้งสองเห็นรถที่พ่อของพวกเขาขับมา พวกเขาก็บอกว่าเป็นรถของครอบครัวพวกเขา

    

    เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่รถของฉันดูดีกว่า ! ”

    

    เด็กผู้หญิง แม้ว่าจะยังเด็กมาก แต่เมื่อพูดถึงสิ่งของต่าง ๆ สิ่งที่เธอให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือความสวยงาม ส่วนเรื่องอื่นไว้ทีหลัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้ฟังแล้วจึงเดินไปหาเด็กน้อยทั้งสองคน พร้อมกับพูดว่า “พวกลูกต้องจำไว้ว่ารถยนต์เป็นเพียงยานพาหนะในการขับขี่ ไม่สามารถเอามาใช้เปรียบเทียบอะไรได้”

    

    “และต้องจำไว้ว่า พวกลูกสองคนเป็นญาติกัน ต้องเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เข้าใจไหม ? ”

    

    การจะสอนเด็ก ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการมากนักในบางเรื่อง เพียงแค่ยกตัวอย่างเรื่องที่เข้าใจง่ายมาสอนพวกเขา

    

    โดยการชี้แนะสถานการณ์ที่พบในชีวิตประจำวัน เพื่อให้พวกเขามีทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ

    

    มันไม่ใช่เป็นการสอนด้วยคำพูด แต่เป็นการสอนด้วยการกระทำ

    

    “รู้แล้วค่ะ ! ”

    

    เจียงชานกระโดดโลดเต้นพลางขานรับไปด้วย

    

    “ผมจะฟังที่ลุงเจียงสอน ผมกับพี่ชานชานเป็นญาติกันและจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราจะไม่เปรียบเทียบกันอีก”

    

    นิสัยและท่าทางของหวังกังค่อนข้างคล้ายกับของหวังผิง เขาพูดออกมาอย่างจริงใจและซื่อตรง

    

    “ดีมากเด็ก ๆ พวกลูกไปเล่นหมากรุกกันต่อเถอะ ! ”

    

    “ค่ะ/ครับ ! ”

    

    เด็กน้อยทั้งสองเดินออกไปที่สวนหลังบ้านอย่างมีความสุข

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 138 :รถมาถึงแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.