Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 182 :ความสงสัยของเจียงเสี่ยวไป๋

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 182 :ความสงสัยของเจียงเสี่ยวไป๋
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 182 :ความสงสัยของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    บนรถ เจียงเสี่ยวไป๋ถามหลี่ซิ่งฮวาว่า “ทำไมนายอำเภอหลินถึงบอกให้ผมไปคนเดียวล่ะ ? ”

    

    หลี่ซิ่งฮวาตอบว่า “พี่เจียง เมื่อวานคุณทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก นายอำเภอหลินจึงต้องการให้คุณเข้าร่วมต้อนรับแขกของอำเภอด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น

    

    เขาไม่อยากไปพบแขกอะไรนั่น เขาอยากอยู่บ้านกับภรรยามากกว่า

    

    อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของพ่อตาได้เช่นกัน

    

    “เลขาหลี่ แขกที่พูดถึงเขาเป็นใครกัน ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถาม

    

    หลี่ซิ่งฮวาอธิบายว่า “เขาเป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกง โรงเบียร์ซานเฉิงกำลังเตรียมที่จะอัพเกรดอุปกรณ์ไลน์การผลิต และเขาสามารถจัดหาเครื่องจักรนำเข้าระดับสูงได้ เขาเคยมาพบเราแล้วครั้งหนึ่ง และคราวนี้มีแนวโน้มว่าพวกเราจะทำสัญญากัน”

    

    โรงเบียร์ซานเฉิงเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นอันดับสองในอำเภอเจี้ยนหยาง และหลินต้าเหว่ยให้ความสำคัญกับมันอย่างยิ่ง

    

    ไม่นาน รถก็มาถึงโรงแรมประจำอำเภอเจี้ยนหยางที่บริหารโดยรัฐ

    

    ทันทีที่พวกเขาลงจากรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เห็นหลินต้าเหว่ยและหลี่กังยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงแรม เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังรอนักธุรกิจชาวฮ่องกงคนนั้นอยู่

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เขาค่อนข้างน่าแปลกใจที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนจากภายนอก แม้แต่นายอำเภอและรองนายอำเภอก็รอนักธุรกิจอยู่ที่ทางเข้าโรงแรมเป็นการส่วนตัว

    

    ซึ่งหากเป็นในยุคสมัยหลัง สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

    

    เขาเริ่มสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของนักธุรกิจชาวฮ่องกงคนนั้นขึ้นมาแล้ว

    

    “พ่อ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายหลินต้าเหว่ย จากนั้นทักทายกับหลี่กัง “สวัสดีครับรองนายอำเภอหลี่”

    

    เนื่องจากพ่อตาของเขาเป็นนายอำเภอ ทั้งยังยืนอยู่ข้างกัน เขาจึงทักทายหลี่กังอย่างสุภาพ

    

    ”สวัสดีเสี่ยวเจียง ! คุณคือวีรบุรุษของอำเภอเจี้ยนหยางของเราอย่างแท้จริง ! ” หลี่กังกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋โบกมืออย่างถ่อมตัวและกล่าวว่า “คำว่าวีรบุรุษ ผมไม่กล้ารับไว้จริง ๆ วีรบุรุษที่แท้จริงคือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ทหาร ตลอดจนทุกคนที่มาช่วยกันดับไฟป่าด้วยความสามัคคีและความกล้าหาญ ผมเพียงเสนอแนะวิธีไปบ้างก็เท่านั้น”

    

    “พวกเขาเป็นฮีโร่ ลูกก็เช่นกัน ! ” หลินต้าเหว่ยเน้นย้ำ

    

    หากไม่มีวิธีที่เจียงเสี่ยวไป๋เสนอให้ดับไฟด้วยไฟ ก็ยากที่จะบอกได้ว่าไฟป่าจะดับลงหรือไม่

    

    อย่างไรก็ตาม เขาพอใจกับท่าทีของเจียงเสี่ยวไป๋มาก

    

    กล้าที่จะเสนอแนะอย่างกล้าหาญ ช่วยเหลือโดยไม่แสวงหาผลตอบแทน และไม่นิ่งนอนใจ สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่น่าชื่นชม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอีกต่อไป เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา โดยถามด้วยความสงสัยว่า “พ่อครับ พ่อกำลังจะต้อนรับนักธุรกิจชาวฮ่องกง เชิญผมมางานเลี้ยงนี้ด้วยแบบนี้ ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะนะครับ ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยตอบว่า “ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ลูกยังเป็นนักธุรกิจเหมือนกันไม่ใช่หรือ นักธุรกิจสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพูดคุยกันได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรอีก และยืนรออยู่ข้างหลังหลินต้าเหว่ยอย่างเงียบ ๆ

