Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 260 :ศิลปะแห่งภาษา

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 260 :ศิลปะแห่งภาษา
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 260 :ศิลปะแห่งภาษา

    

    วันรุ่งขึ้น เขาออกไปข้างนอกหลังจากทานอาหารเช้า

    

    หลินเจียอินสวมชุดสีขาวและถือกระเป๋าสีฟ้าอ่อนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้าดูเพียบพร้อมไปหมด

    

    เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำพูดจากรุ่นหลังที่ว่า ‘นาฬิกาของผู้ชาย กระเป๋าของผู้หญิง’

    

    กระเป๋าถือเป็นเครื่องประดับที่เข้ากันที่สุดสำหรับผู้หญิงจริง ๆ

    

    นอกจากเครื่องประดับแล้ว กระเป๋าก็สามารถเพิ่มออร่าของผู้หญิงได้เช่นกัน

    

    ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้หญิงรุ่นหลังจะสนใจซื้อกระเป๋ามากขึ้น

    

    “คุณกำลังมองอะไรหรือ ? ”

    

    เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋จ้องมองตัวเองตาไม่กระพริบ หลินเจียอินจึงพูดด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อเล็กน้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมียของผมสวยจนผมอดไม่ได้ที่จะมองคุณบ่อยขึ้น ! ”

    

    หลินเจียอินมีความสุขอยู่ในใจและพูดว่า “ฉันสวยงั้นหรือ ? ฉันไม่รู้ว่าเมื่อวานใครเอาแต่เรียกพนักงานขายว่าคนสวย คนสวย ในห้างสรรพสินค้านั่น ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาไม่คาดคิดว่าภรรยาของเขาจะยังจำสิ่งนี้ได้แม้จะผ่านไปหนึ่งคืนแล้วก็ตาม

    

    เฮ้อ…ผู้หญิงนี่ช่างจำเสียจริง

    

    เขายิ้มและอธิบายว่า “เมียจ๋า การเรียกคนสวยเป็นคำสุภาพ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นสวยนะ ! ”

    

    หลินเจียอินกลอกตา เธอไม่เชื่อ เห็นได้ชัดว่าพนักงานขายคนนั้นสวยมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กลัวว่าหลินเจียอินจะเข้าใจผิด ดังนั้นเขาจึงพูดเสริม “เมียจ๋า คนเราต้องมีศิลปะการพูด เพราะการพูดไม่ใช่การสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งเรื่องครอบครัว เพื่อนฝูง รวมไปถึงการงานด้วย”

    

    หลินเจียอินรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผล แต่เธอก็ยังไม่วายพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็จะเรียกคนสวย เมื่อคุณเจอผู้หญิงใช่ไหม ? แล้วถ้าอีกฝ่ายหน้าตาไม่ดีล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ยังจะเรียกเธอว่าคนสวย มันไม่ดีหรือที่เราจะทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ? ”

    

    “ชิ ! พูดจาลื่นไหลไปเรื่อย ! ”

    

    หลินเจียอินรู้สึกรำคาญ แต่เมื่อลองคิดดู ถ้าคนอื่นเรียกเธอว่าคนสวย เธอก็คงมีความสุขเช่นกัน

    

    หลังจากเข้าไปในเมืองและส่งหลินเจียอินกับพวกเจียงชานไปที่ห้องทำงานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปที่สำนักข่าวรายวัน

    

    การโฆษณารับสมัครพนักงานขับรถไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่โฆษณาของโรงงานเมล็ดแตงโมเป็นเรื่องด่วนจริง เพราะโรงงานกำลังจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้

    

    “หัวหน้าเจียง วันนี้มาคุยเล่นเหมือนครั้งที่แล้วหรือเปล่า ? ”

    

    หลังจากเจอเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว ฟู่เต๋อเจิงก็ถามด้วยรอยยิ้ม

    

    เมื่อวานนี้หากเขาไม่มีธุระ เขาจะไม่มาที่นี่อย่างแน่นอน และเจียงเสี่ยวไป๋ยังไปที่ออฟฟิศเพื่อพูดคุยกับเขาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ซึ่งทำให้เขาอึดอัดเล็กน้อยและรู้สึกว่าเขายังไม่รู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ดีพอนัก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลงหน้าโต๊ะฟู่เต๋อเจิง เขาโบกมือแล้วพูดว่า “ประธานฟู่ คุณมีหน้าที่การงานมั่นคง ต่อให้ไม่ทำงานก็ยังได้รับค่าจ้างทุกเดือน แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าผมเอาแต่ไปคุยเรื่องไร้สาระตลอดทั้งวัน ผมคงอดตายพอดี”

    

