Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 24 จะอ่านชื่อกลับหัว

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 24 จะอ่านชื่อกลับหัว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 24 จะอ่านชื่อกลับหัว

    

    ทำอะไรน่ะหรือ ?

    

    แน่นอนว่าเขากำลังเตรียมทำผง 5 หอม จากนั้นค่อยทำผง 13 หอม นอกจากนี้ยังสามารถทำผงยี่หร่าได้อีกด้วย

    

    แบบนี้จะได้สะดวกเวลาจะปรุงรสในภายหลัง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายให้หลินเจียอินฟัง หลินเจียอินยิ่งฟังก็ยิ่งตะลึง

    

    “ทำไมเขาถึงรู้อะไรมากมายขนาดนี้ ? ”

    

    “เมื่อก่อนทำไมไม่เคยได้ยินว่าเขารู้เรื่องพวกนี้ล่ะ ! ”

    

    เธอพบว่าตั้งแต่ที่เจียงเสี่ยวไป๋เปลี่ยนไป เธอก็ยิ่งไม่เข้าใจเจียงเสี่ยวไป๋ยิ่งขึ้น

    

    “เมียจ๋า ใครในหมู่บ้านมีถั่วลันเตากับถั่วเหลืองบ้าง คุณซื้อมาให้ผมที ผมจะเอามาทำเต้าเจี้ยว” เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    “ที่บ้านมี ไม่ต้องซื้อหรอก”

    

    แทบทุกบ้านในชนบทต่างทำเต้าเจี้ยวเก็บไว้ทั้งนั้น หลินเจียอินเองก็ทำเป็นเช่นกัน ที่บ้านยังทำเก็บไว้ไหเล็ก ๆ อีกด้วย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า: “ผมว่าจะซื้อทำเก็บไว้เยอะหน่อย ต่อไปผมเปิดร้านจะต้องใช้เยอะ”

    

    “ได้”

    

    หลินเจียอินจนปัญญาจะขัดใจเขา เธอจึงไปซื้อถั่วลันเตากับถั่วเหลืองมาตามที่เขาต้องการ

    

    ถั่วลันเตาและถั่วเหลืองราคาถูก ใช้เงินไม่กี่หยวนก็ซื้อกลับมาได้เยอะแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หมดเวลาไปกับครกหินตลอดทั้งบ่าย เขาบดเครื่องเทศที่ซื้อมาให้กลายเป็นผงชนิดแล้วชนิดเล่า จากนั้นก็แบ่งบรรจุแยกชนิดกัน จากนั้นก็เริ่มทำพริกป่น

    

    เขานำพริกช่อและพริกเสฉวนที่ซื้อมา รวมถึงพริกพื้นบ้านมาทำพริกป่นที่มีความละเอียดแตกต่างกัน

    

    นี่เป็นผลมาจากการคิดค้นสูตรของเขา การที่พริกทั้งสามชนิดมีระดับความละเอียดแตกต่างกันจะช่วยให้ระดับความเผ็ดแตกต่างกัน

    

    หลังจากเตรียมสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋นำพริกไทย อบเชย โป๊ยกั๊ก กานพลู และผงยี่หร่าผสมในอัตราส่วนเท่ากันเป็นผง 5 หอม

    

    ขณะเดียวกัน เขายังได้ผสมจื่อโค่ว ซาเหริน ลูกจันทน์เทศ อบเชย การพลู พริกฉวาเจียว โป๊ยกั้ก ผลยี่หร่า มู่เซียง แปะจี้ เปราะหอม ข่า และขิงแห้ง ในอัตราส่วนที่เท่ากันเพื่อทำผงเครื่องเทศ 13 หอม

    

    สุดท้าย เขาก็ทำน้ำมันพริกไว้ขวดใหญ่

    

    กว่าจะเสร็จงานเก็บกวาดข้าวของก็มืดแล้ว เขากลับเข้าไปในครัวเพื่อเริ่มทำอาหารเย็นต่อ

    

    เขาเอามันหมูไปเจียวในกระทะก่อน จากนั้นใส่น้ำมันที่เหลือในจานแยกต่างหากและโรยเกลือเล็กน้อย กลายเป็นของว่างแสนอร่อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบชิมไปหนึ่งชิ้น

    

