Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 172 :นายมีทุนพอจริงหรือ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 172 :นายมีทุนพอจริงหรือ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 172 :นายมีทุนพอจริงหรือ

    

    เฉินหยวนเฉาตกตะลึงจนลุกขึ้นยืน เป็นเวลานานกว่าเขาจะได้สติแล้วนั่งลงอย่างช้า ๆ

    

    เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคนหม้อไฟสองสามครั้ง แล้วพูดติดตลกว่า “ฉันก็สงสัยอยู่ตั้งนานว่านายไปเอาเนื้อวัวมาจากไหน ที่แท้เป็นเพราะวัวมันเห็นนายโม้จนตกใจตายนี่เอง มันเลยต้องมาอยู่ในหม้อไฟแทน ! ”

    

    ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าจะลงทุนให้หลักพันหรือหลักหมื่น เขาก็คงจะเชื่อ

    

    แต่ถ้าบอกว่าจะลงทุนให้เขาหลักล้านแบบนี้ เขาคิดว่ามันน่ากลัวเกินไป

    

    เขาไม่เชื่อ

    

    หวังซิ่วจวี๋จึงได้พูดขึ้นมาว่า “หยานเฉา อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเขาเลย รีบกิน รีบกิน ! ”

    

    เจียงเสี่ยวเยว่เองก็กล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ตอนแรกพี่ก็ว่านายดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วนะ แต่ทำไมถึงยังชอบพูดเพ้อเจ้อเหมือนเดิมล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่พวกเขาไม่เชื่อเอง

    

    ทว่าในตอนนั้น หลินเจียอินรู้ดีว่าเมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดไปอย่างนั้น เขาต้องมีความคิดอะไรบางอย่างแน่นอน ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมาว่า “พี่เขย หากพี่มีความคิดอยากตั้งโรงงานจริง ๆ ก็ควรฟังเขาก่อน เรื่องเงิน 1 ล้าน เขาสามารถลงทุนให้พี่ได้จริง ๆ ”

    

    เปรี้ยง !

    

    ราวกับเป็นเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยงในตอนกลางวันแสก ๆ

    

    เมื่อเปรียบเทียบกับเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอินนั้นน่าเชื่อถือกว่ามาก ดังนั้นเมื่อเฉินหยวนเฉาและคนอื่นได้ยินเธอพูดแบบนั้นออกมา ในใจของพวกเขาก็เริ่มเชื่อว่าโดยพื้นฐานแล้ว มันน่าจะเป็นเรื่องจริง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋สามารถลงทุนเงิน 1 ล้านให้เขาได้จริงงั้นหรือ !

    

    ในตอนนั้น เฉินหยวนเฉา เจียงเสี่ยวเยว่ หวังซิ่วจวี๋ และเจียงเสี่ยวโจวต่างก็ตกตะลึง พวกเขาอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่เป็ดลงไปได้ทั้งฟองแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หันไปมองหลินเจียอิน หลังจากที่ผ่านเรื่องเมื่อคืนมา เธอกลับกล้าออกหน้าแทนเขา ทั้งยังช่วยพูดแทนเขาด้วย !

    

    ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แอบดีใจอยู่คนเดียว ดูเหมือนว่าการสานสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งของสามีภรรยายังคงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย !

    

    หลังจากนั้นไม่นาน เฉินหยวนเฉาก็กลับมามีสติอีกครั้ง และพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อนว่า “เสี่ยวไป๋ ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินนายต่ำไป”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้แต่โบกมือปัด

    

    เฉินหยวนเฉาจ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า “ฉันไม่อยากให้นายลงทุนมากมายขนาดนั้นหรอก แค่นายลงทุนหลักหมื่น ฉันก็สามารถตั้งโรงงานในหมู่บ้านได้แล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามว่า “แล้วพี่เขยมีแผนจะตั้งโรงงานอะไร ? ”

    

    เฉินหยวนเฉาดูเหมือนจะคิดเกี่ยวกับปัญหานี้มานานแล้ว เขาจึงพูดว่า “พวกเราชาวไป๋หยางทำเต้าหู้แผ่นมาช้านาน ซึ่งเป็นสูตรที่ดีที่สุด ฉันก็เลยอยากทำโรงงานผลิตเต้าหู้แผ่น”

    

