Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 171 :คำพูดสุดสะพรึง

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 171 :คำพูดสุดสะพรึง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 171 :คำพูดสุดสะพรึง

    

    ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ !

    

    ……

    

    ที่ไหนกันล่ะ ! เจียงเสี่ยวไป๋เฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว เขาต้องกลับมาเกิดใหม่ถึงจะได้เป็นเจ้าของหลินเจียอินอย่างแท้จริงอีกครั้ง เขาจะพลาดโอกาสนี้ไปได้อย่างไร ?

    

    แต่น่าเสียดายที่แพลตฟอร์มนี้ห้ามมีการใส่รายละเอียดเรื่องพวกนี้ !

    

    เพราะเว็บนี้ลง Nc ไม่ได้ เลยต้องเว้นคำบรรยายไปกว่า 2 หมื่นคำและพิมพ์ได้แค่ประโยคสั้น ๆ ว่า ‘ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ ! ’ แทน

    

    เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่เบาสบาย

    

    แต่ก่อนที่เขาจะลืมตา ก็รู้สึกเจ็บแขนเล็กน้อย ราวกับว่ามีบางสิ่งที่ที่หนักมากดทับไว้ และเมื่อเขาเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ก็พบว่ามีใครบางคนนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา

    

    เขาตกใจ เธอมาอยู่ในอ้อมแขนเขาได้ยังไง ?

    

    ทว่า……จู่ ๆ เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา จำได้ว่าเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย

    

    ส่วนเรื่องอื่นนั้น เขาปะติดปะต่อมันไม่ได้เลย !

    

    แต่ดูจากเหตุการณ์ตรงหน้า เขาก็พอจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้ว

    

    “ดื่มหนักจนพลาดความรู้สึกตอนนั้นไปเลย ! ”

    

    ในขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังมีความสุขอยู่นั้น เขาก็คร่ำครวญอยู่ในใจ นี่เป็นครั้งแรกหลังจากกลับมาเกิดใหม่ที่เขาได้ครอบครองเรือนร่างของหลินเจียอิน แต่เขากลับเมาและเลอะเลือนจนจำความงามของช่วงเวลานั้นไม่ได้เลย

    

    ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ

    

    ไม่อย่างนั้น……ทำซ้ำแบบเมื่อคืนอีกสักรอบ เพื่อชดเชยช่วงเวลาเมื่อคืนนี้ดีไหม ?

    

    ในขณะที่ความคิดนี้กำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น จู่ ๆ ก็มีเสียงนาฬิกาปลุกส่งเสียงดัง “ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด” จนคนที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง

    

    หลินเจียอินลืมตาขึ้นมา และสังเกตเห็นว่าท่านอนของเธอ……ดูไม่เหมาะสม

    

    โธ่…เมื่อคืนเธอเหนื่อยมาก จนในที่สุดก็เผลอหลับไปในอ้อมแขนของเขา

    

    เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า เพราะเธออายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน !

    

    เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็สบเข้ากับสายตาที่เร่าร้อนของเจียงเสี่ยวไป๋พอดี

    

    ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้มีแผนที่จะต่ออีกรอบนะ !

    

    “คุณให้ฉันได้พักร่างบ้างเถอะนะ ! ”

    

    หลินเจียอินตกใจและรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเธอเร็วพอที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ทันได้ตอบสนองด้วยซ้ำ

    

    “อ๊า……”

    

    น่าอายชะมัด !

    

    หลินเจียอินเด้งตัวลงจากเตียงแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังเปลือยเปล่า เธอไม่ได้สวมอะไรเลย

    

    เธอเอามือปกปิดจุดสำคัญบนร่างกายแล้วรีบเดินถอยมาหยิบเสื้อผ้าจะเอามาสวม แล้วออกไป แต่เธอก็เดินเซจนเกือบล้มไปที่พื้น

    

    ขาทั้งสองของเธออ่อนแรงไปหมด !

    

    “เมียจ๋า ระวัง……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อุทานออกมาด้วยความตกใจ

    

    “คุณจะเสียงดังทำไม ต้องโทษคุณคนเดียวเลย ! ”

    

    หลินเจียอินพูดออกมาด้วยความโกรธ เธอคว้าเสื้อผ้าข้างเตียง วิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูเสียงดัง ‘ปัง ! ’

    

    “เอ่อ……”

    

    จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกเหมือนตนเองเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง เขามองตาละห้อยไปที่ประตูห้องน้ำ เงาร่างของภรรยารักสะท้อนออกมาจากประตูกระจกฝ้ามัว แต่ถึงอย่างนั้นก็เห็นสัดส่วนร่างงามนั้นได้อย่างชัดเจน เสียงน้ำจากหัวฝักบัวดัง “ซ่า ซ่า” เข้ามาในหู สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ไม่อาจดับไฟในใจของเขาได้เท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนการเทน้ำมันลงไปในกระทะร้อน ที่มันกำลังเดือดจนหยุดแทบไม่อยู่

    

    ทรมาน !