    อืม กรอบ~ รสชาติที่คุ้นเคย

    

    ดังนั้นเขาจึงเรียกชานชาน

    

    “ว้าว กากหมูหอมจังเลยค่ะ”

    

    หนูน้อยได้กินกากหมูก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้มเพราะกลิ่นหอมของมัน

    

    “ขอบคุณค่ะป่าป๊า”

    

    หนูน้อยวิ่งออกไปจากห้องครัว เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ เขาเหลือเนื้อหมูไว้ประมาณครึ่งชั่งสำหรับทำบะหมี่หมูเส้นในมื้อเช้าวันพรุ่งนี้ เนื้อที่เหลือเขานำมาสับเป็นหมูสับ จากนั้นนำกระดูกหมูที่เหลือจากมื้อกลางวันมาเคี่ยว ใส่หมูสับปั้นก้อนและตับหมูลงไป

    

    ตับหมูช่วยบำรุงเลือด แบบนี้เมียของเขาจะได้กินข้าวได้เยอะขึ้นหน่อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ปอกเปลือกฟักเขียวที่เหลืออีกครึ่งลูก จากนั้นหั่นเต๋าให้มีขนาดเท่ากัน ใช้มีดกรีดเป็นรูปไขว้กันที่หลังฟักเขียว ตีไข่ นำฟักเขียวลงไปชุบไข่แล้วลงทอดในกระทะจนเป็นสีเหลืองทองถึงตักขึ้นมาพักไว้ จากนั้นใส่น้ำมันลงในกระทะ ผัดหอมใหญ่ ขิง กระเทียมและพริกแห้งจนหอม ใส่เนื้อสับลงไปผัดจนสุก ใส่เกลือ ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ 13 หอมที่เตรียมไว้ ใส่ฟักเขียวทอดชุบไข่ลงไป ถึงเติมน้ำซุปกระดูกเล็กน้อย แล้วเคี่ยวครู่หนึ่ง

    

    เมื่อตัดใส่ชามแล้ว เขาจัดเจงโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและผักชี

    

    เมนูฟักเขียวตุ๋นน้ำแดงที่หน้าตาเหมือนกับหมูตุ๋นน้ำแดงพร้อมยกเสิร์ฟแล้ว

    

    “ว้าว วันนี้ได้กินเมนูหมูตุ๋นน้ำแดงอีกแล้ว”

    

    หนูน้อยพูดด้วยความดีใจ

    

    “คุณลองชิมดูสิว่าเมนูตุ๋นน้ำแดงวันนี้แตกต่างจากเมื่อวานอย่างไรบ้าง” เจียงเสี่ยวไป๋คีบฟักตุ๋นให้หลินเจียอินหนึ่งชิ้น “มันคือฟักเขียวตุ๋นน้ำแดง”

    

    หลินเจียอินชิมแล้วก็ทำตาโตด้วยความตกตะลึง

    

    พระเจ้า นี่มันรสชาติอะไรกัน ?

    

    นี่ไม่ใช่หมูตุ๋น แต่เป็นฟักเขียวหั่นเต๋า

    

    ทว่ารสชาติกลับเหมือนหมูตุ๋น

    

    ที่สำคัญคืออร่อยมาก

    

    มันไม่มันเลี่ยนเลยสักนิด

    

    หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะตัก “เนื้อฟักเขียวตุ๋น” เข้าปากทั้งชิ้นแล้วกัดกินไปสองสามคำ

    

    “อร่อยไหม ? ”

    

    “อร่อยมาก ! ”

    

    “เอาอีกไหม ? ”

    

    “เอาสิ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบคีบให้เมียอย่างรวดเร็ว

    

    เฮอะๆ เมียบอกว่าจะเอา เขาจะไม่ให้ได้อย่างไร ?