    อาศัยอยู่บนภูเขาหากินบนภูเขา อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำหากินในแม่น้ำ หมู่บ้านไป๋หยางปลูกถั่วเหลืองที่ให้ผลผลิตสูง นอกจากจะบดทำเป็นเต้าหู้ถั่วเหลืองแล้ว ชาวไป๋หยางยังชอบทำเต้าหู้แผ่นอีกด้วย

    

    ถือได้ว่าความคิดของเฉินหยวนเฉาเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสภาพท้องถิ่นและสามารถจับจุดลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หรี่ตาลงเล็กน้อย พลางนึกถึงผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองในชาติที่แล้ว แต่เท่าที่เขาจำได้ เขายังไม่พบยี่ห้อเต้าหู้แผ่นที่โด่งดังเลย

    

    เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรออกมา เฉินหยวนเฉาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อย จึงกล่าวออกมาว่า “เป็นอะไรไป ทำโรงงานผลิตเต้าหู้แผ่นไม่ได้หรือ ? ”

    

    “อ้อ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลับมามีสติอีกครั้ง และพูดว่า “ไม่ใช่แบบนั้น”

    

    เขากล่าวต่ออีกว่า “ผมแค่คิดว่าตลาดเต้าหู้แผ่นนั้นค่อนข้างจำกัด ไม่สามารถขยับขยายให้มันไปไกลกว่านี้ได้”

    

    เฉินหยวนเฉากล่าวด้วยรอยยิ้มเหยเกว่า “ที่จริงแล้วหากเราสามารถตั้งโรงงานแปรรูปถั่วเหลืองเป็นเต้าหู้แผ่นได้ เราก็จะขายได้ในราคาที่แพงกว่าการขายถั่วเหลืองธรรมดา แต่คนในชนบทอย่างเรา ๆ จะสามารถเปิดโรงงานขนาดใหญ่แบบรัฐและเป็นเจ้าของกิจการได้ที่ไหนกัน ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วการตั้งโรงงานเป็นเรื่องง่าย ตราบใดที่เรามีเงิน ที่ดินและแรงงาน แต่สิ่งสำคัญคือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในโรงงานจะต้องวางตลาดได้ มูลค่าเพิ่มของเต้าหู้แผ่นมีไม่มากนักและเกณฑ์การผลิตก็ต่ำ ซึ่งยอดขายในอนาคตอาจจะมีปัญหาได้”

    

    สีหน้าตื่นเต้นในตอนแรกของเฉินหยวนเฉาจางหายไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นดวงตาของเขาก็เศร้าหมองลง

    

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเขาจะยังไม่ยอมแพ้ เพราะที่ผ่านมาเขาก็ต่อสู้ดิ้นรนมาหลายครั้ง เขาจึงพูดเสียวแผ่วว่า “แล้วถ้าเราจะสร้างโรงงานเล็ก ๆ ขึ้นมา ? แม้จะได้ผลผลิตไม่มาก แต่ก็น่าจะขายได้”

    

    ถึงอย่างนั้น เขาไม่มั่นใจในสิ่งที่เขาพูด และไม่กล้าแม้แต่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่เขย ที่ผมบอกว่าผมจะลงทุนให้ 1 ล้าน ผมพูดจริง ผมจะถอนมาให้พี่ในอีก 3 วัน แล้วเรามาคุยเรื่องแผนงานหลังจากที่ผมคิดดีแล้ว ! ”

    

    ห๊ะ ?

    

    เฉินหยวนเฉาตกตะลึง

    

    หมายความว่าจะไม่ทำโรงงานผลิตเต้าหู้แผ่นใช่ไหม ?

    

    แล้วทำไมเขาถึงอยากลงทุนให้ตั้ง 1 ล้าน ?

    

    เขาชักเกิดความรู้สึกว่าเขาไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

    

    หวังซิ่วจวี๋จ้องมองลูกชายของเธออยู่นาน เมื่อเห็นว่าเขาคุยกับลูกเขยเสร็จแล้ว เธอจึงพูดขัดขึ้นมาว่า “นี่ เจ้ารอง ลูก……มีเงิน 1 ล้านจริง ๆ หรือ ? ”

    

    แม้ว่าหลินเจียอินจะพูดออกมาแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่ดี

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า

    

    เงินในบัญชีของหลินเจียอินมีมากกว่า 1 ล้านแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะมีมากกว่า 3 ล้านแล้ว

    

    อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมา

    

    1 ล้านยังทำให้ตกใจได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่ามี 3 ล้าน จะไม่เป็นลมกันไปก่อนหรือ ?

