Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 229 :ฉันมีความคิด

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 229 :ฉันมีความคิด
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 229 :ฉันมีความคิด

    

    หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน กลางดึกทุกคนก็พักผ่อน

    

    เช้าวันรุ่งขึ้น ยังคงมีงานเลี้ยงตามประเพณี ไม่เพียงแต่เพื่อให้ความบันเทิงแก่แขกที่มาค้างคืนเท่านั้น แต่ยังเป็นการ “ต้อนรับ” สมาชิกในครอบครัวโดยการกินอาหารร่วมกันอีกด้วย

    

    แต่พอกินอาหารเช้าเสร็จ หวังซิ่วเหวินและคนอื่นก็ขอตัวลากลับ

    

    ระหว่างทาง ทุกคนต่างก็พูดคุยกันไป

    

    “เสี่ยวไป๋ดูจะประสบความสำเร็จมาก บ้านหลังใหม่ของเขาสร้างได้สวยมาก ! ”

    

    “ใช่ อีกอย่างในบ้านของเขาก็ไม่มีคนรับใช้ด้วย แต่บ้านสะอาดสะอ้านมาก ! ”

    

    “สะดวกสบายมาก ตอนที่ฉันอาบน้ำในบ้านเขา ฉันรู้สึกสบายและชอบที่สุด เพราะมีเครื่องทำน้ำอุ่นโดยที่ไม่ต้องไปต้มน้ำเองด้วย”

    

    “ฉันเองก็ชอบสวนหลังบ้านของเขา ตกแต่งได้สวยมาก ! ”

    

    “เป็นวาสนาของเขาที่ได้ต้นหนานมู่ต้นใหญ่ในสวนหลังบ้าน เพราะมันปกคลุมทั้งสนาม สามารถหลับใต้ต้นนั้นได้โดยไม่ต้องตากแดดเลย”

    

    “เป็นพื้นที่ทำเลดีจริง ๆ บ้านของเขาอยู่ใกล้แม่น้ำ แถมยังมีถ้ำให้ทำเป็นห้องพักได้ด้วย”

    

    “ใช่แล้ว เมื่อคืนผมนอนที่นั่น มันเย็นสบายมาก”

    

    “ถือเป็นวาสนาของซิ่วจวี๋ที่ได้ลูกชายแบบนี้ ! ”

    

    “……”

    

    พอถึงเที่ยงวัน นอกจากหลินต้าเหว่ย ภรรยาของเขาและหลินเจียเล่อ แขกคนอื่นที่มาค้างคืนได้ทยอยกลับกันหมดแล้ว ส่วนผู้ที่มาช่วยงานก็เตรียมตัวจะกลับเช่นกัน

    

    ตามธรรมเนียมแล้ว ควรจะส่งผู้ช่วยก่อนแขกที่มาค้างคืน

    

    ซึ่งก่อนที่พวกเขาจะกลับ จะต้องมีการมอบบุหรี่หนึ่งซองและผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนเพื่อแสดงความขอบคุณจากเจ้าภาพที่พวกเขามีน้ำใจมาช่วยเหลือ

    

    ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้กลับ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินเข้ามาหาเจียงไห่หยางแล้วพูดว่า “พ่อ ครั้งนี้แขกมาเยอะมาก ทำให้พวกเขาต้องทำงานหนักกว่างานอื่นที่ผ่านมา ผมว่าควรจะให้ของขอบคุณมากกว่านี้นะครับ”

    

    เจียงไห่หยางไม่คัดค้านและถามว่า “แล้วแกจะให้อะไรพวกเขาล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นอกเหนือจากบุหรี่และผ้าเช็ดหน้าที่พ่อให้ผมไปสั่งไว้ก่อนหน้านี้ ก็ให้อั่งเปาพวกเขาเพิ่มคนละ 12 หยวนก็ดีนะครับ”

    

    เจียงไห่หยางคิดเรื่องนี้สักพักและเห็นด้วย

    

    เขามอบหมายให้เจียงไห่เทียนเป็นคนจัดการเอาไปแจกจ่ายให้ผู้ที่มาช่วยงานเอง

    