    

    ไม่นานนัก ก็มีรถจี๊ปเทียนจิง 212 มาจอดที่ทางเข้าโรงแรม ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปีจะลงมาจากรถ เขามีรูปร่างท้วมตัวสูง สวมสายเอี๊ยม หัวล้าน จมูกใหญ่ ริมฝีปากหนา มีสร้อยทองเส้นใหญ่ห้อยอยู่ที่คอส่องประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด นอกจากนี้ยังสวมนาฬิกาข้อมือสีทอง สวมแว่นตาขอบทองหรูหรา การแต่งการของเขาบ่งบอกถึงความร่ำรวยได้เป็นอย่างดี

    

    “ยินดีต้อนรับคุณเฉิน ! ”

    

    หลินต้าเหว่ยและหลี่กังเข้าไปจับมือและทักทายเขา

    

    นักธุรกิจชาวฮ่องกงคนนี้คือเฉินกังเซิง เขาพูดจีนสำเนียงกวางตุ้งพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุขว่า “ผมขอโทษที่ทำให้พวกคุณทั้งสองต้องรอ ! ”

    

    “ไม่เป็นไร ! ”

    

    หลินต้าเหว่ยตอบอย่างสุภาพ “คุณเฉิน เชิญทางนี้”

    

    หลังจากนั้น เขาจึงก็เฉินกังเซิงเข้าไปในโรงแรม

    

    ขณะที่แขกผู้มีเกียรติมาถึง หลินต้าเหว่ยก็เชิญเฉินกังเซิงนั่ง โดยมีหลินต้าเหว่ยและหลี่กังนั่งคนละฝั่ง ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋นั่งอยู่ข้าง ๆ หลินต้าเหว่ย หลี่ซิ่งฮวานั่งอยู่ที่นั่งปลายโต๊ะ

    

    เฉินกังเซิงสังเกตเห็นเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เขารู้จักหลินต้าเหว่ย หลี่กังและหลี่ซิ่งฮวา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเจียงเสี่ยวไป๋ เฉินกังเซิงจึงเอ่ยถามว่า “ท่านนี้คือ ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยแนะนำว่า “นี่คือเถ้าแก่เจียงจากชิงโจว เป็นเจ้าของธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม”

    

    เขาไม่ได้บอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นลูกเขยของเขา

    

    “สวัสดีครับคุณเจียง ผมเฉินกังเซิง ! ”

    

    เฉินกังเซิงยื่นมือไปจับมือกับเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แนะนำตัวเองสั้น ๆ และพูดคุยทักทายอีกเล็กน้อย ก่อนจะเงียบไป

    

    ท้ายที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่ถิ่นของเขา เขาเป็นเพียงคนที่มาคอยอยู่เป็นเพื่อนแขกเท่านั้น เขาจึงมุ่งความสนใจไปที่การเพลิดเพลินกับมื้ออาหารแทน

    

    เฉินกังเซิงดูเหมือนจะพูดภาษาจีนกลางไม่ค่อยได้ ทำให้การสื่อสารส่วนใหญ่ตลอดมื้ออาหารเป็นภาษากวางตุ้งเสียส่วนใหญ่

    

    ขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง สีหน้างุนงงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

    

    หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เริ่มให้ความสนใจกับนักธุรกิจชาวฮ่องกงคนนี้มากขึ้น

    

    หลังจากทานอาหารเสร็จ เฉินกังเซิงถูกจัดให้ไปพักผ่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเจี้ยนหยาง ซึ่งหลินต้าเหว่ยจะต้องกลับไปที่ว่าการอำเภอ เขาจึงบอกให้คนขับรถไปส่งเจียงเสี่ยวไป๋ที่บ้านก่อน

    

    ในรถ จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “พ่อ พ่อรู้จักเฉินกังเซิงดีแค่ไหน ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยหยุดครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมาถามว่า “ลูกหมายถึงอะไร ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม ว่าพ่อรู้อะไรเกี่ยวกับเขาบ้าง”

    

    แม้ว่าหลินต้าเหว่ยจะรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็ยังอธิบายว่า “ผู้ใหญ่จากมณฑลแนะนำมา บอกว่าเฉินกังเซิงมีอิทธิพลอย่างมากในเกาะฮ่องกง เป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่ง และมีอำนาจในธุรกิจนำเข้าและส่งออก”

    