    

    หลังจากได้รับคำยืนยันจากลูกชายของเธอ หวังซิ่วจวี๋ก็รู้สึกตื่นเต้นและพูดว่า “ในเมื่อลูกมีเงินมากมายขนาดนี้ กิจการก็มีเป็นของตัวเองแล้ว ยังคิดจะลงทุนสร้างโรงงานไปอีกทำไม ? ลูกควรเอาเงินไปฝากประจำในธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยทุกปีไม่ดีกว่าหรือไง ! ”

    

    เจียงเสี่ยวเยว่ยังกล่าวเสริมอีกว่า “เสี่ยวไป๋ ฟังที่แม่บอกเถอะ แม่พูดมีเหตุผล”

    

    จ้าวเต๋อหรงพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน “ใช่ เสี่ยวไป๋ แม่เขาพูดถูก ! ”

    

    แม้แต่เจียงเสี่ยวโจวก็ยังพูดว่า “เสี่ยวไป๋ เอาเงินไปฝากธนาคารปลอดภัยกว่า”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นี่คือแนวคิดของคนสมัยนี้ สิ่งที่พวกเขาแสวงหาไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่เป็นความมั่นคง

    

    พวกเขาพอใจกับความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิต

    

    แต่เจียงเสี่ยวไป๋นั้นแตกต่างออกไป เขากลับมาเกิดใหม่ เขาได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของคนรุ่นหลังและอารยธรรมทางเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นมาในยุคหลัง

    

    ความจริงของมนุษย์นั้น เมื่อเห็นของที่ดีกว่าจะไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่และจะต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน

    

    ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะคนเกิดใหม่ เขามีความทรงจำในชาติก่อนและรู้ถึงแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต ซึ่งเขาสามารถนำพาครอบครัวและญาติพี่น้องไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเต็มที่ จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้

    

    แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้

    

    เขาจึงพูดว่า “พี่เขย ผมขอเวลาคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน แล้วผมจะให้คำตอบพี่ภายใน 2-3 วัน แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็เตรียมตัวสร้างโรงงานไว้ได้เลย”

    

    เฉินหยวนเฉารู้สึกดีใจมาก ในที่สุดเขาก็เห็นแสงสว่างที่จะนำพาคนในหมู่บ้านให้ร่ำรวยขึ้น

    

    หลังจากกินข้าวเช้ากันเสร็จแล้ว เฉินหยวนเฉาและเจียงเสี่ยวเยว่ก็กล่าวลาทุกคนและกลับบ้านไป

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ว่างพอดี จึงขับรถไปส่งพวกเขากลับบ้าน

    

    “พี่ ดูสิว่ารถวิ่งเร็วแค่ไหน ! ”

    

    เฉินหงนั่งอยู่ในรถ เด็กหญิงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

    

    เฉินปิงกลับรู้สึกหดหู่ เขาไม่อยากกลับบ้านเลย บ้านของอารองไม่เพียงแต่มีเพื่อนเล่นมากมาย แต่ยังมีอาหารอร่อย ๆ และมีทีวีให้ดูอีกด้วย

    

    เมื่อเห็นลูกชายของเธอไม่ตอบน้องสาว เจียงเสี่ยวเยว่จึงได้สะกิดเขา “น้องสาวกำลังคุยกับลูกอยู่นะ”

    

    เฉินปิงจึงหันมาพูดว่า “แม่ครับ ผมยังอยากเล่นที่บ้านอารองอยู่เลย”

    

    เจียงเสี่ยวเยว่พูดว่า “พรุ่งนี้วันจันทร์ ลูกต้องไปโรงเรียน”

    

    เฉินปิงรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ฟังแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวปิง ช่วงปิดเทอมก็พาน้องสาวมาอยู่ที่บ้านอาสิ”

    

    เฉินปิงได้ยินแบบนั้นก็มีความสุขขึ้นมาทันที เขามองขึ้นไปที่เจียงเสี่ยวเยว่แล้วพูดว่า “แม่ ถ้าปิดเทอม ผมขอมาอยู่ที่บ้านของอารองได้ไหม ? ”

    