    ก่อนที่ผู้มาช่วยงานจะกลับไป เจียงไห่เทียนก็ได้แจกของขอบคุณจากเจ้าภาพ เมื่อพวกเขาเห็นอั่งเป่าที่มีเงิน 12 หยวนอยู่ในนั้น ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเอาแค่บุหรี่และผ้าเช็ดหน้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้อั่งเปาก็ได้

    

    เจียงไห่เทียนจึงกล่าวว่า “เอาไปเถอะ มันเป็นน้ำใจของไห่หยางที่อยากจะขอบคุณ”

    

    ช่างไม้ถานกล่าวว่า “เราทุกคนล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นธรรมดาที่จะต้องมาช่วยงานเล็กน้อยพวกนี้ แต่เราไม่ได้ต้องการเงินหรือสิ่งของตอบแทนใด ๆ ทั้งนั้น”

    

    หลิวอี้โชวก็พยักหน้าเห็นด้วย

    

    เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ไห่หยางบอกว่าการที่พวกคุณมาช่วยงาน ทำให้เสียเวลาในการจับกุ้งหรือทำมาหากินของทุกคนไปถึง 3 วัน ของเหล่านี้จึงถือเป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อยจากเขาเท่านั้น ช่วยรับไปเถอะ”

    

    เอ่อ……

    

    ในเมื่อผู้นำพูดมาแบบนี้แล้ว พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก

    

    นอกจากทำได้เพียงรับน้ำใจนี้ไป

    

    จากนั้น พวกเขาก็ได้แยกย้ายกันกลับ คนที่ง่วงก็กลับไปนอน ส่วนคนที่ต้องไปจับกุ้งก็ออกไปจับกุ้ง

    

    และแล้วงานเลี้ยงนี้ก็ได้จบลง บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋จึงได้กลับมาสงบสุขเหมือนดั่งเช่นเคย

    

    “พ่อตาเสี่ยวไป๋ ฉันไม่ได้ต้อนรับคุณอย่างดีมาสองวันแล้ว อย่าตำหนิกันเลยนะ ! ”

    

    ในตอนนั้น เจียงไห่หยางก็หันไปพูดคุยกับหลินต้าเหว่ยได้อย่างสบายใจและกล่าวขอโทษออกมา

    

    หลินต้าเหว่ยยิ้ม “พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ใช่คนนอกแต่อย่างใด มันไม่ใช่ความผิดของคุณ อย่าทำให้มันยากนักเลย”

    

    เจียงไห่หยางแอบคิดในใจ: ฉันจะกล้าดีมาหยาบคายได้ยังไง คุณเป็นถึงนายอำเภอ ! ในอดีต เขาเรียกตำแหน่งนี้ว่าผู้พิพากษาประจำเทศมณฑลเชียวนะ หากเป็นในอดีต คนธรรมดาอย่างฉันคงจะต้องไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผู้พิพากษาประจำเทศมณฑล โชคดีที่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าเหมือนเมื่อก่อน แต่มารยาทก็ควรจะมี

    

    เมื่อคิดแบบนี้ในใจ เขาก็พูดออกมาว่า “ไม่ได้ ไม่ได้”

    

    ด้วยช่องว่างทางสถานะ พวกเขายังคงไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมได้

    

    ด้วยเหตุนี้ หลินต้าเหว่ยจึงรู้สึกหมดหนทาง เขาพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเข้ากับพ่อแม่ของลูกเขยอย่างสงบสุข

    

    ในตอนนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เดินเข้ามา

    

    เมื่อเห็นลูกชาย เจียงไห่หยางก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

    

    “พ่อตาเสี่ยวไป๋ สองวันที่ผ่านมาเราไม่ได้นั่งทานข้าวด้วยกันเลย มื้อเที่ยงนี้มาดื่มด้วยกันหน่อยเป็นไง”

    

    หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “ได้สิ ฉันจะดื่มด้วย”

    