    

    บางทีมันอาจจะเป็นเช่นนั้น

    

    หลินเจียอินออกมาจากห้องน้ำโดยแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่กลืนน้ำลายของเขาและเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเสียดาย

    

    ดื่มด่ำไปกับค่ำคืนอันแสนสวยงาม แต่กลับพลาดเช้าอันแสนวิเศษไป

    

    แต่วันนี้ดวงอาทิตย์ส่องแสงแล้ว หวังว่าวันต่อไปจะดูสดใสยิ่งขึ้นไปอีก

    

    หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋อาบน้ำเสร็จ อารมณ์ของเขาก็สงบลงได้

    

    เขายังไม่รีบร้อนไปทำงาน

    

    ครอบครัวของพี่เขยมาเป็นแขกที่บ้าน ดังนั้นถ้าเขาออกไปตอนนี้จะดูไม่เหมาะสม

    

    โชคดีที่เครื่องปรุงรสกุ้งอบน้ำมันสำเร็จรูปที่เขาทำตุนไว้ในแต่ละวันมีเพียงพอให้ใช้ไปได้อีกหลายวัน

    

    ยิ่งไปกว่านั้น เฝิงเยี่ยนหงและหลัวเจาตี้ก็ยังรับหน้าที่ดูแลธุรกิจพะโล้ด้วย เขาจึงไม่ต้องกังวลกับมัน

    

    ดังนั้น วันนี้เขาจึงสามารถอยู่บ้านได้อย่างสบายใจ

    

    ที่ผ่านมา ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของเขามักจะกินอาหารเช้าตามแบบฉบับของคนยุคหลัง คือจะเน้นอาหารที่มีแป้ง เช่น บะหมี่ เต้าหู้ ซาลาเปา เกี๊ยว โจ๊ก ปาท่องโก๋เป็นต้น

    

    แต่เมื่ออยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ เขาจะกินอาหารแบบนั้นไม่ได้

    

    เพราะคนในชนบทนั้นมักจะกินข้าวเช้าทุกมื้อ

    

    สาเหตุหลักเพราะคนในชนบทส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร พวกเขาต้องใช้แรงงานและมักจะไปทำไร่ไถนาหลังจากกินข้าวเสร็จ ดังนั้นการกินซาลาเปา บะหมี่ หรืออาหารจำพวกแป้งไม่ค่อยอยู่ท้องพวกเขา อาหารสามมื้อของคนในชนบทจึงไม่มีความแตกต่างกัน พวกเขาจะเน้นกินข้าวเป็นหลัก

    

    ถ้าอิ่มท้อง ก็จะทำงานได้นานขึ้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้แต่ทำตามความเคยชินของพวกเขา เช้ามาเขาก็ต้องหุงข้าวและทำกับข้าว

    

    แต่จำนวนคนที่ทานอาหารเช้านี้กลับลดลงครึ่งหนึ่ง

    

    เพราะเจียงไห่เทียน เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โปตั้งวงเล่นไพ่เจาหูตลอดทั้งคืน เพิ่งจะเข้านอนก่อนรุ่งสางนี้เอง

    

    มนุษย์นั้นแปลกประหลาด ทั้งที่รู้ว่าการเล่นไพ่ทั้งคืน เช้ามาก็ต้องง่วง แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเล่นจนไม่ยอมหลับยอมนอน

    

    ดูเหมือนว่าเล่นไพ่เจาหูในตอนกลางคืนจะสบายกว่าการเล่นไพ่ในเวลากลางวัน

    

    นอกจากนี้ ครอบครัวของเจียงเสี่ยวจี๋ก็ได้กลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

    

    ส่วนเจียงเสี่ยวเฟิงไปรับซื้อกุ้งเครย์ฟิชแต่เช้า คงอีกนานกว่าจะกลับมา

    

    ดังนั้นคนที่ยังอยู่ในบ้านก็จะมีแค่เฉินหยวนเฉา เจียงเสี่ยวเยว่ เจียงเสี่ยวโจว จ้าวเต๋อหรง หวังซิ่วจวี๋ เจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน และเด็ก ๆ

    

    ในตอนเช้า พวกเขาจะจัดโต๊ะอาหารสองโต๊ะ

    

    เป็นโต๊ะของผู้ใหญ่ 1 โต๊ะ และโต๊ะเด็กอีก 1 โต๊ะ

    

    “พี่เขย เช้านี้ดื่มเพิ่มอีกหน่อยไหม ? ”

    

    เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟ เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบเหมาไถออกมาและพูดด้วยรอยยิ้ม