    

    เขาต้องให้เธอสิ แถมยังต้องรวดเร็วทันใจเธอด้วย

    

    “หมูตุ๋นน้ำแดงที่ป่าป๊าทำอร่อยมาก”

    

    หนูน้อยกินฟักเขียวไปหมดชิ้นแล้วยังไม่รู้ตัวเลยว่าที่เธอกินมันไม่ใช่เนื้อหมู แต่เป็นฟักเขียวที่หม่าม๊าทำให้กินทุกวัน

    

    หมูสับปั้นก้อนที่เคี่ยวในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ ส่งกลิ่นหอมเข้มข้นออกมา เจียงเสี่ยวไป๋จึงคีบให้สองแม่ลูกกิน

    

    รสชาติสดชื่นนุ่มนวล ทั้งยังก้อนกลมเหมือนลูกกระสุน

    

    เขาใส่ตับหมูลงไปด้วย ทำให้น้ำซุปในหม้อยิ่งหอมเข้มข้นยิ่งขึ้น จากนั้นตักน้ำซุปใส่ข้าวหนึ่งทัพพี รสชาติของน้ำซุปอร่อยไม่ได้ด้อยไปกว่าหูฉลามน้ำแดงเลย

    

    สามคนพ่อแม่ลูกกินมื้อเย็นอย่างอิ่มหนำอีกครั้ง

    

    “เมียจ๋า คุณพาชานชานไปเดินย่อยที่ลานบ้านก่อนนะ ผมล้างจานล้างหม้อเสร็จแล้วจะไปเตรียมของที่จะขายพรุ่งนี้ต่อ”เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    “คุณทำมาตลอดทั้งครึ่งวันแล้ว ยังไม่เสร็จอีกหรือ ? ”

    

    หลินเจียอินถามด้วยความสงสัย

    

    เขาแค่ทำผัดมันฝรั่ง ยังมีอะไรที่ต้องเตรียมอีก ?

    

    “ใกล้แล้ว อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดแล้วก็รีบไปทำงานของตน

    

    ส่วนในเมืองชิงโจวนั้น หลังจากรอให้เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปแล้ว หวังผิงทำเพิงให้เจียงเสี่ยวไป๋เสร็จแล้ว พอกลับมาที่เคาน์เตอร์ร้านถึงได้เห็นของที่เจียงเสี่ยวไป๋ทิ้งไว้ให้

    

    ขนมบิสกิตหนึ่งกล่อง แอปเปิ้ลหนึ่งถุงและเนื้อหนึ่งชิ้น

    

    ไหนเจ้าหมอนั่นบอกว่าซื้อแอปเปิ้ลให้เสี่ยวกัง แต่จู่ ๆ ทำไมเขาถึงซื้อเนื้อมาด้วยล่ะ

    

    แม้ว่าเขาจะเปิดกิจการร้านน้ำชาทำเงินได้เดือนละ 20-30 หยวน แต่เขาก็เสียดายเงินไม่กล้าซื้อเนื้อกินทุกวัน ปกติเขามักจะซื้อเนื้อทุกสิบวันหรือครึ่งเดือน

    

    “ไอ้หมอนี่ ! ”

    

    หวังผิงยิ้มและส่ายหน้า เขารู้สึกมีความสุขมาก

    

    ไม่ใช่เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อของให้เขา แต่เพราะเขาเห็นว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก

    

    เมื่อก่อน เจียงเสี่ยวไป๋มักจะมาเอาของจากเขา เคยให้ของกับเขาที่ไหนกัน ?

    

    กระทั่งตกเย็น หวังผิงหิ้วของที่เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อมาให้กลับบ้าน

    

    “ทำไมถึงเดินกลับมาล่ะ รถจักรยานไปไหน ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหง ภรรยาของหวังผิงขมวดคิ้วเขา และเมื่อเห็นของที่เขาถือมาด้วย คิ้วของเธอก็ขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม “ทำไมถึงซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ นี่จ่ายเงินไปเท่าไรเนี่ย ? ”

    

    “ไม่ได้ใช้เงินเลย เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าซื้อมาให้เสี่ยวกัง”

    

    หวังผิงหัวเราะ

    

    “เจียงเสี่ยวไป๋ ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงทำหน้าไม่เชื่อ “เขาชนะไพ่ได้เงินเยอะแล้วไม่มีที่ใช้หรือไง ถึงได้ซื้อของให้คุณมากมายขนาดนี้ ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงไม่ชอบเจียงเสี่ยวไป๋ ปกติเธอจะบ่นหวังผิงเป็นประจำถึงเรื่องที่เขาแอบเอาเงินให้เจียงเสี่ยวไป๋ยืม

    

    เธอคิดว่าหวังผิงเป็นคนซื้อของพวกนี้ จึงจงใจพูดไปแบบนี้

    

    และหลังจากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋จะต้องมาขอยืมเงินอีกแน่นอน

    

    “เอ่อ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอาเงินมาจากไหน”

    

    หวังผิงเกาหัวแล้วพูดต่อ “เขายังบอกอีกว่าจะเปลี่ยนตัวเอง พรุ่งนี้เขาจะเริ่มค้าขายแล้ว”

    

    “อย่างเขาน่ะหรือจะทำการค้า ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงได้ยินแบบนั้นก็พูดจาดูถูก ขณะจ้องไปยังหวังผิง “เขาได้พูดไหมว่าเปิดร้านขายของต้องใช้เงินทุน หรือว่าเขามายืมเงินคุณไปแล้ว ถึงได้ซื้อเนื้อชิ้นนี้มาปิดปากฉัน”

    

    “หวังผิง ฉันจะบอกให้นะ หากเจียงเสี่ยวไป๋คิดจะมายืมเงิน ให้บอกเขาไปเลยว่าไม่มี”

    

    หวังผิงยิ้มเจื่อน ภรรยาของเขาเป็นคนนี้เป็นคนปากร้ายใจดี เธอเป็นคนดีทำสิ่งดี ๆ เสมอ ติดอย่างเดียวคือปากร้ายไปหน่อย

    

    “แต่คราวนี้คุณคิดผิดนะ”

    

    หวังผิงยื่นเนื้อในมือให้ แล้วพูดว่า: “เขาไม่เพียงแต่ไม่ยืมเงินผมเท่านั้น แต่ยังบอกว่าจะให้เงินผมเดือนละ 30 หยวนด้วย”

    

    “อะไรนะ ? ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงมือสั่นจนเกือบทำเนื้อในมือตกลงพื้น “คุณบอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะให้เงินคุณเดือนละ 30 หยวนอย่างนั้นหรือ ? ทำไมเขาต้องให้เงินคุณด้วยล่ะ ? ”

    

    หวังผิงเห็นสีหน้าภรรยา เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้วที่บอกเรื่องที่เจียงเสี่ยวไป๋จะให้เงินเขาเดือนละ 30 หยวน เพราะหากถึงตอนนั้นแล้วเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ให้เงิน ภรรยาของเขาคงจะบ่นเขาจนหูชาไปหลายวัน

    

    แต่ตอนนี้เขาหลุดพูดไปหมดแล้ว เขาจึงทำได้เพียงฝืนพูดไปว่า “เขาทำกันสาดนอกร้านน้ำชาของผม บอกว่าจะเปิดแผงขายของตรงนั้น ผมคิดดูแล้ว ในเมื่อเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เขาอยากใช้พื้นที่ตรงนั้น อีกทั้งมันยังไม่ได้กระทบต่อกิจการร้านน้ำชาของเขา ผมจึงตอบตกลง”

    

    เฝิงเยี่ยนหงบ่นอุบ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านที่หวังผิงเอาพื้นที่หน้าร้านให้เจียงเสี่ยวไป๋เปิดร้าน เธอถามแค่ว่า “เขาจะทำอะไรขายล่ะ?”

    

    “เขาบอกว่าจะขายผัดมันฝรั่ง”

    

    หวังผิงพูดเสียงแผ่ว

    

    เพราะเขาเองก็คิดว่าสิ่งนี้จะขายไม่ได้เหมือนกัน

    

    “เหอะ ! ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงพูดอย่างดูถูกว่า “ฉันก็นึกว่าเขาจะทำการค้าที่มันได้เงินดี ที่ไหนได้เขาจะขายมันฝรั่งผัดนี่เอง”

    

    “ถ้าเขาขายได้นะ ฉันจะอ่านชื่อตัวเองแบบกลับหัวเลย”

    

    หวังผิงหลุดขำออกมา “ถ้าคุณอ่านชื่อกลับหัว ความหมายเปลี่ยนเลยนะ”

    

    เฝิงเยี่ยนหงถลึงตาใส่หวังผิงด้วยความโมโห “พรุ่งนี้ฉันจะคอยดูว่าเขาจะขายผัดมันฝรั่งอย่างไร”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 24 จะอ่านชื่อกลับหัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
21/06/2026
1-4eb0a4e5
เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย
19/06/2026
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.