    เจียงไห่หยางพูดว่า “ฉันไม่ให้คุณดื่มเปี้ยนซานแล้วล่ะ” เขาชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “เจ้ารองซื้อเหมาไถมาเก็บไว้มากมาย พอที่เราสองคนจะดื่มได้อย่างสบาย ๆ เลย”

    

    ตอนนี้หลินต้าเหว่ยไม่ได้สนใจว่าจะดื่มเหล้ายี่ห้อไหน เพราะปกติเขาไม่ได้ดื่มเหมาไถ เขาดื่มแต่เหล้ายี่ห้อเจี้ยนหยางที่ผลิตโดยโรงกลั่นท้องถิ่นในอำเภอเจี้ยนหยาง

    

    ซึ่งคราวนี้ที่เขามา เขาก็ได้พกมันมาสองขวด ซึ่งยังอยู่ในรถจี๊ปของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เขาจึงพูดว่า “งั้นเที่ยงนี้ดื่มเหล้าที่ฉันพกมาไหม เหล้าเจี้ยนหยาง เผื่อคุณจะได้ลองชิมดู”

    

    เจียงไห่หยางพยักหน้าและพูดว่า “ข้าวของต้าเฟิง ปลาของฉางเหอ เหล้าของเจี้ยนหยาง เค้กของเป่ยเหลียงและชาของหยุนตู ทั้งหมดที่พูดมาล้วนมีชื่อเสียงทั้งสิ้น”

    

    ประโยคนี้แสดงให้เห็นถึงความพิเศษของหลายอำเภอในชิงโจว

    

    หลินต้าเหว่ยไม่ได้คาดหวังว่าเจียงไห่หยางจะรู้เรื่องนี้เหมือนกัน เขาจึงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “นอกจากเหล้าเจี้ยนหยางแล้ว เบียร์ซานเฉิงก็ยังไม่เลวอีกด้วย”

    

    จริงสิ บุหรี่ของเจี้ยนหยางก็ดีไม่แพ้กัน

    

    “เสี่ยวไป๋ ไปเอาบุหรี่และเหล้าของพ่อออกมาจากรถหน่อย เอามาให้พ่อของลูกเขาได้ลองดื่มเหล้าเจี้ยนหยางดู”

    

    โรงงานผลิตบุหรี่เจี้ยนหยาง ผลิตบุหรี่ยี่ห้อต่าง ๆ เช่น ยี่ห้ออวี้เตี๋ย ยี่ห้อเฉินลู่ แม้ว่าราคาจะไม่แพง แต่ก็มีรสชาติที่ดี

    

    ซึ่งครั้งนี้หลินต้าเหว่ยได้เอามาสองยี่ห้อนี้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไปที่โรงรถเพื่อไปเอาบุหรี่และเหล้ามา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักธุรกิจชาวฮ่องกงเมื่อครั้งที่แล้ว เขาก็ถามว่า “พ่อครับ หลังจากที่จับกุมเฉินกังเซิงแล้ว เรื่องอุปกรณ์ในโรงเบียร์จะจัดการอย่างไร ? ”

    

    

    เดิมทีหลินต้าเหว่ยกำลังตื่นเต้น แต่เมื่อเขาได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋ถามคำถามนี้ออกมา สีหน้าของเขาก็ดูจะตึงเครียดขึ้นทันที

    

    “ตอนนี้ก็ยังเร่งจัดการอยู่ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและจำได้ว่าแม้แบรนด์เบียร์ของซานเฉิงจะยังคงมีอยู่จนกระทั่งเขามีชีวิตในชาติที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะถูกรวมกิจการกับโรงเบียร์ในปาเฉิ่ง และหากว่าเขาไม่ได้กลับมาเกิดในชาตินี้ โรงเบียร์ซานเฉิงก็คงถูกหลอกและเสื่อมถอยไปในที่สุด

    

    ในชีวิตนี้ แม้ว่าโรงเบียร์ซานเฉิงจะไม่ถูกหลอก แต่ก็ประสบกับปัญหาเพราะไม่มีการอัพเกรดอุปกรณ์จนอาจจะประสบปัญหา

    

    แค่คิด เขาก็รู้สึกสะเทือนใจ

    