    ฟู่เต๋อเจิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยและพูดด้วยความโกรธว่า “ฉันได้เงินเดือนละหลักร้อยหยวน แต่คุณทำเงินได้วันละหลายหมื่นหยวน คุณจะอดตายเชียวหรือ ? ”

    

    “ผมล้อเล่น ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและโยนซองบุหรี่ยี่ห้อจงฮั๋วให้เขา “วันนี้ผมมีธุระกับคุณ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ ผู้ชายคนนี้ทำตัวแปลก ๆ มากขึ้นทุกวัน เขาไม่รู้ว่าคำไหนจริงคำไหนเท็จแล้ว

    

    เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาอย่าวหงุดหงิด เฮอะ ! ถ้าไม่รับไว้ก็เสียดายแย่

    

    “พูดมาว่ามีเรื่องอะไร ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยืดตัวตรงแล้วพูดว่า “ท่านประธาน คุณเห็นไหม ทุกแผนกในสำนักข่าวมีคนแน่นไปหมด ผมเป็นคนเดียวในแผนกโฆษณา คุณช่วยส่งบรรณาธิการสัก 3-5 คนให้ผมได้ไหม อย่างน้อยมันก็จะดูเหมือนแผนก ๆ หนึ่งหน่อย”

    

    ฟู่เต๋อเจิงเกือบขว้างบุหรี่ในมือไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว อะไรที่บอกว่าทุกแผนกมีคนแน่นเกินไปน่ะ ?

    

    บรรณาธิการและนักข่าวมีทั้งหมดสิบกว่าคน บรรณาธิการทุกคนก็เกือบที่เป็นนักพิสูจน์อักษร แม้แต่เขาที่เป็นประธานก็ยังเป็นบรรณาธิและบริหารไปด้วย พูดได้เลยว่าคนหนึ่งทำงานควบสองตำแหน่งแล้ว จะมีจัดสรรให้แผนกโฆษณาได้อย่างไร ?

    

    นอกจากนี้ แผนกโฆษณาของคุณเป็นของสำนักข่าวหรือเปล่า ?

    

    แค่มาขอแขวนชื่อเท่านั้น

    

    ก็แค่สัญญาจัดจ้างภายนอก

    

    “เอาน่า อย่าพยายามเกลี้ยกล่อมฉันเลย อยากได้คนมาทำงานก็ไปหาเองเถอะ ! ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ดูไม่พอใจ เหมือนกับเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้ง และโต้เถียงกับฟู่เต๋อเจิง “ท่านประธาน หากแผนกโฆษณาพร้อมแล้ว ก็จะสร้างรายได้”

    

    “ในฐานะประธาน คุณไม่ควรแสวงหาผลประโยชน์ให้กับพนักงานของคุณหรือ ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงควรตอบคำถามนี้อย่างไร ?

    

    เขามองดูเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ: นี่คุณกำลังผูกมัดฉันด้วยศีลธรรมนะ !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “นอกจากนี้ หากจ้างคนภายนอกมาทำงานที่แผนกโฆษณาที่นี่ พวกเขาไม่ถือว่าเป็นคนของสำนักข่าวคุณ ? แถมคนจ่ายเงินเดือนยังเป็นแผนกโฆษณาด้วย ! ”

    

    ดวงตาของฟู่เต๋อเจิงหรี่ลง เขายังคงไม่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    แต่เขาต้องยอมรับว่าสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดนั้นค่อนข้างเข้าท่าเลยทีเดียว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงเย้ายวนต่อไป “ท่านประธาน แผนกโฆษณายังไม่ค่อยมีงานมากนัก คุณสามารถส่งบรรณาธิการสองสามคนให้ผมและให้พวกเขานั่งในแผนกโฆษณาในเวลาปกติ เมื่อไม่มีงานโฆษณาเข้ามา คุณสามารถให้พวกเขาทำงานของบรรณาธิการได้”

    

    “คุณเห็นไหมว่างานส่วนใหญ่มันจะเป็นของคุณ และผมจะจ่ายเงินเดือนให้คุณ ดีแค่ไหน มันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ! ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงเม้มริมฝีปากของเขา เขารู้สึกสนใจจริง ๆ

    

    หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ค่อย ๆ พูดว่า “ฉันจะพิจารณาเรื่องนี้อีกที ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนกลับมาเกิดใหม่ เขารู้ว่าหากคนระดับบริหารบอกว่าจะพิจารณาก่อน นั่นคือไม่จำเป็นต้องพูดถึง โดยพื้นฐานแล้วไม่มีโอกาสแน่นอน

    

    นี่คือศิลปะของภาษาและเป็นข้อบกพร่องของภาษาด้วย

    