    โดยไม่รอให้เจียงเสี่ยวเยว่พูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “เดี๋ยวอาจะมารับไปเล่นเอง แม่ของนายจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”

    

    “เยี่ยมไปเลย ! ”

    

    เฉินปิงอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น “ผมอยากพักร้อนที่บ้านอารองของผม ! ”

    

    เจียงเสี่ยวเยว่พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ชิ, แม่ไม่เคยเห็นใครหัวรั้นเหมือนลูกมาก่อนเลย”

    

    ทว่าในน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความรักและความสุข

    

    หมู่บ้านไป๋หยางอยู่ห่างจากเจียงวานประมาณ 12 กิโลเมตร เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถไปที่นั่นในเวลาไม่ถึง 20 นาที

    

    แต่ทว่า รถของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่สามารถขับตรงไปที่หน้าบ้านของเฉินหยวนเฉาได้

    

    เพราะบ้านของเขาอยู่ห่างจากถนนเส้นหลักไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นถนนเส้นเล็กที่ต้องเดินเท้าเข้าไป

    

    ทั้งห้าคนลงจากรถ จากนั้นเฉินหยวนเฉาก็พูดขึ้นว่า “ลงมาก่อนเสี่ยวไป๋ เข้าบ้านไปกินข้าวเที่ยงก่อนแล้วค่อยกลับ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ แล้วพูดว่า “วันนี้ผมยังมีธุระอยู่ ไว้วันหลังผมจะมากินด้วย”

    

    ขณะที่เขาพูด เขาก็หยิบถุงสองใบออกมาจากหลังรถ แล้วยื่นให้เฉินหยวนเฉา จากนั้นจึงหยิบธนบัตรสิบหยวนปึกหนึ่งออกมาให้เขา

    

    เฉินหยวนเฉาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นายทำอะไรน่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เมื่อก่อน ตอนที่ผมทำตัวไม่เอาไหน ผมได้หยิบยืมเงินจากพี่สาวไปไม่น้อย วันนี้ผมเลยตั้งใจจะเอาเงินมาคืนให้พี่”

    

    เจียงเสี่ยวเยว่มองไปที่ปึกธนาบัตรสิบหยวนปึกใหญ่ เธอกะด้วยสายตาน่าจะมีอย่างน้อย 1,000 หยวน จึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “นายยืมไปแค่ไม่เท่าไหร่เอง ทำไมต้องคืนเสียเยอะด้วย ? ”

    

    เฉินหยวนเฉาเองก็พยักหน้า นั่นคือสิ่งที่เขาเองก็สงสัยเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เงินที่ผมให้เกินไปก็ถือซะว่าเป็นค่าหนังสือ สมุด ชุดนักเรียนให้กับหลานชายและหลานสาวของผมก็แล้วกัน ในฐานะอา ผมไม่เคยซื้ออะไรให้พวกเขาเลย”

    

    “แต่มันมากเกินไป ! ”

    

    เฉินหยวนเฉายืนกรานที่จะไม่เอาเงินส่วนเกินนั้นของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงกล่าวว่า “มันก็จริงที่ฉันกับพี่สาวของนายเคยไปทวงเงินนายอย่างหยาบคาย แต่ตอนนี้เรามีเงินพอกินพอใช้อยู่บ้าง เราเป็นญาติกัน ไม่จำเป็นต้องให้มากขนาดนี้หรอก”

    

    เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ เฉินหยวนเฉาก็ไม่สามารถปฏิเสธเจียงเสี่ยวไป๋ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องรับมัน

    

    ในตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะจากไป เฉินหยวนเฉาก็กล่าวว่า “อย่าลืม เมื่อนายคิดจะสร้างโรงงานให้รีบมาหาฉัน ฉันจะพาไปดูที่ดิน เพราะที่ตรงนั้นมีคนเสนอให้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ได้ครับ รอข่าวดีจากผมแล้วกัน ! ”

    

    หลังจากพูดจบ เขาก็สตาร์ทรถออกไป

    

    “ต่อไป ได้เวลาไปเยี่ยมพ่อตาของฉันแล้ว ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำกับตัวเองขณะขับรถ

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 172 :นายมีทุนพอจริงหรือ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Pchaya

    ต้องเป็นน้ารองไม่ใช่อารองน้องชายของแม่เป็นน้า

    09/03/2025 at 18:50 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
14/06/2026
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
14/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.