    “พ่อไม่คิดหาทางอื่นบ้างหรือครับ ? ”

    

    หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ฉันกำลังคิดวิธีแก้ปัญหาอยู่ แต่ก็ไม่ง่ายที่จะแก้ไขในเวลาอันสั้น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ในอีกไม่กี่วัน ผมจะไปที่เจี้ยนหยางเพื่อไปดูโรงเบียร์”

    

    หลินต้าเหว่ยตกตะลึง เขารู้จากรองนายกเทศมนตรีจางว่าเจียงเสี่ยวไป๋ได้ก่อตั้งโรงงานถึงสามแห่งในชิงโจว จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไม? หรือว่าลูกต้องการเซ็นสัญญาเหมาโรงเบียร์ซานเฉิงงั้นหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ปิดบังอะไร และพูดว่า “ครับ ผมคิดแบบนั้น”

    

    อุตสาหกรรมที่เขาเกี่ยวข้องอยู่ในปัจจุบันล้วนเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก ซึ่งตลาดเบียร์ในอนาคตนั้นมีแนวโน้มที่จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงคิดที่จะครองตลาดด้านนี้

    

    หลินต้าเหว่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “โรงเบียร์ซานเฉิงนั้นต่างจากโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกชิงโจวที่ลูกทำสัญญาเหมาไว้ เพราะโรงเบียร์ซานเฉิงยังไม่ถึงขั้นล้มละลาย ฉะนั้นหากว่าลูกต้องการทำสัญญา ก็จะเป็นเรื่องยาก”

    

    ในฐานะนายอำเภอเจี้ยนหยาง เขารู้ดีว่าอำเภอไม่มีแผนที่จะปรับปรุงการบริหารจัดการของโรงเบียร์ซานเฉิง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมแค่อยากจะติดต่อและทำความรู้จักก่อน เรื่องสัญญาไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรครับ”

    

    เขาจำไม่ได้ว่าโรงเบียร์ซานเฉิงถูกรวมกิจการในปีใด

    

    แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

    

    สิ่งที่เขาต้องการคือ การทำความเข้าใจและเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ถูกสกัดกั้นเมื่อถึงเวลา

    

    เพียงแต่ตอนนี้ เขาไม่มีพลังพอที่จะเข้าควบคุมโรงเบียร์ซานเฉิง

    

    อย่างน้อย เราก็ต้องรอจนกว่าโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลืองดำเนินการไปได้ถูกทางก่อน

    

    หลินต้าเหว่ยพยักหน้า “อย่างนั้นก่อนไปก็โทรหาพ่อ แล้วพ่อจะจัดเตรียมให้”

    

    หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดเสริมไปว่า “พี่ชายคนโตของอินอินทำงานอยู่โรงเบียร์ เขาคุ้นเคยกับสถานการณ์ในโรงงานดีอยู่แล้ว ไว้ถ้าไป ลูกก็ลองไปปรึกษาเขาดูได้”

    

    เจียงไห่หยางได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสอง เขาก็พูดว่า “เจ้ารอง แกจะทำโรงงานผลิตเบียร์ด้วยงั้นหรือ? ถ้าแกจะทำ แกทำโรงงานเมล็ดแตงโม 5 รสก่อนนะ”

    

    ในสองวันที่ผ่านมา แขกที่มาบอกว่าเมล็ดแตงโม 5 รสอร่อยมาก ซึ่งเจียงไห่หยางก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี และเขาก็ไม่เคยคิดจะลืมมัน

    

    หลินต้าเหว่ยเองก็ได้กินเมล็ดแตงโม 5 รสด้วย ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่าเจียงไห่หยางขอให้เจียงเสี่ยวไป๋สร้างโรงงานเมล็ดแตงโม 5 รส เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นตาม

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 229 :ฉันมีความคิด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
19/06/2026
633e76f8SBWScIIi
เก้าพี่น้องเลี้ยงซาลาเปาสุดแสบ [九个哥哥团宠小甜包]
28/06/2024
84
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
12/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.