    ผู้พิพากษา ทนายความ ตำรวจ นักเจรจา และการขาย คือ 5 อาชีพที่ผู้คนจับข้อบกพร่องในภาษาและหาประโยชน์จากข้อบกพร่องได้ดีที่สุด

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เก่งในเรื่องการขาย เขารับรู้ถึงคำพูดของฟู่เต๋อเจิงได้ทันที จึงพูดว่า “ท่านประธาน คุณยังต้องพิจารณาด้านใดบ้าง”

    

    ที่ฟู่เต๋อเจิงพูดไปนั้นเป็นเพียงแค่เป็นข้อแก้ตัว เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ถามเขา เขาก็ชะงักไปในทันที

    

    หากมีคนอื่นพูดเช่นนั้น เขาจะโต้ตอบด้วยประโยคเดียวอย่างแน่นอน แต่กับเจียงเสี่ยวไป๋ พวกเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี ดังนั้นแม้ว่าเขาจะโมโหใส่ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังคงถามคำถามนี้แน่นอน

    

    “เหตุผลหลักก็คือไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสม ! ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรับมือกับมันแล้วพูด

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตบต้นขาของเขาแล้วพูดว่า “หากไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสม ก็อย่าเลือก ก็ให้พวกเขาผลัดกันทำงานในแผนกโฆษณา เงินเดือนที่ผมจ่ายถือเป็นผลประโยชน์สำหรับพวกเขา”

    

    ฟู่เต๋อเจิงพูดด้วยความโกรธว่า “คุณคิดว่าบรรณาธิการของฉันกำลังเล่นอยู่ในโรงเรียนอนุบาลและผลัดกันนั่งในชั้นเรียนงั้นหรือ ? ทำไมคุณไม่ปล่อยให้พวกเขาทั้งหมดทำงานในแผนกโฆษณาไปเลยล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่คุณคงไม่เห็นด้วย ! ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงสูดจมูก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินและพูดต่อ “ข้อเสนอของผมใช้ไม่ได้ผล โปรดบอกวิธีให้ผมด้วย”

    

    ฟู่เต๋อเจิงขมวดคิ้วพลางคิดในใจ: ผู้ชายคนนี้ต้องการทำอะไร ถึงต้องการหาคนอย่างกระตือรือร้นขนาดนั้น ?

    

    เป็นเพราะฝ่ายโฆษณาได้รับธุรกิจจำนวนมากและต้องการบรรณาธิการเพื่อเขียนต้นฉบับใช่ไหม ?

    

    หรืออย่างอื่น ?

    

    หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด

    

    แต่เขาคิดออกสิ่งหนึ่ง คือข้อดีของการนำคนเข้าแผนกโฆษณามีมากกว่าข้อเสีย อย่างน้อยคนที่ไปที่นั่นก็สามารถเรียนรู้งานจากเจียงเสี่ยวไป๋ว่าเขาบริหารแผนกโฆษณาอย่างไร แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยกเลิกสัญญาในอนาคต คนจากสำนักข่าวก็ยังสามารถรับช่วงต่อได้อย่างราบรื่น

    

    ฟู่เต๋อเจิงถือได้ว่าเป็นคนมองการณ์ไกล

    

    เขาเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แสร้งทำเป็นหมดความอดทนและพูดว่า “เอาล่ะ หากคุณต้องการใครสักคน ฉันจะจัดการให้ และอย่ามารบกวนฉันอีกนะ”

    

    ใบหน้าของเจียงเสี่ยวไป๋ดูผิดหวังเล็กน้อย “แค่คนเดียวหรือ ? คุณให้ผมเพิ่มอีกคนได้ไหม ? ”

    

    ฟู่เต๋อเจิงพูดอย่างหมดความอดทน “แค่คนเดียวเท่านั้น จะเอาไหมล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโน้มน้าวครั้งสุดท้ายและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ช่วยส่งบรรณาธิการมือดีมาให้ผมสักคนสิ บรรณาธิการของคุณที่มีทักษะการเขียนดีที่สุดชื่ออะไรนะ ? ”

    

    “อ้อ ชื่อถังชือเอิน ใช่แล้ว คือเธอนั่นแหละ ! ”

    

    “ให้เธอมาทำงานที่แผนกโฆษณาเถอะ ผมต้องการเธอ ! ”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 260 :ศิลปะแห่งภาษา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdfdfw0
เซียนสาวผู้นี้ดูดวงแม่นเกินไปแล้ว
21/06/2026
6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
6188e53dm0GCjCeV
ซื่อจิ่น หวนรักประดับใจ (​จบบริบูรณ์​)
19/05/2024
novelpds955
คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น
21/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.