    “แค่นั้นหรือครับ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม

    

    หลินต้าเหว่ยพยักหน้า

    

    สมัยนี้ การคมนาคมและการสื่อสารยังไม่ก้าวหน้า และไม่มีอินเทอร์เน็ตเหมือนในอนาคต ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลจึงมีจำกัด

    

    เฉินกังเซิงยังเป็นนักธุรกิจจากเกาะฮ่องกง และในเวลานี้ เกาะฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันมากนัก ดังนั้นข้อมูลที่หลินต้าเหว่ยรับรู้จึงมีเพียงเท่านี้

    

    หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋จึงตัดสินใจพูดออกมาว่า “พ่อ ผมคิดว่าตัวตนของเฉินกังเซิงน่าสงสัย”

    

    หืม ?

    

    หลินต้าเหว่ยตกตะลึง แม้แต่หลี่ซิ่งฮวาที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองที่เจียงเสี่ยวไป๋ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

    

    “ลูกรู้ได้ยังไง ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยถามอย่างระมัดระวัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “แม้ว่าเฉินกังเซิงจะพูดภาษาจีนกวางตุ้งได้ แต่สำเนียงของเขาไม่ใช่ชาวเกาะฮ่องกงโดยกำเนิด แต่สำเนียงของเขากลับใกล้ชิดกับผู้คนจากหมู่บ้านชาวประมงโซนกวางโจวและเซินเจิ้นมากกว่า”

    

    หลินต้าเหว่ยหัวเราะเบา ๆ “สิ่งที่เขาพูดฟังดูยากที่จะเข้าใจก็จริง แต่ลูกสามารถแยกแยะสำเนียงออกได้ยังไง”

    

    แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋สามารถแยกแยะได้

    

    ในชีวิตก่อนของเขา เขาได้ติดต่อกับนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงของเกาะฮ่องกงอย่างกว้างขวาง และเคยดำเนินธุรกิจกับผู้ประกอบการจำนวนมากจากภูมิภาคกวางโจวและเซินเจิ้น

    

    ในเวลานั้น เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร เขาได้จ้างครูสอนภาษาจีนกวางตุ้งและเรียนภาษาจีนกวางตุ้งมาระยะหนึ่งด้วย

    

    ในขณะที่ฟังคำพูดของเฉินกังเซิง เขาสังเกตเห็นความแตกต่างเล็กน้อยในการออกเสียง

    

    แต่เมื่อหลินต้าเหว่ยถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็ไม่สามารถเปิดเผยเหตุผลที่แท้จริงได้

    

    แต่หากไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน แม้ว่าหลินต้าเหว่ยจะเป็นพ่อตาของเขา ก็เกรงว่าคงจะไม่เชื่อเขาง่าย ๆ แน่นอน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง……”

    

    ประโยคนี้ยังเป็นข้ออ้างที่ใช้ได้ผลเสมอ เมื่อต้องเผชิญกับบางสิ่งที่ไม่สามารถระบุได้โดยตรง ผู้คนมักจะอ้างถึงเพื่อนคนหนึ่งเสมอ

    

    หลังจากได้ยินคำอธิบายของเจียงเสี่ยวไป๋ หลินต้าเหว่ยก็ขมวดคิ้วมุ่น

    

    “ฟังจากสำเนียงที่แตกต่างกันเล็กน้อย ลูกก็สงสัยในตัวตนของเขา นั่นไม่รีบด่วนสรุปไปหน่อยหรือ ? ” หลินต้าเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “ไม่แน่นอน ยังมีเสื้อผ้าของเขาและวิธีการร่วมมือที่กล่าวถึงในการสนทนาด้วย”

    

    จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็อธิบายโดยละเอียดในแต่ละประเด็น

    

    จากความทรงจำของเขาจากชาติก่อน มีนักต้มตุ๋นจำนวนมากในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ปลอมตัวเป็นนักลงทุนชาวต่างชาติหรือฮ่องกง คนพวกนั้นได้โกงเงินและทรัพยากรจำนวนมากไปจากหน่วยงานต่าง ๆ ของแผ่นดินใหญ่

    

    พฤติกรรมของเฉินกังเซิงทำให้เขารู้สึกว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง

    

    แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของเขา และความจริงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อ เนื่องจากสัญญายังไม่ได้ลงนามและยังไม่มีการจ่ายเงิน พ่อควรตรวจสอบก่อน เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ใช่คนฉ้อโกง”

    

    หลินต้าเหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 182 :ความสงสัยของเจียงเสี่ยวไป๋"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.