    

    คนในชนบทมักจะมีนิสัยดื่มเหล้าตั้งแต่เช้า ดังนั้นเขาจึงถามตามความเคยชิน

    

    ทันทีที่เจียงเสี่ยวโจวเห็นขวดเหมาไถ เขาก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธก่อนใครทันที “ดื่มกันไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปหาปลาแล้ว”

    

    เฉินหยวนเฉาจึงกล่าวว่า “ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก”

    

    เมื่อวานเขาทั้งกินทั้งดื่มไปมาก จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกแฮงค์ไม่หายดี

    

    “เอาล่ะ งั้นมากินข้าวกันก่อนดีกว่า”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ใครต่อ เพราะตัวเขาเองก็ไม่มีนิสัยดื่มตอนเช้าเหมือนกัน หากเฉินหยวนเฉาต้องการดื่ม เขาก็ทำได้เพียงฝืนดื่มเป็นเพื่อน แต่หากเฉินหยวนเฉาไม่ดื่ม เขาก็ยิ่งยินดี

    

    เพราะการพูดคุยในขนณะที่ดื่มไปด้วย จะง่ายกว่าไม่ได้ดื่ม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้ถามเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในหมู่บ้านไป๋หยาง ทำให้เขาพอรู้ว่าผลผลิตถั่วเหลืองในหมู่บ้านไป๋หยางอยู่ที่ประมาณ 80,000 ชั่งต่อปี อีกทั้งยังเป็นถั่วเหลืองคุณภาพสูงด้วย

    

    อย่างไรก็ตาม ถั่วเหลืองไม่ใช่อาหารหลัก ดังนั้นราคาของมันจึงต่ำกว่าราคาข้าว ข้าวโพดและข้าวสาลีเล็กน้อย ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่ชั่งละ 8 เจี่ยวเท่านั้น

    

    “นายถามเรื่องนี้ไปทำไม ? ”

    

    หลังจากที่เฉินหยวนเฉาพูดจบ เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “พี่เขย ถั่วเหลืองในหมู่บ้านของพี่ ถ้าขายออกไปคงได้เงินไม่เท่าไหร่ พี่เคยคิดที่จะก่อตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองบ้างไหม ? ”

    

    เฉินหยวนเฉาส่ายหน้า แล้วพูดว่า “การตั้งโรงงานต้องใช้เงินทุนเป็นอันดับแรก เทคโนโลยีเป็นอันดับสอง อีกทั้งไม่ใช่เรื่องง่ายในการหาซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักรแปรรูป คิดว่าการตั้งโรงงานมันง่ายดายงั้นหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าพี่อยากทำหรือเปล่า ? ”

    

    เฉินหยวนเฉาวางชามและตะเกียบในมือลง ก่อนจะจ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเพ่งพินิจ “นายหมายความว่ายังไง ? ”

    

    ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดหาทางออกให้กับหมู่บ้าน เพราะเขาเองก็อยากทำให้ชาวบ้านมีรายได้ที่ดีกว่านี้ แต่เขาลองดิ้นรนเพื่อหาทางออกแล้ว ก็ยังไม่เคยสำเร็จสักที

    

    แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ มันได้ทำให้เขาเกิดความสนใจขึ้นมา

    

    ผู้ชายคนนี้ เมื่อก่อนไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลย แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ 2 เดือน เขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขามีความสามารถ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีแผนการอะไรดี ๆ แล้วก็ได้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าพี่อยากทำ ผมสามารถช่วยได้”

    

    สีหน้าของเฉินหยวนเฉาเริ่มจริงจังขึ้นมาทันที จากนั้นเขาได้พูดว่า “การตั้งโรงงานไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ถ้าไม่มีเงินหลายพันหยวนก็ทำอะไรไม่ได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมา “พี่เขย พี่คิดน้อยเกินไป เงินไม่กี่พันหยวนจะทำอะไรได้ หากพี่สนใจที่จะตั้งโรงงานจริง ๆ ผมจะลงทุนให้พี่ 1 ล้านหยวน ! ”

    

    อะไรนะ !

    

    เฉินหยวนเฉาลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ คิดว่าเขาได้ยินผิดไป

    

    ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แม้แต่จ้าวเต๋อหรง เจียงเสี่ยวโจว และหวังซิ่วจวี๋ที่นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันก็ยังตกตะลึง

    

    เงิน 1 ล้านหยวนมันหมายความว่าอะไร ?

    

    อย่าคิดว่าพวกเขาไม่รู้ พวกเขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จะโม้เก่งเกินไปแล้ว !

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 171 :คำพูดสุดสะพรึง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

N1lN39
เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
05/12/2025
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
14/06/2026
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024
6311cee2FNEFaBp0
ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร
05/03/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.